วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นาฬิกาตาย




หากความตายได้คืบคลานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนใกล้ชิดเรา
นั่นอาจจะทำให้เราได้หยุดคิดถึงเรื่องที่เรากำลังดำเนินชีวิตในทุกวันนี้
(แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน)

ในวันที่ผมขึ้นหัวข้อนี้ไว้ กลายเป็นวันที่ประเทศของเราได้สูญเสียชายคนหน่ึง
อันเป็นที่รักใคร่ของหลายๆไปอย่างไม่มีหวนกลับมาได้อีก

ยุคสมัยที่ข่าวสารแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วกว่าก่อนอย่างมาก
เป็นยุคที่ใครบางคนไม่เคยหยุดคิดพิจารณาก่อนที่จะส่งสารต่อออกไป
การยั้งคิดให้ถี่ถ้วนกลายเป็นจดหมายที่ไม่เคยถูกเปิดอ่านเนื้อความ
ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ถือครองตู้จดหมายไว้

ทุกครั้งที่ผมได้พบเจอเหตุร้ายแรงต่างๆในชีวิต
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้างหรือแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จัก
มักทำให้ผมมองย้อนมาที่ตัวเองว่าทุกวันนี้เรากำลังทำอะไร

ความต้องการของเราไม่เคยสิ้นสุดแม้จวนจะสิ้นลม
การรักตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด หากจะผิดก็เมื่อไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลย
ผมไม่สามารถแยกแยะคนที่เห็นแก่ตัวกับคนที่ทำเพื่อความจำเป็นได้
ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง หากคนๆนั้นได้ไตร่ตรองอย่างดีแล้ว

กับอีกบางคน เพียงแค่ทำโดยไม่เพียงแม้แต่จะเหลียวคิด
กลายเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาวิวาททั้งหลาย

ด้านข้างโต๊ะที่ผมนั่งนั้นมีนาฬิกาไขลานขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
ทว่าฟันเฟืองภายในนั้นมิได้ทำงานอยู่ เวลาที่ถูกต้องสำหรับนาฬิกาเรือนนี้
จึงมีเพียงวันละสองครั้งเท่านั้นเอง

หากเพียงแค่ครั้งเดียวที่นาฬิกาเรือนนั้นเดินตรงกับเวลาจริง
หากเพียงมีความเฉลียวใจให้ได้หยุดคิดสักนิด
ก่อนที่จะดำเนินชีวิตต่อไปตามทางของตัวเอง
ขอให้เราได้หยุดคิดสักนิด นาฬิกาตายก็มีความหมายขึ้นมา
อาจจะมีค่ายิ่งกว่าที่จะเป็นเพียงเครื่องประดับบ้าน