วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

เรื่องรถ 2

 


116 กับ seal ไหลออกมาสู่ถนนหลักที่ผ่า
กลางเมืองปากช่องแบบตามติดกันมา หรือ
อาจจะเรียกตามตูดกันมาก็ไม่ผิดอะไร

โหมด sport+ ของ 116 ถูกเปิดใช้งาน
มันเป็นโหมดที่มุ่งเน้นไปที่กำลังเครื่องสูงสุด
ตัดความนุ่มนิ่มออกไป ตัดสิ่งอำนวยความ
สะดวกที่รังแต่จะสร้างภาระให้เครื่องยนต์
ออกไปด้วย เพื่อให้กำลังนั้น ถ่ายทอดลงไป
ยังถนน ขับเคลื่อนตัวเองเดินหน้าไป
ให้มากที่สุด

ที่แยกไฟแดงหน้าอำเภอกลายเป็นจุดกลับรถ
และทดสอบอัตราเร่งในชั้นต้น จากไฟแดงนั้น
ถัดไปอีกราวห้าร้อยกว่าเมตรจะพบอีกแยกไฟแดง
และที่จุดนั้นเอง 116 กับ seal จอดหยุดรอ
สัญญาณไฟที่จะกลับมาส่องแสงสีเขียวอีกครั้ง
ประหนึ่งว่าที่แยกนั้น เป็นจุดปล่อยตัวรถแข่ง
ควอเตอร์ไมล์ ที่มี 330e คอยสังเกตุการณ์
อยู่ด้านหลัง

ผมและกำนันต่างรู้ดีว่า 116 กับ seal นั้น
อยู่กันคนละโลกกันในเรื่องของพละกำลัง
ระหว่าง 200 กับ 540 แรงม้า
แต่เราทั้งสองก็อยากที่จะลองเล่น
ประลองความสามารถของยานยนต์ทั้งสอง

ทันทีที่แสงเขียวสว่างเจิดจ้าออกมาจากโคม
เราต่างบดขยี้คันเร่งลงไปกระแทกพื้นรถ
แน่นอนว่า seal โจนทะยานด้วยแรงบิด
มหาศาลราวกับติดไอพ่นของเครื่องบิน

แม้ 116 จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กบวกกับ
ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบลูกจ้อยร่อย
แต่มันก็ยังพยายามที่เร่งสร้างกำลังติดตาม
ไป ถึงกระนั้นก็ยังไม่ใกล้เคียงความเป็นจริง
แม้แต่น้อย ที่พอจะเรียกได้ว่า เป็นคู่แข่งกัน

มันคล้ายกับว่าเอาเด็กมาแข่งวิ่งกันผู้ใหญ่
ไม่สิ เรียกว่า เด็กที่เพิ่งหัดคลานมาแข่ง
วิ่งเสียด้วยซ้ำ

ที่ปลายเส้นชัย เรานั่งลงระหว่างเก้าอี้
คั่นด้วยรีเจนซี่ น้ำเปล่า น้ำแข็งกันอีกระลอก
ไม่มีใครถากถางใคร ไม่มีใครยกข้ออ้างใดๆ
ออกมา มีแต่ความสังสรรค์เฮฮาในคราวหน้า
จะไม่ยอมอ่อยให้แน่ๆ ฮ่าๆๆ

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

เรื่องรถ 1

 


มันเป็นเวลาเที่ยงคืนเศษ...

ตอนนั้น
ความง่วงงันถูกความมึนงงเบียดออกไป
ให้พ้นทาง

แล้วมันก็คืบคลานขึ้นมาเป็นผู้นำในการคิด
และการตัดสินใจแทนที่สติสตางค์เกือบแทบ
ทั้งหมด เรียกได้ว่า เส้นทางนี้ข้าครอง

ข้าพเจ้าหรือไม่ก็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
ที่ยังพอรู้สึกสัมผัสได้จากปลายนิ้วชี้ข้างซ้าย
กดปุ่มสตาร์ทรถยนต์ 116i คันเดิม

เสียงเครื่องยนต์สี่สูบที่กังวานก้องออกมา
จากท่อไอเสียที่มีเครื่องซับเสียงน้อยชิ้น
สร้างความหึกเฮิมให้ใจเป็นอย่างยิ่ง
มันคำรามหอบกระพือฟังดูคล้ายจะพังแหล่
มิพังแหล่สำหรับหูที่ไม่คุ้นชิน แต่ในความคิด
ของข้าพเจ้าแล้ว มันดังดุดันพร้อมที่จะแผด
คำรามออกมาได้อย่างไม่เหนียมอายยาม
ควบตะบึงเต็มฝีเท้า

กว่าที่เคร่ืองยนต์จะทำงานถึงอุณหภูมิที่
พอเหมาะอาจจะกินเวลาไปหลายนาที
ระบบต่างๆต้องการสภาพแวดล้อมที่ลงตัว
ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นไป หาไม่เช่นนั้นแล้ว
อายุเครื่องก็จะสั้นลงกว่าเดิมได้มาก

แต่ถึงอย่างไรการรอคอยนั้นอาจทำให้
เสียเวลามากกว่าใจที่เร่งเร้าอยาก
ออกเดินทางไปให้ถึงที่หมายโดยไว

เกียร์ถอยหลัง R แสดงบนหน้าปัด
มันเป็นเกียร์ ZF8HP45 ที่ติดตั้งมา
จากโรงงาน กล่าวง่ายๆคือ เกียร์ออโต้
8 สปีด ที่ทุกวันนี้คาร์กายส์ต่างนิยมชมชอบ
ซื้อหามาใส่ให้กับรถในรุ่นต่างๆ
(เค้าว่ามันดี ปรับแต่งได้ อึดถึกทน)

แป้นเบรคที่ถูกกดไว้ ถอยถอนออกขึ้นมาถึง
จุดบนสุดของมันยามปกติ ปั้มเบรคคลายตัว
ปลดปล่อยผ้าเบรคออกจากพันธนาการกับ
จานเบรค M performance ขนาดใหญ่
370 มม. ที่ล้อหน้า และ 345 มม.หลัง

รถเคลื่อนไหวถอยออกจากซองจอดบริเวณ
ลานหน้าร้านกำนันเดียร์

ห่างกันออกไปไม่ไกลเกินสายตา
กำนันกำลังเคลื่อน
BYD Seal AWD Performance ไหล
ออกมาตามทาง....

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

ในหัว

 


หลายวันก่อนผมสังเกตุเห็นรถยนต์ของ
รุ่นน้องที่เคยคุยๆกันฉันพี่น้องอยู่พักใหญ่
แล่นผ่านหน้าไปด้วยอาการแปลกๆจน
แทบจะตกไหล่ทาง แต่ก็ยังดีที่ดึงรถกลับ
มาสู่เส้นทางจราจรปกติได้

จึงคว้าโทรศัพท์กดข้อความไปถามไถ่
คำตอบเกินคาดเดาอย่างร้ายแรงก็ปรากฎ
"อย่าเสือก"

ผิดวิสัยอย่างจัง เท่าที่รู้จักกันมาหลายปี
นับครั้งได้ที่ผมจะได้ยินถ้อยคำหยาบคาย
หลุดออกมาจากริมฝีปาก

ผมจึงอนุมานได้ว่า คนที่พิมพ์กลับมานั้น
อาจจะไม่ใช่คนเดิม หรืออาจจะกลายเป็น
คนละคน

อาจจะเป็นแฟนของเธอที่กำลังมีปากเสียง
อยู่ในช่วงห่วงข้าวของที่คิดว่าต้องเป็นของ
ตัวเองไปนิจนิรันดร์

ความรักหนอ ทำให้คนเรามืดบอดตามัว
ได้ไม่เว้นวัยจริงแท้ อย่าว่าแต่วัยเยาว์
วัยรุ่นทั้งหลายเลย ที่เห็นเป็นข่าวแล้ว
อายุเกินครึ่งคนไปก็เจอความรักความต้อง
การเหล่านี้แหละ หลอกล่อให้คนเรานั้น
เดินไปสู่หนทางที่เสื่อมเสีย และสร้างความ
เสียหายให้แก่ชีวิตได้

ผมหยุดความคิดกลับมาทำงานต่อ
แต่ความคิดมันไม่หยุดตาม คำด่าทอยังคง
ตามติดฝังแน่นอยู่ พอเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่น
สักพัก คำนั้นที่ยังคงฝังใจก็จะดังขึ้นมาอีก
ด้วยความไม่เข้าใจ

ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนกับ
คำด่าว่า กับเรื่องราวต่างๆที่ตัวเองได้ทำ
ผิดพลาดลงไป

ผมพยายามคิดไปถึงเรื่องราวเก่าๆที่เป็น
แบบเดียวกันนี้ คือ ท้ายที่สุด เรื่องราว
เหล่านี้มันก็จะถูกลืม ลบเลือนไป อย่างไป
ใส่ใจอะไรกับมันเลย

จนกระทั่งมีข้อความจากรุ่นน้องส่งกลับมา
ขอโทษขอโพย อธิบายว่าจะส่งให้ข้อความ
ที่ว่านั้นให้ "เพื่อน" แต่ดันกดส่งมาให้ผม
แทน ผมตอบรับคำ ไม่ว่ากระไรต่อ

คำด่าหายไป
ความคิดอื่นแทรกเข้ามาแทน

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

เรื่องของข้าพเจ้า 17

 


มัธยมสอง...

ระหว่างเรียนพิเศษภาษาอังกฤษวันเสาร์
เพื่อนสาวคนหนึ่งหยิบเพจเจอร์ออกมาเปิดดู

นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ได้เห็นและ
ได้รู้จักกับเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้

ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยี
อะไรเลยนอกจากเกมส์กดเตอติสที่อ้อนขอ
แม่ซื้อให้ที่งานแฟร์แบบโลคอล คือ เป็นงาน
ที่จะมีเต๊นท์มาตั้งขายสินค้าตามสถานใหญ่ๆ
ของเมือง เช่นสนามกีฬา ศาลากลางฯ
อะไรทำนองนี้ คล้ายๆกับสินค้าตามงานวัด
งานพื้นถิ่นที่มีพ่อค้าแม่ขายสัญจรมาจากต่าง
จังหวัดกันหลายๆเจ้า

มันก็อาจจะเรียกได้ว่า แทบไม่มีอะไรไป
มากกว่าของเล่นเด็ก ของกิน โต๊ะไม้
เสื้อผ้ายกโหลราคาประหยัด ฯลฯ

และแน่นอนว่ามัน คนแถวบ้านผมก็ไม่มีใคร
สะสมกำลังทรัพย์ไว้สำหรับของที่ทันสมัยเช่นนี้

ผมเรียนรู้จากเพื่อนสาวว่ามันทำงานยังไง
ภายในใจก็คิดว่าทำไมมันยากจัง แล้วความ
เขินอายที่จะบอกข้อความผ่านโอเปอเรเตอร์
อีกนั่นเล่า จะเอาไปวางไว้ที่ไหน บนตู้โทรฯ
สาธารณะหยอดเหรียญหรือฝากไว้กับบัตร
พินโฟน 108

กว่าผมจะได้ลองหัดส่งข้อความจีบสาวได้ก็
ต้องรุมเข้าตู้ไปกับเพื่อนๆที่เค้าจะส่งหาคน
คนอื่นๆก่อน

เรียกว่า เข้าไปฟังเป็นตัวอย่างจากกรณี
ศึกษาจริงๆ แล้วค่อยกลับมาปฎิบัติตามใน
ภายหลัง

แต่พอใช้จนชินแล้ว มันก็เริ่มจะกลายเป็นความ
สนุกครึกครื้นแทน จีบสาวบ้าง แกล้งเพื่อนบ้าง
ยิ่งอยู่กับเพื่อนคนอื่นๆอีกก็จะรุมกันเข้าไปอัด
อยู่ในตู้โทรศัพท์จนแทบจะหายใจกันไม่ออก

คิดๆแล้วก็สนุกอยู่ในใจ อยากย้อนกลับไป
ส่งข้อความแบบนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเทอนั้น
จะอ่านตอนไหน รู้สึกอย่างไร จะตอบกลับ
มาหาผมก็ทำไม่ได้เหมือนทุกวันนี้

แตกต่างไป

 


เรา ผู้ซึ่งอาศัยสังคมในการดำรงชีวิตอยู่
และเรา ก็ยังมีความย้อนแย้งในตัวเองที่จะ
หลีกเร้นตัวหนีสังคมออกมาใช้ชีวิตเงียบๆ
ไม่ไปหาใคร ไม่คุยกับใคร

และอีกครา ที่เราอยากจะเข้าหาใครสักคน
แต่บางทีก็อาจจะถูกปฎิเสธอย่างไรเยื่อใย
มันเป็นความต้องการที่ไร้การเชื่อมโยงจุดใดๆ
ให้เข้าหากันได้

ไม่ว่าใครๆก็ต่างดำรงชีวิตด้วยความหวัง
ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ไม่งั้นก็หลายอย่าง
มันถูกขับเคลื่อนไปแบบ ออโต้ไพลอท บ้าง
มันถูกกระตุ้นแบบ โพรดักทีฟ บ้าง
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เราก็ยังหวังกันอยู่ดี

แต่ๆๆ ความคิดหวังนั้นจะลุล่วงอย่างหวังผล
ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่มีใคร
การันตี หรือเรียกร้องที่จะเอามันมาได้ง่ายๆ
เว้นเสียแต่ว่า เราคิดที่จะเอามันมาให้ได้
แบบจริงๆจังๆ มั่นคงต่อมันอย่างที่สุด
หาทุกวิถีทางที่จะทำให้เราคู่ควร

แต่ความรักนั้นแตกต่างสิ้นดี

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

เรื่องของข้าพเจ้า 16

 


จากเรื่องของความสูงนี่เองที่ทำให้มีคนเรียก
ผมว่า "เตี้ย" มาถึงทุกวันนี้

การที่คนเราจะมีฉายาได้นี่ต้องมีเอกลักษณ์
เฉพาะตัวบางอย่าง หรือไม่ก็ต้องก่อวีรกรรม
อันเลื่องลือฉาวโฉ่จนเรื่องราวนั้นแพร่กระจาย
ไปกลุ่มเพื่อน จนทำให้มีใครบางคนที่ปากหมา
และออกจะมีความคิดสร้างสรรค์ไปในทางเสีย
นั้นเกิดไอเดียเปล่งวาจาสิทธิ์ที่หยุดชะงักผอง
เพื่อนให้สะดุดกึกกับคำนั้นๆขึ้นมา หรือไม่ก็
เรียกชื่อคนนั้นๆบ่อยๆให้ติดปากจนคนอื่นสงสัย
ว่าที่มาของฉายานั้นมาจากอะไร

เรื่องการกลั่นแกล้งล้อเลียนกันเป็นเรื่องที่พบ
เจอได้ทั่วไปสำหรับเด็กๆสมัยนั้นครับ หากใน
ปัจจุบันนี้เราเอาจะเรียกได้ว่าการบุลลี่
สำหรับยุคนั้น เราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ
ยิ่งการล้อชื่อพ่อชื่อแม่กันนี่ก็สนุกสุดๆ
ไม่รู้ทำไมเราต้องเจ็บแค้นกับการโดนล้อโดน
ว่ากล่าวทางวาจาด้วย แต่มันเจ็บจริงๆนะครับ
ตอนนั้นหน่ะ

บางคนนี่โดนทั้งญาติพี่น้อง ครบทั้งครอบครัว
มากันหมดเป็นบทท่องจำที่จำได้แม่นกว่า
เนื้อหาในหนังสือที่เรียนอีก

บางคนก็ถูกเรียกแทนชื่อเล่นไปเลย คือ แทนที่
จะเรียกชื่อเพื่อน ก็ไปเรียกชื่อแม่เพื่อนแทน

หากเป็นสมัยนี้ก็คงถูกฟ้อง และไม่มีใครคบคน
ที่คอยแต่จะพาคนอื่นบุลลี่เพื่อนให้เกิดความสนุก
แก่พรรคพวกตัวเองหรอกครับ

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

รักที่ลด รถที่รัก 8

 


ห่างหายไปนานกับซีรี่ย์เรื่องนี้ครับ
ไม่ใช่ว่ารถเจ้ากรรมที่ว่านั้นใช้งานได้
อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว

แต่กลับกันอย่างสิ้นเชิง

ความรักที่ต้องการเอาใจใส่อย่างไร
รถก็ต้องการคนดูแลซ่อมแซมแลบำรุงรักษา
อย่างนั้นเช่นกัน

หากให้ย้อนกลับไปหลังจากวันล่าสุดที่ได้
พร่ำเพ้อให้เป็นเรื่องราวเอาไว้
ต่อมา...
ผมจะลองนึกไล่เรียงอาการออกมาเป็น
แต่ละรายการ เป็นหัวข้อๆแทนการเอามา
เล่าเป็นเรื่องเป็นราว เกรงว่ามันจะยาว
จนเอามาพิมพ์หนังสือได้เป็นเล่มๆ

-แร็คพวงมาลัยไฟฟ้าเสีย(ลุยน้ำขัง)
-คอมแอร์พัง(ตายคาสี่แยก)
-อาการเบรคแล้วเสียการทรงตัวเนื่องจาก
ปั้ม เอบีเอส เสีย รายการนี้กว่าจะหา
ต้นตอสาเหตุได้ก็เล่าเอาช่างปวดกะบาล
ไปหลายสัปดาห์เหมือนกัน
-บูสต์เทอร์โบมาไม่เต็ม มาๆหายๆ
(เหยียบให้ตายรถแทบไม่วิ่ง)

ประมาณนี้ครับ

หากเป็นคนรักที่ตั้งแง่แม่งอนเอาเยอะแยะ
มากมายขนาดนี้ เป็นผมสมัยก่อนก็คงต้อง
บอกลาเซย์กู๊ดบายกันไปตั้งนานแล้ว
ไม่มาทนฟังทนเป็นทาสรับใช้ยามเธอเหวี่ยง
วีนสร้างความหนักใจให้ถึงเพียงนี้หรอก

สุดท้ายแล้ววันนั้นก็มาถึง
วันที่ทุกอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าจะไม่เหมือนกับรถใหม่ออกห้างฯ
แต่ก็สามารถเหยียบได้อย่างไม่ต้องกลัว
จะไปเสียกลางทางที่ไหน

เพียงแต่ว่า...
เธอคนนี้ช่างน่าเบื่อไปเสียแล้ว
ไปพบเจอรถคันใหม่ที่เร็วกว่า
แรงกว่าก็สู้เขาไม่ได้

ทำได้เพียงมองตาละห้อยให้สาวๆที่สวยสด
ปรูดปร๊าดแซงหน้าไป ปล่อยให้ผมจ้องมอง
บั้นท้ายไปจนสุดสายตา