วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560
สิ้นปี(อีกแล้ว)
เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน....
บางครั้งผมก็ยังงงงวยกับความรู้สึก
ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันก็เป็นของมันอย่างนั้นเอง
มองปัจจุบันไปหาอนาคตช่างแสนไกล
พอวกกลับไปหาอดีตช่างรวบรัดได้อย่าง
ย่นย่อเสียยิ่งกระไร
อีกแค่ไม่ถึงสามสิบชั่วโมงก็ได้
เปลี่ยนเลขปีกันอีกแล้วสินะ
เลขเก่ายังไม่ทันจะคล่องมือเลย
(ก็ไม่ค่อยได้เขียนเป็นประจำมานาน)
จากชีวิตที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ทำอะไร
มากมายแบบนี้ก็กลับกลาย
จากที่คิดว่าวันหนึ่งจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
วันนี้ก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างประหลาดใจไป
ยิ่งกว่าเดิมอีกเยอะ
จริงๆมีอะไรจะเขียนเยอะแยะมาก
ก็กลายเป็นผมที่เป็นคนขี้เกียจเอง
เลยไม่มีอะไรมาให้อ่านมากมาย
ลองพยายามเข้ามาอ่านบ่อยๆหน่อยละกัน
จะขยันให้มากกว่านี้ สาธุ....
วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ข่าวดี
17 August 2017
วันนี้เป็นเพียงวันปกติวันหนึ่งของการทำงาน
ตั้งแต่มาทำงานกับบ้านของชมพู่ ผมก็ลืมคิดถึง
วันหยุดไปเลย เพราะสมกับที่ใครๆเค้าว่ากัน
ไว้ว่า เจ้าของกิจการเค้าทำงานไม่มีวันหยุด
กันหรอกครับ ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
เป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ที่ได้มาช่วยบ้าน
ของพู่ดูแลกิจการรถเครนและรับเหมาก่อสร้าง
งานประมูลต่างๆของภาครัฐฯและอื่นๆอีก
ผมทำงานแทบไม่รู้วันรู้คืน เวลาแต่ละวันช่าง
หมดไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เพื่อรอ..
รอเวลาให้ถึงกำหนดงานแต่งงาน!
กำหนดงานแต่งงานของเราคือวันที่
ยี่สิบเก้าตุลาคมสองพันห้าร้อยหกสิบ
ได้ฤกษ์ยามมาจากพระอาจารย์บุญเย็นวัดท่าวัว
จังหวัดสระบุรี หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองผ่ายได้
คุยกันแล้วที่บ้านหนองกะจะ ขณะที่ยังสร้างไม่
เสร็จดี และตึกหน้าบ้านก็ยังมีแต่เสา
การตกลงเรื่องงานแต่งนั้นไม่มีอะไร
มากมายนัก เพราะว่าเราต่างก็ไม่อยากให้
มีพิธีอะไรมากมาย ไม่อยากรบกวนใครๆ
อยากให้จัดแบบเงียบๆ เราจึงไม่ได้บอกใคร
ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคนที่
บ่นปอดแปดหากได้รู้ในภายหลัง
ซึ่งเราก็ทำใจไว้แล้ว
สองเดือนก่อนพู่เล่าให้ฟังว่าแม่
อยากได้หลาน หรืออะไรประมาณนั้น
คล้ายๆว่าไหนๆก็จะแต่งกันแล้ว ถ้ามีน้องก่อน
ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรไปเลย อีกอย่าง อายุ
แต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆกันแล้ว เกรงว่ามันจะ
เกินวัยเจริญพันธ์ ทำให้มีลูกยาก ราวๆนั้น
ซึ่งผมเองนั้นก็คุยกับพู่อยู่แล้วว่าเราจะมีลูกกัน
แต่กลัวจะมีลูกยาก อยากผสมเทียมให้ได้
ลูกแฝด หากแต่วันนี้ สองขีดที่ขึ้นมาในแถบ
ที่ตรวจครรภ์นั้นมันบอกว่าคุณทำสำเร็จแล้ว
มันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเล็กน้อย
เมื่อผมมาจอดรถที่หน้าบ้านตลาดเพื่อรับแม่
ไปบ้านหนองกะจะ เมื่อผมจอดรถพู่ก็เดินมา
แล้วบอกว่าให้อ่านไลน์ด้วย ขณะนั้นพี่เอ๋กับนิด
กำลังช่วยแม่ขนของขึ้นรถ ผมก็หยิบไอโฟน
ห้าเอสอีขึ้นมาอย่างยากลำบากจากในกางยีนส์
พิ๊กเกอร์เวิร์คสิบแปดออนซ์
เมื่อเข้ามาดูในหน้าแชทก็พบรูปภาพของแท่ง
ที่ตรวจครรภ์ที่พู่ส่งมาให้ ซึ่งแท่งนั้นปรากฏ
ขีดสีแดงสองขีด ทันใดนั้น โลกของผมก็ค่อยๆ
เปลี่ยนไปตลอดกาล....
วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ผมมองตัวเองอยู่บนยอดตึกร้างพร้อมด้วยชายที่
ไม่รู้จักอีกสี่ห้านายในมือมีปืนยาวติดลำกล้องไว้
เพื่อยิงระยะไกลแต่ไม่ทราบขนาดกระสุน
ผมมองด้วยความสงสัยว่าปืนเก่าขนาดนี้จะยิง
อะไรได้ไวทันใช้งาน?จากนั้นจึงมุดลอดสิ่งปรักหักพังของตึกเพื่อลงมา
ยังด้านล่าง เพียงชั่วอึดใจก็มองเห็นตีนตัวเอง
ถูกหุ้มด้วยรองเท้าคอมแบทหนังสีดำคลุมด้วยฝุ่น
หนาเหยียบอยู่บนแผ่นปูนที่แตกหักทับซ้อนกันหลาย
ชั้น หูแว่วได้ยินเสียงคุ้นเคย ใช่! มันเป็นเสียง
ของนาฬิกาปลุกของผมเองที่ตั้งไว้ทุกวัน เวลา
ห้านาฬิกากับอีกครึ่งชั่วโมงลืมตาตื่นกดปุ่มปิดเสียงเตือนบัดซบ! ฝันบ้าบออีกแล้วผมมักบ่นให้ชมพู่ฟังเป็นประจำเรื่องความฝันเพราะว่าผมไม่อยากฝัน มันทำให้คนเราหลับไม่สนิท
เท่าที่มันควรจะเป็น ซึ่งคนบ้าบางคนได้วิจัยเอาไว้
๐๘.๑๑ น.อาหารเช้าวันนี้มีข้าวต้มกับเนื้อแผ่นบาง
ทอด ขนาดเล็กพอขบได้ มันไม่กรอบและไม่เหนียว
ไข่เจียวทรงเครื่อง(ใส่พริกสด หอมแดง หอมผักชี
ซอย ผมเรียกอย่างนั้น)และยำผักกาดกระป๋องดอง
มันเหมาะเจาะกับอากาศเย็นๆปลายฤดูหนาวเยี่ยง
นี้ดีนัก เคี้ยวบดอาหารเช้าลงกระเพราะไปเรียบ
ร้อยแล้วก็หย่อนใจสบายๆด้วยหนังสือที่อ่านค้างเติ่ง
ไว้เนิ่นนาน พลางนั่งมองดูเมย์กิ(หมา)มากระเซ้า
ขอขนมกิน เกือบทุกครั้งจะคาบผ้าเช็ดมือที่พาดอยู่ที่
ขอบโต๊ะมาล่อหน้าเพื่อเอาขนม นั่นแหละเป็นปกติ
นิสัยของหล่อน! น่าเตะไหม
ผมยอมรับตัวเองว่าเป็นนักอ่านที่ไม่ดีเท่าไหร่นักชอบอ่านครึ่งกลางค้างคาไว้ ไม่ค่อยจะจบนัก(ช่วงหลัง)พาลให้ไม่ค่อยอยากจะซื้อเล่มใหม่ๆมารอคิวต่อไป(ต้องขออภัยนักเขียนหลายๆท่านมา ณ ที่นี้ด้วย)๑๓.๑๑ น. มื้อเที่ยงคลาดเคลื่อนจากเวลาไปมากกว่าชั่วโมงเหตุผล ช่างมันเถอะ ไม่อยากกล่าวถึงเอาเป็นว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวที่แม่ลวกไว้ยังอร่อยอยู่เนื้อเปื่อยและเอ็นแก้วอ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงในการบดมากมายหากเป็นยายเทียบ(แม่ของแม่)มักจะทำก๋วยจั๊บเสียมากกว่าเพราะวัยเด็กผมมักได้กินก๋วยจั๊บของยายใต้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นประจำตามงานชุมนุมขายของแทบทุกเทศกาล ครับ ยายเคยเป็นแม่ค้าเป็นคนรับจ้างซักผ้า เป็นแม่บ้าน(บ้านคนอื่น)เป็นหลายอย่างเท่าที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวค่าเช่าบ้าน น้ำไฟและเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมาย๑๔.๔๐ น. บรรจุเวย์โปรตีนใส่ในเชคเกอร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตบึ่งควบเล็กน้อย(รถยนต์)ไปสนามกีฬา ด้วยเวลาไม่เกินสิบนาทีวันหยุดชดเชยของทางราชการทำให้ผมต้องไปออกแรงอีกห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องประจำด้วยความที่ร้างลาไปนานเพราะไปจัดงานเทศกาลดนตรีริมผามาเกือบเดือนเต็มๆ ทำให้ความสามารถของกล้ามเนื้อที่เคยออกแรงต้านน้ำหนักจากแรงดึงดูดของโลกด้อยลงไปมากโขชิ้นละสามเซ็ทก็เพียงพอที่จะทำให้วันรุ่งขึ้นรับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานเล่นมันแค่นั้นพอ๑๖.๐๐ น. กลับบ้านเก็บข้าวของที่จำเป็นต่อการนอนนอกสถานที่ตามเสียงเรียกร้องของตัณหาที่ถวิลถึงความหนาวเย็นนอกบ้านความคุ้นเคยกับเต๊นท์หลังใหม่ยังไม่สร่างซาจากงานริมผา(ยี่สิบกว่าวัน)ที่ได้ใช้มันแทบทุกวัน ยกเว้นวันงานคอนเสริต เนื่องจากเพื่อนหนาและเพื่อนเหลี่ยมได้ขอยืมใช้งานเป็นที่หยุดรับแอลกอฮอล์เข้าร่างโดยที่ไม่ต้องบอกกล่าวเจ้าของก่อนผมจึงต้องระหกระเหินไปพักพิงเล็กน้อยงีบไม่กี่ชั่วโมงก่อนเช้าเท่านั้น เพื่อนเลว!!คิดในใจ ไม่ได้ด่ามัน อย่างน้อย ผมก็รักพวกมัน๑๗.๕๑ น. เล็กน้อยเข้าเทียบช่องจอดของที่หมายอย่างสงบและเจียมตัวกวาดสายตาไปรอบๆพื้นที่เพื่อมองหาตำแหน่งที่เหมาะเจาะกับความวิเวกในใจพลางจิบอเมริกาโน่ที่เหลือมาครึ่งแก้วเมื่อตอนแวะซื้ออาหารสำเร็จไว้เผื่อตอนเช้าสายตากวาดไปพบกับทำเลลาดเอียงเล็กน้อยที่ริมน้ำ ข้างๆต้นมะค่าโมงที่ยืนท้าทายแดดฝนมานานหลายทศวรรษพื้นเรียบไม่เป็นลอนคลื่น พอมีหญ้าปกคลุมอยู่บ้าง และที่สำคัญ พอมีระยะห่างจากผู้อื่นพอสมควรยี่สิบนาทีต่อมาก็พบตัวเองนั่งอยู่บนผืนเสื่อหน้าเต๊นท์พร้อมหมอนอิง ถังน้ำแข็ง เก้าอี้จากแผ่นสเก็ต ฯและที่ขาดไม่ได้ หนังสืออีกสักเล่ม
๒๑.๐๒ จันทร์ค่อนดวงโผล่พ้นสันเขากลางหุบโป่งก้อนเส้า ทอประกายสะท้อนผิวน้ำระยับพร้อมลมหนาวมาเป็นระรอกๆตั้งแต่ชั่วโมงที่ผ่านมา เย็นชื่นใจแต่ปลายเท้าที่โผล่พ้นขายีนส์หนาสิบเจ็ดออนซ์ฟ้องว่าดึกๆคงจะหนาวควรหาถุงไหมพรมอุ่นๆมาห่อให้มันบ้าง ดีกว่าปล่อยให้ล่อนจ้อน เปลือยเปล่าเช่นนี้พี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เดินสำรวจความเรียบร้อยในความสงบพลางทักทายปราศัยจากนั้นไม่นาน ก็ได้เวลานอน แต่พับผ่าสิ ลมแรงชมัด เต๊นท์สั่นกระพือทั้งคืนแทบไม่เป็นอันนอน หรืออาจจะเป็นเพราะว่า....ใช่!อเมริกาโน่แก้วนั้นเมื่อตอนเย็นนั่นเอง
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
บันทึกสามสิบสอง
ข้าพเจ้า บัดนี้ได้นำความกร้านเกรียมแดด
ให้แก่ร่างกายมาเป็นชั่วระยะกว่าสามสิบสองปี
นำพาตัวเองไปทำดีเคล้าชั่วมาก็หลากหลายที่ทาง
ลัดเลาะหาช่องทางที่คิดว่าควรจะไปโดยไม่ฟัง
คำใครจะทานทัดไว้ (เป็นส่วนใหญ่)
ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย
ที่ได้ทำอย่างนั้นลงไป ดูจะมีค่าแก่ความทรงจำ
ของข้าพเจ้าเสียมากกว่าเท่านั้นเอง
หลากหลายเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสบการณ์
มากมายหลายอย่าง ได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ดี เลว
เห็นแก่ตัว ทำเพื่อผู้อื่น แก่งแย่ง กามารมณ์
จน รวย ศาสนา ศรัทธา งมงาย ฯลฯ
ซึ่งบางครั้งข้าพเจ้าก็ไม่ได้พบเจอด้วยตัวเองตรงๆ
เป็นเพียงการแฉลบเข้าไปพบเจอด้วยความเสือก
ของตัวเองเสียมากกว่า จึงได้นำมาคิดทบตลบ
ไปมา ให้วุ่นวายความคิดจึงค่อยกลั่นกรองมาปฎิบัติ
มา ณ ปัจจุบันนาทีนี้ ความเร่งเร้าที่จะให้
ข้าพเจ้านั้นขยับเข็มทิศไปในทิศทางใดนั้นก็คงจะ
มีแต่การวางรากฐากให้ชีวิตของครอบครัว
ต่างจากก่อนหน้าสมัย ที่คิดแต่ศูนย์กลางคือ ตัว-
ของข้าพเจ้าเอง จะหกเหินพเนจรไปที่ใดก็
สุดแต่ใจตัว! ข้าพเจ้าเพิ่งได้รู้สึกถึงความเป็น
มนุษย์เมื่อสิ่งต่างๆหมุนไป แต่ใจเราหยุดนิ่ง...
นิ่งเพื่อพิจารณา นิ่งเพื่อวิเคราะห์หาคำตอบให้
แก่ตัวเอง หากสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตามที่ควรจะ
เป็น ก็มุ่งหน้าต่อไป หากไม่ใช่ก็เห็นควรแล้ว
ที่จะต้องปรับต้องแก้กันไปให้เป็นทางที่ดี
เห็นควรแล้วว่าวันนี้ต้องหยุดพร่ำกดแป้นพิมพ์
เสียที ไว้โอกาสหน้า จะมารบกวนเวลาผู้อ่าน
ที่ติดตามกันล้นหลามยาวนานกว่าร้อยวินาทีอีกครั้ง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)