วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐



ผมมองตัวเองอยู่บนยอดตึกร้างพร้อมด้วยชายที่
ไม่รู้จักอีกสี่ห้านายในมือมีปืนยาวติดลำกล้องไว้
เพื่อยิงระยะไกลแต่ไม่ทราบขนาดกระสุน
ผมมองด้วยความสงสัยว่าปืนเก่าขนาดนี้จะยิง
อะไรได้ไวทันใช้งาน?จากนั้นจึงมุดลอดสิ่งปรักหักพังของตึกเพื่อลงมา
ยังด้านล่าง เพียงชั่วอึดใจก็มองเห็นตีนตัวเอง
ถูกหุ้มด้วยรองเท้าคอมแบทหนังสีดำคลุมด้วยฝุ่น
หนาเหยียบอยู่บนแผ่นปูนที่แตกหักทับซ้อนกันหลาย
ชั้น หูแว่วได้ยินเสียงคุ้นเคย ใช่! มันเป็นเสียง
ของนาฬิกาปลุกของผมเองที่ตั้งไว้ทุกวัน เวลา
ห้านาฬิกากับอีกครึ่งชั่วโมงลืมตาตื่นกดปุ่มปิดเสียงเตือนบัดซบ! ฝันบ้าบออีกแล้วผมมักบ่นให้ชมพู่ฟังเป็นประจำเรื่องความฝันเพราะว่าผมไม่อยากฝัน มันทำให้คนเราหลับไม่สนิท
เท่าที่มันควรจะเป็น ซึ่งคนบ้าบางคนได้วิจัยเอาไว้

๐๘.๑๑ น.อาหารเช้าวันนี้มีข้าวต้มกับเนื้อแผ่นบาง
ทอด ขนาดเล็กพอขบได้ มันไม่กรอบและไม่เหนียว
ไข่เจียวทรงเครื่อง(ใส่พริกสด หอมแดง หอมผักชี
ซอย ผมเรียกอย่างนั้น)และยำผักกาดกระป๋องดอง
มันเหมาะเจาะกับอากาศเย็นๆปลายฤดูหนาวเยี่ยง
นี้ดีนัก เคี้ยวบดอาหารเช้าลงกระเพราะไปเรียบ
ร้อยแล้วก็หย่อนใจสบายๆด้วยหนังสือที่อ่านค้างเติ่ง
ไว้เนิ่นนาน พลางนั่งมองดูเมย์กิ(หมา)มากระเซ้า
ขอขนมกิน เกือบทุกครั้งจะคาบผ้าเช็ดมือที่พาดอยู่ที่
ขอบโต๊ะมาล่อหน้าเพื่อเอาขนม นั่นแหละเป็นปกติ
นิสัยของหล่อน! น่าเตะไหม
ผมยอมรับตัวเองว่าเป็นนักอ่านที่ไม่ดีเท่าไหร่นักชอบอ่านครึ่งกลางค้างคาไว้ ไม่ค่อยจะจบนัก(ช่วงหลัง)พาลให้ไม่ค่อยอยากจะซื้อเล่มใหม่ๆมารอคิวต่อไป(ต้องขออภัยนักเขียนหลายๆท่านมา ณ ที่นี้ด้วย)๑๓.๑๑ น. มื้อเที่ยงคลาดเคลื่อนจากเวลาไปมากกว่าชั่วโมงเหตุผล ช่างมันเถอะ ไม่อยากกล่าวถึงเอาเป็นว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวที่แม่ลวกไว้ยังอร่อยอยู่เนื้อเปื่อยและเอ็นแก้วอ่อนนุ่ม ไม่ต้องใช้แรงในการบดมากมายหากเป็นยายเทียบ(แม่ของแม่)มักจะทำก๋วยจั๊บเสียมากกว่าเพราะวัยเด็กผมมักได้กินก๋วยจั๊บของยายใต้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นประจำตามงานชุมนุมขายของแทบทุกเทศกาล ครับ ยายเคยเป็นแม่ค้าเป็นคนรับจ้างซักผ้า เป็นแม่บ้าน(บ้านคนอื่น)เป็นหลายอย่างเท่าที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวค่าเช่าบ้าน น้ำไฟและเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมาย๑๔.๔๐ น. บรรจุเวย์โปรตีนใส่ในเชคเกอร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตบึ่งควบเล็กน้อย(รถยนต์)ไปสนามกีฬา ด้วยเวลาไม่เกินสิบนาทีวันหยุดชดเชยของทางราชการทำให้ผมต้องไปออกแรงอีกห้องหนึ่งที่ไม่ใช่ห้องประจำด้วยความที่ร้างลาไปนานเพราะไปจัดงานเทศกาลดนตรีริมผามาเกือบเดือนเต็มๆ ทำให้ความสามารถของกล้ามเนื้อที่เคยออกแรงต้านน้ำหนักจากแรงดึงดูดของโลกด้อยลงไปมากโขชิ้นละสามเซ็ทก็เพียงพอที่จะทำให้วันรุ่งขึ้นรับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานเล่นมันแค่นั้นพอ๑๖.๐๐ น. กลับบ้านเก็บข้าวของที่จำเป็นต่อการนอนนอกสถานที่ตามเสียงเรียกร้องของตัณหาที่ถวิลถึงความหนาวเย็นนอกบ้านความคุ้นเคยกับเต๊นท์หลังใหม่ยังไม่สร่างซาจากงานริมผา(ยี่สิบกว่าวัน)ที่ได้ใช้มันแทบทุกวัน ยกเว้นวันงานคอนเสริต เนื่องจากเพื่อนหนาและเพื่อนเหลี่ยมได้ขอยืมใช้งานเป็นที่หยุดรับแอลกอฮอล์เข้าร่างโดยที่ไม่ต้องบอกกล่าวเจ้าของก่อนผมจึงต้องระหกระเหินไปพักพิงเล็กน้อยงีบไม่กี่ชั่วโมงก่อนเช้าเท่านั้น เพื่อนเลว!!คิดในใจ ไม่ได้ด่ามัน อย่างน้อย ผมก็รักพวกมัน๑๗.๕๑ น. เล็กน้อยเข้าเทียบช่องจอดของที่หมายอย่างสงบและเจียมตัวกวาดสายตาไปรอบๆพื้นที่เพื่อมองหาตำแหน่งที่เหมาะเจาะกับความวิเวกในใจพลางจิบอเมริกาโน่ที่เหลือมาครึ่งแก้วเมื่อตอนแวะซื้ออาหารสำเร็จไว้เผื่อตอนเช้าสายตากวาดไปพบกับทำเลลาดเอียงเล็กน้อยที่ริมน้ำ ข้างๆต้นมะค่าโมงที่ยืนท้าทายแดดฝนมานานหลายทศวรรษพื้นเรียบไม่เป็นลอนคลื่น พอมีหญ้าปกคลุมอยู่บ้าง และที่สำคัญ พอมีระยะห่างจากผู้อื่นพอสมควรยี่สิบนาทีต่อมาก็พบตัวเองนั่งอยู่บนผืนเสื่อหน้าเต๊นท์พร้อมหมอนอิง ถังน้ำแข็ง เก้าอี้จากแผ่นสเก็ต ฯและที่ขาดไม่ได้ หนังสืออีกสักเล่ม

๒๑.๐๒ จันทร์ค่อนดวงโผล่พ้นสันเขากลางหุบโป่งก้อนเส้า ทอประกายสะท้อนผิวน้ำระยับพร้อมลมหนาวมาเป็นระรอกๆตั้งแต่ชั่วโมงที่ผ่านมา เย็นชื่นใจแต่ปลายเท้าที่โผล่พ้นขายีนส์หนาสิบเจ็ดออนซ์ฟ้องว่าดึกๆคงจะหนาวควรหาถุงไหมพรมอุ่นๆมาห่อให้มันบ้าง ดีกว่าปล่อยให้ล่อนจ้อน เปลือยเปล่าเช่นนี้พี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เดินสำรวจความเรียบร้อยในความสงบพลางทักทายปราศัยจากนั้นไม่นาน ก็ได้เวลานอน แต่พับผ่าสิ ลมแรงชมัด เต๊นท์สั่นกระพือทั้งคืนแทบไม่เป็นอันนอน หรืออาจจะเป็นเพราะว่า....ใช่!อเมริกาโน่แก้วนั้นเมื่อตอนเย็นนั่นเอง