วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สร้างหัวใจที่ยิ่งใหญ่ด้วยสิ่งเล็กๆ


    หลายๆครั้งผมเห็นคนที่เค้าทำตาม
ระเบียบ ตามกฎเกณฑ์ที่มองดูแล้วมันรู้สึก
ว่าไม่ต้องก็ได้มั้ง หรือ คนโง่เท่านั้นทีทำ
อย่างติดไฟแดงตอนตีสาม ทั้งๆที่แทบไม่มี
รถสักคันที่วิ่งอยู่บนถนนโล่งอันทอดยาว
หรือ เดินข้ามสะพานลอย ทั้งๆที่คนอื่นเดิน
ข้ามถนนกันแบบปกติ สะพานลอยมีไว้ให้ร่ม
เงาสำหรับเดินข้าม เห็นแล้วผมก็ไม่ได้คิด
อะไรต่อ ไม่ได้สนใจ ไม่คิดว่าทำไปทำไม

    ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิต
มากหลากหลายรูปแบบ ห้าวแหกไปแทบทุก
กฎเกณฑ์ที่ไม่เข้าและขัดใจ ชุมนุมล้อมวง
ยัดเยียดความเป็นสุภาพบุรุษให้กับความ
มึนเมาโดยไม่แยแสต่อสายตาใครต่อใคร
ไม่แม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า
เป็นช่วงหนึ่งที่ผ่านมาได้จนทุกวันนี้ก็คิดว่า
ไม่ตายไปก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว

    จนมาวันหนึ่ง....ตัวผมเองได้พา
ความคิดของตัวเองหลงเข้าไปสังเกตุ
พฤติกรรมของคนรอบกาย ด้วยความมีสติ
ผมได้มีเวลาคิดและคุยกับตัวเองกับสิ่งที่
ได้เห็นหลายๆคนที่ผมเคยมองผ่าน
กับหลายๆสิ่งที่มองให้ละเอียดขึ้น
ซึ่งอาจจะเป็นหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง
ที่ทำให้ผมคิดได้ มองลงไปในรายละ
เอียดต่างๆ อย่างเช่น ซากศพที่เราเห็น
เป็นประจำตามท้องถนน แทบทุกครั้ง
ผมจะเห็นมันแห้งติดดินจนแทบไม่เหลือ
อะไรเมื่อมันอยู่กลางถนน และ บวมแป่ง
จนแทบระเบิดออกเมื่อซากนั้นอยู่ข้างๆ
ทาง

    ผมสังเกตุเห็นว่ามีมนุษย์อีกมากมาย
ที่มีความดีอยู่ในใจ ผมเห็นคนที่เค้าพยายาม
สละเวลาอันมีค่าต่างๆทำเพื่อเพื่อนมนุษย์
หรือ เพื่อเพื่อนร่วมโลก ให้โลกใบนี้น่าอยู่
ทำให้ผมตระหนักถึงสิ่งเล็กๆที่เคยมองข้าม
ละเลยมันไป ไม่ใส่ใจถึงคนอื่น สิ่งมีชีวิต
อื่นๆที่เราต้องอยู่ร่วมกันไป

    มันทำให้ผมมีความตั้งใจในการใช้
ชีวิตมากขึ้น อยากทำอะไรเพื่อส่งต่อให้
เกิดสิ่งดีๆในชีวิตมากขึ้น คิดถึงผู้อื่นมากขึ้น
และมีความละเอียดรอบคอบมากขึ้นกับการ
กระทำต่างๆ อาจจะไม่ใช่อะไรที่ใหญ่โต
มากมาย อาจจะเป็นแค่ปิดก๊อกน้ำที่เดิน
ผ่านไปให้สนิทเมื่อสังเกตุเห็นว่ามันหยดอยู่
ไม่ก็แค่หยุดรถเก็บเศษไม้ที่อาจจะส่งผล
ให้ใครต่อใครเกิดอุบัติเหตุก็เป็นได้

    ผมตั้งใจไว้และจะพยายามจะทำให้ได้
โลกนี้น่าอยู่ขึ้น สังคมเราดีขึ้นเพราะเรา
ช่วยกัน เพื่อนผมคนนึงก็เป็นแบบนี้
คุณนั่นแหละครับ ไม่ต้องคิดว่าใคร
สวัสดี

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ด้วยจักรยาน


    หากส่งคำถามว่า "อยากทำอะไร"
และ "จะเริ่มยังไง" ไปยังหลายๆคนที่
อยากจะประกอบกิจการเป็นของตัวเอง
เราก็มักจะพบคำตอบในเรื่องของการ
ตั้งต้นกิจการนั้นๆด้วยเงินทุนสักก้อน
หรือไม่ก็อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ
เครื่องจักรกลต่างๆหรืออาจจะไปถึง
ยานพาหนะในการขนส่งที่รวดเร็วและ
อำนวยความสะดวกในการประกอบการ

    หลายๆคนที่ได้ประกอบกิจการไปนั้น
ส่วนใหญ่อาจจะไปไม่ถึงฝังฝันกันสักเท่า
ไหร่ เพราะการประกอบกิจการนั้น มัน
ไม่ง่ายอย่างที่เราๆท่านๆได้คิดวาดหวัง
ไว้ หากแต่ต้องรับผิดชอบทุกๆการกระทำ
ทุกการใช้จ่ายภายใน ภาระทางการเงิน
ที่ไปหยิบยืมเขามาบ้าง อันนั้นเป็นเรื่อง
ที่ใหญ่นะครับ เพราะมันเป็นจุดเริ่มเล็กๆ
ของปัญหาในอนาคตเมื่อเราไม่ประสบผล
สำเร็จในการประกอบกิจการ

    เมื่อครู่ที่ผ่านมาหลังจากผมวิ่งเสร็จ
ราวๆเกือบตีห้า ระหว่างทางกลับบ้าน
ผมเห็นผู้หญิงท่านหนึ่งปั่นจักรยานหิ้วของ
จนเกือบจะเต็มตระกร้าและแฮนด์
สิ่งของเหล่านั้นก็ประกอบไปด้วยเครื่อง
ครัว ผักต่างๆ ที่ใช้ในการทำอาหาร
หลายท่านเริ่มมองเห็นอย่างที่ผมเห็นแล้ว
ใช่ไหมครับ ผู้หญิงคนนั้นเค้าอาจจะเริ่มต้น
ประกอบกิจการของเขาอยู่ ถ้ามองในมุมนี้
หากเค้าเริ่มจากจุดเล็กๆที่สุดที่เขาสามารถ
ทำได้โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน หรือ ลงทุน
ใช้เงินมากมายมหาศาลอย่างร้านกาแฟ
ที่ล้มหายตายจากกันไปไม่รู้เท่าไหร่ เขา
ก็มีโอกาสที่จะไปรอดได้ง่ายกว่าใช่ไหมครับ

    เมื่อยามที่ผมยังเด็ก ที่บ้านมีมอเตอร์
ไซค์ของคุณพ่อแค่คันเดียว คุณแม่ก็ต้องไป
ทำงานอีกที่หนึ่งซึ่งคนละทาง และ คนละ
เวลา(มีกะเช้า,เย็น,ดึก)หากวันไหนคุณ
พ่อผมยังไม่กลับมาจากที่ทำงานเวลาเช้า
วันนั้น คุณแม่ก็ปั่นจักรยานแม่บ้านหิ้วลูกน้อย
ห้อยท้ายไปส่งที่โรงเรียน ก่อนจะปั่นกลับ
ไปที่ทำงาน ระยะทางก็ไม่เกินเจ็ดแปดกิโล

    คุณแม่แก้ปัญหาด้วยการลงแรงมากกว่า
ลงทุน ผมคิดในมุมที่ว่ามันสามารถนำมาปรับ
ใช้เป็นกลยุทธ์ในการเริ่มประกอบธุระกิจได้
เป็นอย่างดี

ผมอาจจะเล่าได้ไม่ดีเท่าไหร่เวลากระชั้น
เหลือเกินต้องรีบไปอาบน้ำก่อนที่ภรรยาและ
ลูกจะตื่นแล้วครับ
สวัสดีวันอังคารก่อนสิ้นเดือน

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ความขี้เกียจ


    ผมเชื่อว่าทุกคนเคยขี้เกียจ
ทุกวันนี้ผมก็ขี้เกียจอยู่บ่อยๆ ผมคิดว่า
อะไรทำให้เราขี้เกียจได้ขนาดนั้น
ผมเลยมองว่า ผมเอาเวลาที่ผมขี้เกียจ
นั้นไปทำอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะพบว่า
ไม่นั่งเล่นคอม,มือถือ ไม่ก็ "นอน"
จนพบว่าการนอนเพราะขี้เกียจ
เป็นความเสียหายใหญ่ที่สุดของปัญหา
ทำไมผมจึงคิดว่าเป็นปัญหานะหรอ
คืออย่างนี้ครับ พอนอนเพราะขี้เกียจ
ผมจะนอนไวกว่าปกติ ไม่ได้อ่านหนัง
สือบ้าง ไม่ได้เขียน ไม่ได้อาบน้ำบ้าง
ฯ และอะไรอีกหลายๆอย่างที่หายไป
เพราะการขี้เกียจแล้วนอน
ซึ่งหากผมนอนก่อนเวลาสักชั่วโมงหนึ่ง
มันก็จะมีผลกระทบทำให้หลายๆอย่าง
ที่ได้ตั้งไว้เคลื่อนออกไปสัมพันธ์กับเวลา
ที่ผมขี้เกียจ เช่นว่า จะอ่านหนังสือก่อน
นอนวันละยี่สิบนาที อาจจะได้สักสามสิบ
หน้า หนังสือที่รอการอ่านก็จะสุมๆไปอีก
กลายเป็นดินพอกหางหมูไปเรื่อยๆ

    ผมพบว่าหลังๆมานี้ผมขี้เกียจบ่อย
ไม่รู้ว่าสมองสั่งการยังไง มีความเหนื่อย
ล้าจากร่างกายมั้ย จึงส่งผลให้ถึงบ้าน
แล้วสลบลงไปคาที่นอนหลายครั้งแล้ว

    ใครมีข้อแนะนำช่วยชี้แนะจะขอ
ขอบคุณมากครับ

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

การบริหารความท้อ


    ผมเชื่อว่าทุกคนเคยท้อ....
ทุกวันนี้ก็ยังมีเรื่องเข้ามาให้ท้อ..
ความท้อไม่เคยจะจากเราไปไหน.

    ความท้อแท้นั้นมันจะมาคู่กับความ
ตั้งใจ ผิดแต่ว่าความตั้งใจมาก่อน
เพียงแค่ความตั้งใจขยับห่างออกจาก
ความหวังโดยมีเจ้าตัวปัญหาเข้ามา
เบียดเสียดแทรกตัวเข้ามากั้นกลาง
ก็ทำให้ความท้อนั้นแซงหน้าความตั้งใจ
ออกไป บางครั้งไกลเสียจนเกินกู่..

    แล้วเราควรทำอย่างไร???
เคยเป็นมั้ยครับ เวลาเพื่อนเราทุกข์
ท้อจากปัญหาต่างๆ เราให้คำปรึกษา
เพื่อนของเราได้อย่างฉะฉาน
มองเห็นภาพรวมได้อย่างดี มีทางออก
แต่พอถึงคราวตัวเองกลับง่อยเปลี้ย
เสียขาไปถึงกับต้องซมกับก้นแก้ว
เราลองคิดว่าเรื่องที่เราท้อนั้น
หากเป็นคนอื่นมองมาที่เรา
เขาจะให้คำแนะนำอย่างไร ไม่ก็
หากคนอื่นเป็นอย่างเรา เราจะแนะ
นำเขาอย่างไร

    มองในมุมนี้ผมว่าความท้อ
ความทุกข์ยากจะค่อยๆมีทางแก้ไข
ต่อไป คงไม่หายไปในฉับพลัน
แต่ก็คงต้องเป็นเราอีกนั่นแหละ
ที่นำเอาคำแนะนำนั้นมาลงมือแก้ไข

(หนึ่งในตัวเลือกการบริหารงานท้อ)
Enjoy yr lif(v)e.

Podbean


    Podbean App
เป็นแอพที่มีมานานแล้วครับ แต่ผมเพิ่ง
รู้จักเมื่อวานนี้เอง เหตุคงเป็นเพราะว่า
โดยปกติผมจะใช้ Apple Podcast ฟัง
อีกอย่างก็ยังไม่ได้คิดหาวิธีการฟังใหม่ๆ
ด้วยมั้งครับ

    แต่ด้วยความอยากรู้ว่าเค้าอัดและ
อัพพอดคาสท์กันด้วยวิธีไหน จึงพาผมไป
สู่พอดบีน ซึ่งต้องยอมรับว่าเล่นได้แค่ไม่กี่
ชั่วโมง แต่ก็อยากจะมาแนะนำเพื่อนๆเอา
ไว้ก่อน เพราะหลายๆคนใช้ระบบปฎิบัติ
ที่ไม่ค่อยเหมือนกัน ทางค่าย Apple
ก็จะมี Apple Podcast ส่วนทางค่าย
อื่นๆก็จะใช้ระบบปฎิบัตการ Android
ซึ่งก็มีเจ้าพอดบีนนี่แหละครับ ที่สามารถ
ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีและ "อาจจะ" ดีกว่า
เจ้าพอดคาสท์ของ Apple ที่ผมเคยใช้
มาก็เป็นไปได้ เพราะเท่าที่ใช้มานิดเดียว
ก็มีฟังค์ชั่นมากมายเยอะแยะเต็มไปหมด
แต่การจัดเรียงการเล่นยังไม่ไวเท่าของ
เดิมที่ใช้มา แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
คงยังไม่ค่อยชิน เพราะของเดิมผมกดค้าง
แล้วเลือกได้เลยว่าจะให้เล่นเป็นรายการ
ถัดไป หรือ ให้เล่นเป็นรายการท้ายสุด
ที่เลือกๆไว้หลายรายการ
ของเจ้าพอดบีนนี่ต้องมาสร้างเพลยลิสท์
ให้เขาไว้ก่อนถึงค่อยเพิ่มรายการเข้าไป
แล้วถึงจะเล่นต่อเนื่องจากรายการที่
เลือกไว้ได้ เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มขั้น
ตอนเข้ามาแหละครับ

    นอกจากนี้พอดบีนยังทำหน้าที่อัดราย
การได้อีกด้วย เป็นสถานีของตัวเอง
เมื่อเราโหลดและลงทะเบียนก่อนใช้งาน
ก็จะมีให้เลือกชื่อ ตั้งค่านู่นนี่กันไป
ซึ่งคิดว่าอาจจะมีพลั้งเผลอหลงไปอัดกับ
เค้าบ้างรึเปล่า ก็ไม่แน่ใจ แต่ก็อยาก
ทำกับเค้าบ้างเหมือนกัน

    รายการพอดคาสท์แต่ละรายการนั้น
มีเนื้อหาสาระเป็นพื้นฐานอยู่แล้วเกือบหมด
หากเพื่อนๆที่มีเวลาว่างอาจจะเป็นระหว่าง
ขับรถ,ออกกำลังกายฯ ซึ่งผมก็ฟังเวลานี้
เป็นประจำ ลองหาอะไรฟังแก้เบื่อดูได้ครับ
แถมได้สาระข้อคิดดีด้วย

Thanks for reading ;)

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

มัลติทาสกิ้ง


"มัลติทาสกิ้ง"

คำๆนี้ผมได้รู้จักเป็นครั้งแรกเมื่อราวๆห้าปี
ที่แล้วมั้งครับ เป็นอีกหนึ่งความสามารถของ
เจ้าไอแพดตอนนั้นที่บริษัทเขาได้โฆษณาไว้
ประมาณว่า....
คือ การทำงานได้หลายๆอย่างพร้อมกัน
(อาจจะสลับกับอย่างไวมากก็เป็นได้)มั้ง

ยิ่งนับวันเรายิ่งเห็นเทคโนโลยีที่ออกอะไร
ใหม่ๆมาให้ตกตะลึงอยู่เป็นประจำ
(ทุกวันนี้อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้วก็ได้)
ตอนนั้นผมคิดว่ามันโครตเจ๊งเลย
มันสามารถทำอะไรได้หลายอย่างจริงๆ
สลับการทำงานไปๆมาๆได้อย่างรวดเร็ว
เครืองไม่ช้าไม่ค้าง อะไรก็ฟึ่บฟับๆไปหมด
ทำให้ผมกลายเป็นคนทำอะไรหลายๆอย่าง
ไปในเวลาเดียวกันได้
ผมกลายเป็นมนุษย์ "มัลติทาส"
ยิ่งความเป็นมนุษย์ที่ต้องหลากหลายความ
สามารถในการทำงานด้วยแล้ว
มันช่างเหมาะสมกับชีวิตซะจริง
อะไรๆก็ถูกออกแบบมาให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
มากกว่าแต่ก่อนเหลือเกิน

จนวันหนึ่ง ผมทำงานชนิดที่ว่ายุ่งมากๆ
ชีวิตมันมัลติทาสกิ้งอะไรขนาดนั้น
ความสงบมันไม่ได้เกิดกับเราเลยในขณะนั้น
มันกลายเป็นชีวิตที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา
น้อยครั้งที่เราจะได้พิจารณารายละเอียด
ปลีกย่อยของการกระทำนั้นๆจริงๆ

จนวันนั้นถึงวันนี้ ผมได้เรียนรู้ว่าการ
ทำอะไรได้หลายๆอย่างไปพร้อมกันนั้น
มันเป็นเรื่องที่ดี แต่มันควรเป็นคอมพิวเตอร์
มากกว่าที่จะให้มนุษย์เป็น ผมเชื่อว่ามนุษย์
นั้นควรทำอะไร "ทีละอย่าง" แล้วผลจะ
ออกมาดีที่สุด อย่างน้อยก็เท่าที่มันควรจะเป็น
เมื่อเราทำอะไรทีละอย่าง เราจะมีสมาธิ
จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นๆมากกว่าการสลับไป
สลับมาอย่างเร่งรีบ เมื่อเราได้ใช้ความ
เชื่องช้าเข้ามากำกับ ผลที่ได้ก็จะละเอียด
มากกว่าเดิม ดีขึ้นกว่าเดิม ลึกและกว้าง
กว่าเดิมครับ

เราควรปล่อยให้อุปกรณ์ต่างๆมันทำหน้าที่
ของมันไปอย่างที่ควรจะเป็น
ตัวเราเองนั้น ให้สติกำกับจะดีกว่าครับ