วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ทำงานอย่างไรให้สนุก




    เกิดเป็นคำถามในระหว่างที่ผมพยา
ยามคิดที่จะพาตัวเองและครอบครัวไปใน
การเดินทางครั้งสำคัญของชีวิต ที่จะทำ
ให้ปัจจุบัน "เชื่อมต่อ" กับอนาคตที่คาด
ไว้อย่างใกล้เคียงกันมากที่สุด

    ผมคิดว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่อ่านบทความ
นี้ก็มักจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่การงานเป็นของตัว
เองกันแทบหมดทุกคนแล้วก็ว่าได้
ผมจึงขออิงเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ไปกับการ
ทำงานนะครับ เนื่องจากว่าการทำงานนั้น
กินเวลาส่วนใหญ่ไปเกือบทั้งหมดของชีวิต
ก็ว่าได้ (อย่างน้อยก็วันละแปดชั่วโมง)

    ผมเดาว่าการทำงาน "ส่วนใหญ่"
ในปัจจุบันนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขสนุก
แต่อย่างใด กลับกัน มันมักจะสร้างแต่
ความทุกข์ระทมแก่ผู้คนทั้งหลายที่กำลังสับ
สนอยู่กับการงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ
กิจการ หรือ พนักงาน (หากท่านใดมี
ความสุขกับการทำงานในทุกๆวันก็ขอ
แสดงความยินดีด้วยครับคิดว่าท่านคงเจอ
งานในฝันเข้าให้แล้ว)

    เหตุใดเล่า เราจึงทนทุกข์ทรมานต่อ
การตื่นไปทำงานอยู่เป็นประจำ และ อะ
ไรที่จะทำให้เราสนุกสนานไปกับการทำ
งาน ซึ่งนี่เป็นคำถามหลักที่ผมจะพาทุกท่าน
ไปหาแง่คิดต่างๆในเรื่องเหล่านี้

    อันดับแรก ก็ต้องยอมรับก่อนว่า ไม่มี
ใครมีความสุขไปได้ตลอดเวลาใช่ไหมครับ
ทุกๆคนต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมาย
ในชีวิต มีเรื่องมากมายให้คาดหวัง แล้วก็
ผิดหวังซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า มีเรื่องให้ทุกข์ใจ
ร้อนใจ ไม่พึงพอใจ อยู่แทบจะทุกวัน
ตรงนี้ หากเรายอมรับได้ว่า ไม่ว่าจะสุข
หรือ ทุกข์ ต่างเกิดขึ้นที่จิตใจของตัวเรา
เองเป็นอันดับแรก เราก็จะทำความเข้า
ใจเรื่องราวต่างๆไปพร้อมๆกันได้มากยิ่ง
ขึ้น

    ต่อมา ทำไมงานที่เรากำลังทำอยู่นั้น
ถึงสร้างความทุกข์ให้เราซะเป็นส่วนใหญ่?
ซึ่งเท่าที่ผ่านมาของชีวิตผมเองนั้น ก็เป็น
อย่างนั้นจริงๆซะด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็ต้อง
บอกก่อนว่า เป็นความคิด และ ประสบ
การณ์ส่วนตัวที่ผ่านมาของผมเท่านั้น และ
ย่อมมีส่ิงที่หลายๆท่านไม่เห็นด้วย ผมแค่
อยากจะบอกเล่าในประการณ์ที่ผ่านมา
ของตัวผมเองเท่านั้นนะครับ

เหตุผลที่เราไม่ได้มีความสุขกับงานอาจ
จะเป็นเพราะว่างานที่เราทำอยู่นั้น
ไม่ได้สร้างจากสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ
จริงๆก็เป็นได้ครับ

เราเพียงแค่ทำไปเพื่อแลกกับสิ่งตอบแทน
บางอย่างที่เราอยากจะได้มา เช่น หาก
คุณเป็นพนักงานบริษัท แรกเริ่มคุณก็ไปขอ
สมัครงานโดยแลกความรู้ความสามารถ
ที่คุณมี กับ เงินที่ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้คุณ
เมื่อคุณทำงานนั้นๆให้กับเขา

แรกๆคุณก็อาจจะยังไม่คิดอะไรมากเรื่อง
ความสุขในการทำงานนั้นๆ เพราะสิ้นทุก
สิ้นเดือนคุณได้สิ่งที่คาดหวังกลับมา

แต่พอนานๆไป เริ่มเจอปัญหาต่างๆเข้า
มารุมเร้าอยู่เรื่อยๆ คุณก็จะเริ่มถามตัว
เองว่าจะทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร
เรายอมแลกพลังขีวิตไป มากมายขนาดนี้
เพื่อเงินเดือนเท่านั้นเองหรอ?

อีกเช่นว่า หากคุณเริ่มประกอบกิจการของ
ตัวเอง คุณอาจจะเห็นว่าตลาดของร้านชา
ไข่มุกกำลังเป็นที่นิยม คุณก็ไปลงทุนข้าวของ
มาเพื่อประกอบกิจการที่คาดว่าจะส่งผลกำ
ไรให้กับคุณ

นั่นคือส่ิงที่คุณคาดหวังแรก ทั้งๆที่คุณอาจจะ
ไม่ได้หลงใหลการทำ การผลิตชาไข่มุกให้
อร่อยที่สุดเลยก็ได้ คุณแค่อยากได้เงิน
และไม่สนด้วยว่า ชาไข่มุกจะทำให้ใครคน
หนึ่งเสพติดน้ำตาลหรือเปล่า ซึ่งพูดง่ายๆ
ตรงนี้ก็คือ แรกเริ่มเราไม่ได้เริ่มทำงานที่
เรารักและมีความสุขที่จะทำมันก่อนครับ

นั่นเป็นบทสรุปแรกที่ผมได้มาจากการทำงาน
ที่ผ่านมาของผมเองนะครับ

วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนครับ เริ่มยาวไปแล้ว
(เอาไว้มาต่อตอนถัดไปครับ)
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ   

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ประชาธิปไตย กับ เศรษฐกิจ


    เคยได้ยินเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี เพราะ
ประเทศไม่มี ประชาธิปไตย ไหมครับ?

    ผมเคยได้ยินคำพูดพวกนี้บ่อยๆ เกี่ยว
กับเรื่องของเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีของประ
เทศ เพราะว่า รัฐบาลไม่ได้มาจากประชา
ธิปไตย

    ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกันนะครับ

ส่ิงที่ทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ได้จากที่ราบปกติ
ก็คือแรงจากเครื่องยนต์ ไม่ว่าเชื้อเพลิงจะ
เป็นประเภทดีเซล หรือ เบนซิล ก็สามารถ
ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังและส่งไปยังล้อเพื่อ
ให้รถยนต์คันนี้เคลื่อนที่ไปได้

    แต่....จะไปเร็ว หรือ ช้า
ใช้พลังงานเชื้อเพลิงมากหรือน้อยนั้น
บ่งบอกได้ถึงประสิทธิภาพของการขับเคลื่อน
ซึ่งแน่นอน หากเราใช้เชื้อเพลิงมาก แต่
เคลื่อนที่ได้ช้า ก็อาจจะถือได้ว่า ประสิทธิ
ภาพนั้นต่ำ กลับกัน หากเราใช้เชื้อเพลิง
น้อย เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า ก็อาจจะถือได้ว่า
มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า

    ที่นี้ เรามาดูกันว่า อะไร? ที่ทำให้รถ
คันนี้เคลื่อนที่ได้ช้า หรือ อาจจะมองว่าไม่
เคลื่อนที่ไปไหน

น้ำหนักบรรทุกมากเกินกำลังไหม ?
ยางแบนหรือเปล่า ?
เครื่องยนต์เสื่อมประสิทธิภาพไหม ?
หรือกำลังลากซุงที่คนขับก่อนหน้าผูกไว้ไหม?
ฯ ฯลฯ ?

    หากมองแบบนี้เราจะเห็นหลายปัจจัย
ที่ทำให้รถยนต์คันนี้เคลื่อนที่เร็วหรือช้า
มีประสิทธิภาพ หรือ ด้อยประสิทธิภาพ

    ฉนั้น หากจะบอกว่าระบบใด ระบบ
หนึ่งด้อยประสิทธิภาพ เราเอาอะไรเป็น
เกณฑ์การวัด?
ความรู้สึกว่ามันช้า
มองเห็นเข็มความเร็วที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
รู้สึกด้วยสายลมที่โชยมา(จากไหนไม่รู้)


ปีสองพันแปด
ประเทศประชาธิปไตยที่เจริญที่สุดก่อเหตุ
พังระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ไม่กี่ปีมานี้
ประเทศคอมมิวนิสยักษ์ใหญ่
มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง
จนประเทศมหาอำนาจพากันหวาดกลัว

ซึ่งตรงนี้ ก็สามารถถือได้ว่าไม่มีระบบ
บริหารแบบใดจะยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจนั้น
จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่เริ่มยืนยันได้แน่นอนคือ หากคุณใช้
ไปน้อยกว่าที่หามา เศรษฐกิจของคุณมีแนว
โน้มที่จะดีขึ้นแน่นอนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

กับดักทางความคิด


    ผมพยายามถามตัวเองว่า เหตุใด?

เราจึงมักจะมีความคิดคล้อยตามเพื่อน พี่
น้อง ญาติ สื่อ สังคม ไปอย่างง่ายๆโดย
ที่เราไม่เคยรู้ความจริงด้วยตัวเองเลยแม้
สักครั้ง ว่าเรื่องราวที่แท้จริงนั้นเป็น
อย่างไร....

     เหตุใด เราจึงเชื่อเรื่องราวที่บอก
ต่อกันมาปากต่อปาก?

เราอาจจะเคยเห็นบททดสอบมามากแล้ว
เกี่ยวกับการบิดเบือนของข้อมูลที่พูดกันปาก
ต่อไปเป็นจำนวนครั้งที่เยอะขึ้นๆ และยิ่ง
จำนวนครั้งเยอะขึ้นเท่าไหร่ ข้อมูล หรือ
สารที่สื่อออกไปนั้น ยิ่งพิดพลาดไปจากข้อ
เท็จจริงมากเท่านั้น

    มันไม่ใช่เร่ือง่ายเลย ที่เราจะสื่อสาร
กันให้เข้าใจอย่างที่เราเข้าใจจริงๆ
และยิ่งข้อมูลนั้น เป็นข้อมูลที่มีข้อมูลย่อยภาย
ในลงไปอีกหลายชั้น มันก็มักจะผิดพลาดตาม
ไปอย่างมหาศาล

    ฉนั้น ผมจึงอยากให้เราอย่าเพิ่งไปทึก
ทักเอาเองเกี่ยวกับเรื่องราวหรือข้อมูลต่างๆ
ที่ได้รับเข้ามา เพียงเพราะว่า ที่มานั้นเป็น
จากปากของเพื่อนที่เราไว้ใจ จากสื่อที่น่า
เชื่อถือ จากการแค๊ปเจอร์หน้าจอ ฯลฯ
เพราะจริงๆแล้ว เราอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยว
กับเรื่องนั้นเลยก็เป็นได้ เพียงเพราะเขา
แค่ส่งต่อๆกันมา