วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เล่มที่ x06/63x สดับลมขับขาน
ผมเคยได้ยินชื่อของนักเขียนท่านนี้มานาน
แต่ก็ยังไม่เคยได้แวะเวียนเข้าไปสัมผัสอักษร
ของเขาสักครั้ง
และหนังสือเล่มนี้ผมเองนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจที่
จะอ่านตั้งแต่แรก คือหยิบมาจากหัวเตียงของ
ภรรยาโดยมิได้บอกกล่าวแต่อย่างใด
(หวังว่าคงจะหาเจอแล้วหลังผมอ่านจบ)
เหตุเพราะว่าเล่มเล็ก เบากำลังดี เหมาะแก่
การพาไปไหนมาไหนด้วย ก็เพียงเท่านั้นเอง
เรื่องเล่าของเล่มนี้แบ่งเป็นบทสั้นๆ เนื้อ
หาไม่ยืดยาวจนเกินไป เหมาะสมในการอ่านที่
ใช้ช่วงระยะเวลาไม่่นาน หากจะอ่านรวดเดียว
จนจบ ก็คาดว่าไม่น่าจะเกินระยะเวลาอาหาร
ถูกย่อยจนสิ้น
ท้ายนี้ ผมก็คาดว่า ครั้งหน้าคงได้แวะ
เวียนมาพักผ่อนด้วยหน้าหนังสือของคุณมุราคามิ
อีกเป็นแน่ ซึ่งเห็นตามแผงก็มีหนังสือของแกวาง
อยู่ไม่ขาดสาย
วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เล่มที่ x05/63x Measure What Matters
ที่มาของหนังสือเล่มนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น
คำสรรเสริญเยินยอจากพอดแคสท์ของ
อาจารย์นพดล ที่ได้ฟังอยู่เป็นประจำ
อาจารย์พูดถึงเล่มนี้อยู่บ่อยๆ เนื่อง
จากอาชีพของอาจารย์เองเกี่ยวข้องกับ
การวัดผลองค์กร ซึ่งเนื้อหาของหนังสือ
เล่มนี้ ก็ตรงประเด็นอย่างที่สุดในเรื่อง
ของวิธีการทำงานที่ได้ผลอย่างก้าวกระโดด
หรือ 10x อย่างที่กูเกิลได้ทำมาอย่างต่อ
เนื่อง
และอย่างน้อยที่สุด ที่ตัวผมเองนั้นได้
ทดลองกับตัวเองมา ผมก็พบว่า การมี
OKRs นั้น ย่อมดีกว่าไม่มีเป็นไหนๆ
อย่างปีที่แล้ว ผมก็ได้ทดลองตั้ง OKRs
ส่วนตัวไว้หลายๆเรื่อง
ขอยกตัวอย่างมาสักเรื่องหนึ่งที่พอจะ
ทำให้เห็นภาพได้ชัดคือ เรื่องการอ่าน
ของผมเอง ซึ่งที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้ตั้ง
เป้าหมายเรื่องการอ่านเลย ว่าปีๆหนึ่ง
จะอ่านหนังสือให้ได้กี่เล่ม
จนมารู้จักวิธีการตั้งเป้าหมายแบบ
นี้นี่แหละ ทำให้ผมได้ลองตั้งไว้ที่ ๕๒ เล่ม
ซึ่งคิดเป็นสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม
แต่พอสิ้นปี ผมก็สรุปการอ่านได้ที่ ๔๐
เล่ม ซึ่งมันเยอะมากที่สุด เท่าที่เคยอ่าน
มาต่อปีๆหนึ่งเลยทีเดียว
รายละเอียดและตัวอย่างของ OKRs
ยังมีอีกมากมายให้ทุกท่านได้ศึกษา ซึ่งหนัง
สือเล่มนี้ ผมคิดว่าตอบโจทย์หลายๆคนได้
พอสมควรเลยทีเดียว
อย่างน้อยๆ ผมคิดว่ามันไม่เสียหาย
อะไรเลย ที่จะลองนำมาใช้ในชีวิตประจำ
วัน ซึ่งดีไม่ดี ชีวิตท่านอาจจะก้าวกระโดด
ไปสู่ที่ๆท่านไม่เคยคาดมาก่อนเลยก็เป็นได้
ขอให้ทุกท่านสนุกกับชีวิตที่มีเป้าหมายชัดเจน
และวัดผลได้ครับ
Measure What Matters
ปล.อะไรที่วัดผลได้ ก็สามารถบริหารได้
วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เล่มที่ x04/63x Animal Farm
หนังสือเล่มนี้ผมเห็นผ่านตามาหลาย
รอบแล้ว ตามชั้นหนังสือ แต่ก็ยังไม่เคยได้
หยิบมาพลิกดูสักที
จนปัจจุบัน ที่สังคมรอบกาย สื่อต่างๆ
ประโคมประเด็นการเมืองกันอย่างมากมาย
ด่าทอบ้าง โทษนู่นนี่นั่นบ้าง อยากจะมีสังคม
ในอุดมคติอย่างคนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันบ้าง
จนผมเอียนจวนจะอ้วก หากใครบ่นหรือส่ง
เสียงออกมาเป็นเรื่องการเมือง
ว่าแล้วก็ต้องไปคว้าเรื่องนี้ออกมาอ่าน
ซึ่งเป็นนิยายเสียดสีการเมือง
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ผมก็ยอมรับนะครับว่า
มนุษย์นั้น ล้วนเกิดมาเพื่อตอบสนองกิเลส
ตัณหาของตัวเองกันทั้งนั้น เมื่อมีอำนาจก็จะ
หลงลืมตัวไปกับมัน หลงระเริงไปกับความสุข
อันหอมหวานที่อำนาจมีให้ จนลืมไปว่ามนุษย์
คนอื่นๆก็ยังเป็นคนเช่นกัน
ผมว่าจะไม่เข้าประเด็นการเมือง แต่
ก็ยังหลวมตัวแหย่ขาเข้าไปจนได้ พอแค่นี้ก่อน
ดีกว่าครับ ประเดี๋ยวท่านๆจะหาว่าผมเป็น
อย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น ก็เพราะผมไม่
เคยเป็นอย่างนั้น อย่างโน้น อย่างนี้
สวัสดีครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


