วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เล่มที่ x40/63x อิฐ : นิ้วกลม

 


    นิ้วกลม นักเขียนนามนี้ที่ผมได้ยินชื่อเสียง

มานานมาก ตั้งแต่สมัยเริ่มหยิบจับหนังสือ(ที่ไม่

ใช่ตำราเรียน)มาอ่าน


    ด้วยการเขียน ความคิดแบบตั้งคำถามและ

ข้อสงสัยต่อสิ่งต่างๆ จนส่งท้ายด้วยความคิดแสบๆ

คันๆ จึงทำให้หนังสือของ นิ้วกลม นั้นมักกระตุก

ความคิด และ อ่านสนุกไปในคราวเดียวกัน


    ความรู้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำราเสมอไป

และความคิดดีๆก็ไม่จำเป็นต้องเกิดกับเฉพาะผู้

นำกระแสหลักเท่านั้น ใครๆก็สามารถ "คิด"

สิ่งดีๆได้ และส่งเรื่องราวนั้นออกมาในส่วนหนึ่ง

ของชีวิตเรา


    บางหน้า บางตอนของเล่มนี้ อาจจะอ่าน

ยากนิดนึง ซึ่งชายผู้สายตาไม่ค่อยจะดีแล้วอย่าง

ผม คงไมชอบสักเท่าไหร่ แต่ความคิดนั้น ถูกใจ


ปล.หนังสือเก่าเก็บ ไปหยิบมาจากไหนไม่รู้

คงเป็นของภรรยา


    

เล่มที่ x39/63x 1+1=3 : DAVE TROTT

 




    คิดนอกกรอบ...ยังไง?

ทำไม หนึ่ง บวก หนึ่ง ถึงได้สาม?


    นั่นอาจจะเป็นคำถามที่ใครต่างก็งงงวย

เมื่อได้พบเจอ- หากแต่ลองได้อ่าน หรือ ได้

ฟังคำอธิบายต่างๆที่มาจากเนื้อหาภายในนี้

ก็พอจะเข้าได้ใจ ว่าทำไม?-


    ก่อนหน้านี้ ผมได้ยินเรื่องราว เรื่องเล่า

ของหนังสือเล่มนี้มาหลายครั้งคราแล้ว แต่ก็ยัง

มิได้สบโอกาสหามาสัมผัสใกล้ๆด้วยสายตาของ

ตนเอง จนในที่สุด เราก็พบกัน- ที่ร้านหนังสือ


    ความคิดสร้างสรรค์นั้น ตอนแรกอาจจะดู

เป็นเรื่องบ้าบอเอามากๆ ตอนที่ยังไม่ได้ลงมือ

ทำ เพียงเพราะหลายคนไม่เห็นด้วย จึงถูกปัด

ตกไปโดยปริยาย สำหรับคนที่ยอมแพ้และเชื่อฟัง

คำแนะนำด้วยความหวังดีจากผู้อื่น-

-แต่สำหรับคนส่วนน้อยที่ยืนหยัดในความเชื่อ

ความคิดของตนเอง เค้าเหล่านั้นจะหากหนทาง

ที่จะสร้างสรรค์ผลงานของเขาออกมาให้ได้

"ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" เสมอ


    หากเราเป็นนักคิดที่มีความรู้หลากหลาย

แล้ว เพียงลองเติมความเป็นนักหาทางปฎิบัติ

เข้าไปอีก ผมคิดว่านั่นน่าจะเป็นหนทางไปสู่

ความเป็นนักสร้างสรรค์ ที่ประสบความสำเร็จ

ก็เป็นได้....


   

เล่มที่ x38/63x A SLOW BOAT TO CHINA : HARUKI MURAKAMI

 




    เรื่องสั้นครับ...

สั้นแค่ไหน ใครเป็นผู้กำหนดว่ากี่หน้า กี่ตัวอักษร

อันนี้ผมไม่ทราบ ทราบเพราะว่าเขาเรียกมาว่า

อย่างนั้น

    ซึ่งจริงๆก็อยากรู้ว่า เรื่องต้องยาวไม่เกิน

กี่ตัวอักษรถึงจะเรียกว่า "เรื่องสั้น" และยาว

แค่ไหน ถึงจะเรียกว่า นวนิยาย จึงได้ไปถามอา

มาครับ อากู๋เกิ้น....

    ท่านพล่ามเอาไว้ว่า นวนิยายนั้น มีรายละ

เอียดเยอะ ยืดยาว ตัวละครมาก เยิ่นเย้อ มาก

ฉาก พรรณนาได้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น แม้กระทั่งกลิ่น

เสียง- เพิ่ลว่าไว้ประมาณนั้น

    เรื่องสั้น ก็ตรงกันข้ามกับ นวนิยาย จบ.

อ่าว แล้วเล่มนี้ผมจะไม่พูดถึงหรอ?

-ไม่ดีกว่า เรื่องสั้นก็พอแล้ว

เล่มที่ x37/63x มากกว่า 42.195 : อิทธิพล สมุทรทอง

 


    ผมยังมิใช่นักวิ่ง....ที่จะไปแข่งกับใครเขา

หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ของพี่ป็อก(ผู้เขียน)

จบลงไป ความคิด ความรู้สึกของผมก็บอกตัวเอง

แบบนั้น


    เนื่องจากตัวผมเองนั้น ใช้กีฬาการวิ่งเพื่อ

ออกกำลังกาย และ ทดสอบวินัยของการประพฤติ

ปฎิบัติของตนเองเท่านั้น

    

    ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยได้รู้จักชายคนนี้มาก

เกินไปกว่า ชายคนหนึ่งที่วิ่งเคียงข้างพี่ตูนมา

ตลอดโครงการก้าวคนละก้าวเพียงเท่านั้น

มิเคยได้รู้เรื่องราว ประวัติความเป็นมาของพี่ป็อก

เลย จนกระทั่ง หนังสือเล่มนี้ พร้อมลายเซ็นต์

ได้เข้ามาสู่กำมือ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (แล้วก็ใช้

เวลาอ่านอีก 1 วัน)

    ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้จัก ยิ่งเข้าใจ....

ชีวิตของพี่ป็อกนั้น ผูกพันกับเรื่องวิ่งเกินกว่าใครจะ

จินตนาการถึง หากไม่ได้ "เล่า" ออกมาผ่านตัว

หนังสือ

    ประสบการณ์เหล่านั้นได้ถูกกลั่นกรอง บีบอัด

ออกมาให้อยู่ในหนังสือขนาดเหมาะมือ อ่านง่าย

และ เพลินยิ่ง เช่นเล่มนี้ ซึ่ง...

    หนังสือเล่มนี้ มิใช่ตำราการวิ่ง แต่อ่านจบแล้ว

อาจจะทำให้อยากวิ่ง(เหมือนนักว่ิง)บ้างก็ตาม และ

มีความทรงจำกับการวิ่งให้มากกว่าที่เคยเป็นมา


    ผมยังมิใช่นักวิ่ง...ที่จะไปแข่งกับใครเขา

....แต่ผมมองเห็นความสุขขณะวิ่งแล้วครับ


ขอบคุณดนัยที่นำหนังสือพร้อมลายเซ็นต์มาให้ถึงมือ

ขอบคุณพี่ป็อกที่แสนดีคอยห่วงใย และทำเพื่อผู้อื่น

ขอบคุณหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาทำให้รู้ว่า

"ก้าวต่อไป" จนกว่าชีวิตจะหาไม่




วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เล่มที่ x36/63x DIFFERENT : วรากรณ์ สามโกเศศ

 



    ผมชอบเรื่องเล่าสั้นๆ สักสามสี่หน้าจบแบบ

เล่มนี้อยู่พอสมควรครับ อ่านง่าย คั่นเวลาได้บ่อย

บทหนึ่งๆผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว และก็ได้แง่คิด

แบบบทต่อบทดีครับ


    ผู้เขียน ได้เขียนหนังสือประเภทนี้ออกมามาก

มาย หลายเล่ม ซึ่งตัวผมเองนั้น ยังมิได้ติดตามผู้

เขียนอย่างเป็นกรณีพิเศษ แต่ก็ชอบสไตล์การเขียน

แบบนี้ครับ


    เนื่องด้วยผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่เขียน

เรื่องต่างๆให้เข้าใจง่าย ถึงง่ายมาก ดังนั้น เนื้อ

หาข้อมูลเรื่องราวต่างๆก็ได้ถูกนำมาเล่าได้อย่างราบ

รื่น เข้าใจ มองเห็นภาพได้เป็นอย่างดี

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เล่มที่ x35/63x TWEETING THE UNIVERSE : @MarcusChown

 




    ที่มาของหนังสือเล่มนี้มาจากงาน Big Bad Wolf

“เมื่อปีที่แล้ว” พอถึงจังหวะประจวบเหมาะที่เพิ่งจบเรื่อง

ของ วิท- เมื่อเล่มที่แล้ว จึงได้นำ เรื่องราวของจักรวาล

มาเสริมกันอย่างต่อเนื่อง (นี่คือข้อดีของการดองหนังสือรอ

อ่านนะครับทุกท่าน คือเราสามารถเลือกหนังสือที่จะอ่าน

เล่มต่อไปได้จากชั้นที่เรามี และเป็นเล่มที่เราอยากอ่านด้วย

-เหตุผลเข้าข้างตัวเองไหม?-)


อันดับแรกเลย หนังสือเล่มนี้คือ การทวีตข้อความลงในทวิต

เตอร์ ทำให้ข้อความสั้นๆ สรุปมาให้แล้วพอประมาณ

สอง อ่านง่าย ไหลลื่น เผลอเดียวจบแล้ว


กว่าที่เราจะรู้เรื่องจักรวาลนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

เราต้องใช้เวลาหลายร้อย หลายพันปี กว่าจะรู้ว่าโลกเรา

กลมๆป่องๆ บริเวณตรงกลางเส้นศูนย์สูตร กว่าจะสังเกตุ

เห็นแรงโน้มถ่วง โดย เซอร์ไอแซ็ก,กว่าจะรู้ว่าแสงนั้นใช้

เวลาเดินทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลกใช้เวลา 8.3 นาที,

กว่าจะรู้ว่าโลกมีอายุประมาณ 4.6 พันล้านปี จักรวาล

13.8 พันล้านปี(หมื่นสามพันล้าน) ยุคไดโนเสาร์ 62 ล้าน

ปีที่แล้ว ฯลฯ แต่เราก็ได้วิทย์- มาช่วยหาคำตอบเหล่านี้

จนได้

    มิวายไปถึงความรู้นอกจักรวาลต่างๆอีก เช่น บิ๊กแบง

ซูปเพอร์โนว่า,หลุมดำ,คลื่นแสงสี,อนุภาค ฯฯฯ

สนุกครับ เพื่อนคนไหนอยากได้ไปอ่านเล่น เพื่อหาความรู้

ยินดีส่งไปให้ครับ ทักผมมาได้เลย (หนังสือเก่าแล้ว อาจจะ

หายาก)


เล่มที่ x34/63x หลับถึงชาติหน้า : วินทร์ เลียววาริณ




    หลังๆมานี้ผมชอบศึกษาเรื่องที่ออกไปทางวิทยาศาสตร์

แนวความจริงของชีวิต หลักการชีวิต อะไรประมาณนั้น

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ออกไปทางแนวนั้นแต่ส่วนใหญ่ก็จะพูดถึง

เรื่องความเชื่อของเรา โหราศาสตร์ ดูดวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เหล่านี้ ที่มันขัดกับ วิทยาศาสตร์ซะเป็นส่วนมาก


โดยรวมแล้วผมขอชื่อชม อาวินทร์ ที่กล้าออกมาเขียน

เรื่องราวที่ขัดแย้งกับเชื่อของคนส่วนใหญ่ ด้วยคำอธิบายต่างๆ

ข้อมูลต่างๆของวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ความจริงทางกายภาพ

ที่ก่อกำเนิดเรามา ให้เป็นเรา ณ ปัจจุบัน


    สรุปแล้ว ความเชื่อนั้นถูกฝังรากลึกมานาน และยากจะ

เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเราจะศึกษาวิทย์มามากมายแค่ไหน

แต่ถ้าเจอคำว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เข้าไป ก็หงายท้องอยู่ดี


    แล้วถ้ายิ่งไปขัดความเชื่อของคนอื่นด้วยแล้ว มันจะลุก

ลามบานปลายไปกันใหญ่ ผมคิดว่างั้นนะ

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เล่มที่ x33/63x แกะรอย แกะดาว A Wild Sheep Chase : Haruki Murakami




    ห่างหายจากแนวนวนิยายไปนานครับ
จริงๆแล้ว ผมเริ่มต้นการอ่าน(จริงจัง)ด้วย
หนังสือแนวนวนิยายนะครับ
    ถ้าจำไม่ผิด เป็นเรื่อง Angel and
Demons ของ แดน บราว์น ซึ่งหลังจากนั้น
ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์
แล้วก็อีกหลายๆเล่มต่อมา ต่อปเรื่อยๆ ก็
ออกไปทางแนวนวนิยาย แล้วก็ลองอ่านไป
อีกหลากหลาย

    กลับมาที่เล่มนี้ของคุณมุราคามิกันดีกว่า
"แกะรอย แกะดาว"นี้เป็นหนังสือไตรภาค
ของตัวละครที่ชื่อว่า "มุสิก" ซึ่งเล่มน้ีเป็น
เล่มตอนจบครับ เล่มแรกจะเป็น สดับลมขับ
ขาน ต่อด้วย พินบอล จบด้วย แกะรอย
แกะดาว

    ด้วยความที่ผมชอบสำนวนการเล่าแบบ
เห็นภาพ ตามแบบฉบับของหนังสือนวนิยายนี้
ทำให้การอ่าน นวนิยายสามารถสร้างจินต
นาการและอรรถรสการอ่านได้อย่างไม่น่า
เบื่อ ซึ่งตรงนี้ คุณมุราคามิทำได้อย่างใจผม
    (แต่ก็มักจะหลงลืมหนังสือนวนิยายประ
จำชั้นอยู่บ่อยๆ พักหลังๆเข้าร้านหนังสือทีไร
ก็จะได้ประเภทการเรียนรู้มาแทบทั้งสิ้น)

    คุณมุราคามิ ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ออก
มาเมื่อราวๆปี 1982 ซึ่งเวลานั้น ผมยังไม่
มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้(อาจจะอยู่โลกอื่น)
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า อีกเกือบสี่สิบปีต่อมาผมยัง
มีโอกาสได้พบกับหนังสือนวนิยายที่มีอายุยาว
นาน และยังให้อรรถรสได้ดี

    ผมจะไม่กล่าวถึงเนื้อความขอหนังสือ
เล่มนี้นะครับ ช่วยท่านผู้อ่านมาที่เรื่องของ
นวนิยายของผู้เขียนจะคุยได้เพลิดเพลินกัน
มากกว่า จริงๆแล้วผมก็อยากไปทำความรู้
จักกับคุณมุราคามิ ผ่านตัวหนังสือของแกให้
มากกว่านี้ก่อน ที่จะมาเขียนอะไรแบบนี้ซะ
ด้วยซ้ำ
    แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาเท่าที่ได้รู้
จักมาก่อนก็พอ ซึ่งในภายภาคหน้านั้นอาจ
จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ก็มิอาจทราบได้

    เท่าที่รู้จักมา ผมคิดว่า ดีครับ "อ่าน"