วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เรื่องเล่าจากไฟแดง

 



    แสงแดดฤดูหนาวยามบ่ายสาดย้อนมาทาง

กระจกบังลมด้านหน้า ทำให้ต้องใช้บริการแผง

บังแดดที่อยู่บนศรีษะ เพื่อมิให้สายตาที่ซ่อนอยู่

หลังแว่นเลนส์เขียวต้องหรี่เล็กไปมากกว่าเดิม


    ยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลขนาดสองลิตร

สอง ส่งกำลังไปยังเกียร์อัตโนมัติ ถูกส่ังการให้

ชะลอความเร็วลง และห้ามล้อทั้งสี่เริ่มทำงาน

ก่อนที่ตัวรถทั้งหมดจะเลยเส้นจราจรบนพื้นถนน

ใต้สัญญาณไฟสีแดงของสามแยกหัวถนนธนรัชต์


    เบื้องหน้า เท่าที่สังเกตุเห็นเป็นรถกระบะ

สี่ประตูสี่ขาวลายดำยกสูง ขับเคลื่อนสองล้อหลัง

จอดอยู่หลังเส้นไม่เคลื่อนที่ แม้ว่าสัญญาณไฟจะ

เลื่อนลงมาที่ด้านล่างสุด นานหลายวินาทีแล้ว


    จวบจนกระทั่งอึดใจใหญ่ จึงค่อยๆคืบคลาน

เลี้ยวขวาตัดไปทางเขาใหญ่ซ้ายมือข้าพเจ้า

พร้อมกับการกระพริบของไฟสัญญาณที่บ่งบอกว่า

เจ้าสีเหลืองอำพันกำลังจะมา


    ขณะที่รถคันนั้น (สีขาวที่ข้าพเจ้ากล่าวถึง)

กำลังแล่นผ่านสายตาไป ข้าพเจ้าก็เสือกสายตา

เข้าไปในรถนั้น เห็นหญิงตัวเล็ก ผมยาวเป็นผู้

ควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย พลันคิดด่าทอ ให้บาป

ในใจว่า แม่งเล่นโทรศัพท์ ไม่มองไฟแดงอีก

ล่ะ (ข้าพเจ้าขอโทษที่คิดกล่าวโทษไปแบบนั้น

ด้วยสัตย์จริง)


    แวบเดียวจากการเกิดดับทางความคิด

ต่อมาก็สาดสายตาต่อไปที่คันที่สอง สาม สี่

ทั้งหมดนี้ ผ่านไฟเหลือง และ แดง กันไปทุกคัน

ซึ่งอาจจะไปพร้อมกับอารมณ์ที่กระฟัดกระเฟียด

อีคันขาวคันแรกด้วยกระมัง


    จนแล้วจนรอดคันที่ห้า เป็นบุโรทั่งชาญสมร

ภูมิ ด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นโทรมกาย แบกสัมภาระ

เพียวไปด้วยท่อนไม้ฟืนมาเต็มลำจนสูงกว่าหัวเก๋ง

ล้อมรอบขอบกระบะด้วยโครงเหล็กชุบสนิมน้ำ

ตาลแก่ โยกไปทั้งกายายามกระแทกเท้าให้เร่ง

ออกตัว ก็อยากจะติดพันไปกับเขาด้วย


    แต่สายเกินไปแล้ว เพราะไฟแดงของพี่

ท่าน ได้เปล่งแสงออกมาหลายวินาทีเกินไป

ทำให้ยานยนต์ที่อยู่ปลายของธนรัชต์ออกตัวตัด

ขวามาเกินคันครึ่งไปแล้วเสียแล้ว

    สำเภาแก่คร่าคร่ำหัวยุบแทบจุมพิตคอนกรีต

จากแรงเบรคอย่างกระทันหัน พลันยัดเกียร์ถอย

ด้วยความไม่สบอารมณ์หมาย กระทืบคันเร่งน้ำมัน

พร้อมกับถอนคลัชราวกับตีนเหยียบถูกตะปู

    กระชากน้ำหนักบรรทุกทั้งลำกลับไป โย้เย้

คลอนไปทั้งลำ และสิ่งที่มากกว่าฝันก็พลันบังเกิด

    ด้านหลังที่อับจนมุมมองของกระจกข้าง มีเจ้า

แฮทช์แบ็คเหลืองซุกซ่อนอยู่....


    บุโรทั่งที่มีลำไม้ฟืนเต็มคันยื่นออกท้าย ผสม

ส่วนด้วยภาพที่เห็นเพียงรถคันที่อยู่ห่างออกไป อบ

อวลไปด้วยอารมณ์พุ่งพล่านแค้นเคืองของการรอ

คอยที่ผิดหวัง ได้ผลิดริ้วรอยจากการ "ตำ" ให้

ปรากฎออกมาที่หน้าตาเจ้าเหลือง


    ประตูคนขับยานทั้งสองเปิดออก ชายผู้หวังราย

ได้จากไม้ฟืนคิดอะไรขณะนั้นมิทราบได้ เช่นเดียว

กับหญิงสาวที่ลงมาดู ผลประกอบกรรมที่เกิดขึ้น

    ไฟเขียวให้ผมไปได้แล้ว คันห้ามล้อถูกปล่อยออก

จากเท้าที่แช่มันไว้นานแต่ต้นเรื่อง ขณะเสี้ยววินาทีที่

กำลังจะย้ายเท้าไปทางขวาก็ต้องชะงัก เพราะสาย

ตาทางซ้ายเห็นวัตถุห้อบึ่งจะตัดไปทางขวา....

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ลองกันมั้ย ฮึ

 


    การทดลอง คำๆนี้ฟังดูเหมือนการเรียน

ยังไงก็ไม่รู้สินะ คุณว่าไหม? หรือว่าผมคิดไป

เองคนเดียว....


    ด้วยความที่ตัวผมเองเป็นคนประเภทชอบ

ลงมือทำ จึงทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรที่

หลากหลาย ไม่เกี่ยงงานหนัก ไม่ค่อยจะกลัว

การทำอะไรใหม่ๆ และบางครั้ง ก็ทำอะไรเสี่ยง

เกินไป(สำหรับบางคนมอง)


    ทุกอย่าล้วนมีข้อดี และ ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับ

ว่า จะมีข้อไหนมากกว่ากัน และมองจากมุมไหน

อีกด้วย มันคงไม่มีดีทั้งหมด และเสียทั้งมวลเป็น

แน่ ทั้งสองล้วนผสมกันในสัดส่วนที่เราเป็นผู้กำ

หนดกฎเกณฑ์ต่างๆลงไปเอง


    เพราะฉนั้น การลงมือทำ หรือ "ทดลอง"

ทำอะไรใหม่ๆบ้างในชีวิต ก็มิน่าจะใช่เรื่องเลว

ร้ายอะไรไปเสียทั้งหมด

    ส่วนตัวผมคิดว่า มันน่าดีกว่าซะด้วยซ้ำ

หากการทดลองนั้น มีการบันทึกผล จาก "วิธี"

ที่ได้ปฎิบัติลงไปด้วย ซึ่งหากไม่ได้ผล เราก็แค่

เปลี่ยน "วิธี" ใหม่ๆลงไป ทดลองดูอีกครั้ง

จะเป็นไรไป.

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ครั้งแรกที่ผิด



    "ครั้งแรก" ย่อมสร้างความหวั่นใจ
และอารมณ์อื่นๆอีกมากมายในเวลานั้น

    เมื่อเราได้ก้าวออกจากอ้อมอกที่คอย
ประคบประหงมเรามา หลังจากนั้นชีวิต
จึงค่อยๆมอประสบการณ์ต่างๆมาให้เรา

    บางครั้งถาโถม บางคราอ่อนโยน
แต่ไม่ทางไหนเลย ที่จะหลีกเลี่ยงความ
เจ็บปวด ผิดหวัง ชอกช้ำไปได้

    ไม่ว่าจะเป็นรักครั้งแรก หรือ ล้ม
จากจักรยานครั้งแรก ทุกอย่างนั้น มักจะ
สร้างประสบการณ์ให้เราเสมอๆ

    มุมมองต่อจากนั้นต่างหาก ที่จะส่งผล
ให้เราชอบสิ่งๆนั้นหรือไม่
    หากเรามองมันด้วยมุมที่ดี ทุกอย่างก็
จะดำเนินต่อไป ตามธรรมชาติของมัน
หากกลับกัน ประสบการณ์ที่เกิดต่อหลังจาก
นั้น ก็จะถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา

    ทุกอย่างต้องมีครั้งแรก "ที่ผิดเสมอ"