วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เรื่องเครียดเล็กน้อย

 


    หน้าที่การงานทุกวันนี้ก่อให้เกิด
ความเครียดมากมายอย่างที่ไม่เคยมี
มาก่อน

ย้อนกลับไปก่อนยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม
เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี่เอง

สมัยนั้น ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องจักรกล

เราใช้ชีวิตกันอย่างสโลว์ไลฟ์สุดๆ
ในแทบทุกเรื่อง

เราเดินทางด้วยสองเท้า
เราขนสัมภาระโดยวัวเทียมด้วยเกวียน
เราขี่ม้า
เราอาศัยแสงเดือนแสงดาวยามค่ำคืน

ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
ไม่มีตู้เย็น
ไม่มีเครื่องปรับอากาศ
ไม่มีไฟฟ้า

ลองนึกดูสิครับ ชีวิตยากลำบากแค่ไหน
แต่มันคือชีวิต ที่เกิดความเครียดน้อย

น้อยกว่าสังคมในทุกวันนี้ที่เราต้องพบ
เจอกับงาน กับ คนที่มากมายและ
หลากหลายซับซ้อนกว่าเยอะ

เราโดนบีบคั้นกดดันในแทบทุกมิติของชีวิต
ความคาดหวัง ความอยาก ความอิจฉา
ที่โลกทุนนิยมสาดซัดข้าวของเครื่องใช้
ออกมากระตุ้นมันได้ทุกวี่วัน

ระบบเศรษฐกิจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ
ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

เราบางคนหลงทาง
เราบางคนอับจนสิ้นไร้ปลิดชีวิต
เราบางคนติดกับดักในวังวน

และอีกบางคนสุขสบายบนความเครียด
ของผู้อื่น

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568

แค่นี้ก็ดีแล้ว

 


    ป่วยเป็นหวัดคราวนี้กินเวลายาวนาน
เป็นเวลากว่าสิบสองวันแล้วที่ต้องจมจ่อม
อยู่กับอาการเจ็บคอ หายใจไม่สะดวก
มีน้ำมูกไหลย้อยบ้าง อุดตันบ้าง ปะปนกันไป

แต่จะให้ทำอย่างไรได้ครับ เจ้าหวัดนี้มัน
ไม่ยอมจากผมไปง่ายๆ
ยาฆ่าเชื้อก็ครบโดส จนหายจากอาการเจ็บ
คอแล้ว ก็เปลี่ยนที่ขึ้นมาอักเสบที่จมูกอีก
หายใจหายคอแต่ละที รู้สึกรำคาญตัวเอง
จะไปออกกำลังกายก็ยังไปไม่ได้

ได้แต่ภาวนาว่าหากโดนยาแรงสักเข็มคงจะ
ขึ้นไม่ใช่น้อย แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม คือ
มึงไม่ไปหาหมอเองไง

พูดไปก็เท่ากับประจานความคิดกับพฤติกรรม
ของตัวเองที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่

    สิ่งเดียวที่แก้ไขได้ก็คงเป็นความคิด
แบบเก่ากระมัง
คิดจะเร่งให้มันหาย ก็กลับกลายเป็นว่าเอา
จิตไปจดจ่ออยู่กับมันให้ทรมานแทบทุกวินาที
ปล่อยๆมัน ปลงๆมันบ้างก็ดี คิดเสียว่า
นี่แหละหนา ความไม่จีรังของสังขาร
อย่าไปคิดว่าแข็งแรงแล้วจะเจ็บป่วยไม่ได้
หรือคิดว่ามันจะหายได้ตามสั่งเสียที่ไหน

คิดได้แบบนี้มันก็สอนได้แค่ตัวเองเท่านั้น
จะเอาไปสอนอะไรใครที่ไหนเขาได้

อยู่กับตัวเองให้ได้
แค่นี้ก็ดีแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สบายละ

 


ช่วงนี้ยุ่งๆกับงาน ประกอบกับถูกหวัดเล่นงาน
ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงไป ทำให้รู้สึกเหมือน
ถูกบีบคั้น กดดันในหลายๆทาง

แต่ประเดี๋ยวมันก็คงผ่านไปเช่นเดียวกันเรื่อง
ต่างๆที่เคยได้ผ่านมา

ติดตรงที่ว่า ระหว่างทางนั้นช่างยาวนาน
เจ็ดวันเหมือนหนึ่งเดือน หายใจไม่ออกแต่ละ
ทีมีน้ำใสๆหนืดๆไหลย้อยให้คอยรำคาญ

คุยเรื่องนี้กับแม่ แม่ก็บอกเหมือนเดิม
ให้หายาแก้อักเสบมากินสิ โตป่านนี้แล้วยังจะ
ให้หามาให้อีกรึไง

ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับบบบบ
ยาแก้อักเสบต้องกินให้ครบโดสเค้า
ผมก็เลยขี้เกียจเพิ่มภาระประจำก่อนมื้ออาหาร
ครั้งละเม็ด บอกแม่ไปอย่างนั้น

คุณพรทิพย์ก็แถลงกลับมาว่า ทีละสองก็ได้
เช้าเย็นพอ คิดดูแล้วก็สองวันกับอีกหนึ่งมื้อเอง
ฟังดูเข้าท่า

แต่ตอนนี้เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจไม่ออก
แต่ละงานก็จะเอานู่นนี่นั่น สบายละครับ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568

อย่าเชื่อใครง่ายๆ

 


    บางเวลาคนเราสามารถเชื่อ
หรือ หลงเชื่อ ไปตามคำพูดของคนอื่นได้
อย่างชนิดที่ว่าเชื่อเข้าไปได้อย่างไร

และบางเวลาคนเรา....
ก็ไม่เคยคิดแม้แต่จะเชื่อใครเลย

แม้แต่ตัวเอง

    เป็นความย้อนแย้งในตัวเองที่คนเรา
จะมั่นคงในความแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
ราวกับประโยคที่ว่า
"ความแน่นอนที่สุด คือ ความไม่แน่นอน"
และคนเราก็เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ

ไม่ต้องยกตัวอย่างไปพาดพิงใครที่ไหน
แค่กับตัวเราเอง ความสองจิตสองใจ
ของเราก็เป็นตัวอย่างได้อย่างดี

กลับมาที่ความเชื่อ..

ความเชื่อฝังลึกลงไปข้างในตัวเรา
เราต้องใช้ความคิด สติ การพิจารณา
ไตร่ตรองอย่างเข้มข้น ถึงจะรู้ซึ้งถึงเหตุ
แห่งความเชื่อนั้นๆ (ถึงแม้บางคนจะไม่รุ้
ด้วยซ้ำว่าเชื่อได้อย่างไร)

เหตุใด สมองจึงฝังความเชื่อไว้ในส่วนที่ลึก
เกินกว่าระบบการทำงานทั่วไป หรือ สติที่
ไม่มากพอ ให้เข้าถึงได้

อาจจะเป็นเพราะมันช่วยให้เราใช้ชีวิต
อย่างปกติสุขได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องคิด
พิจารณาทุกอย่างที่จะทำ

ง่ายๆคือ ร่างกายจะออโต้ไพลอทได้
หากเชื่อว่า การกระทำนั้นๆจะไม่เป็นภัย
ต่อตัวเอง

และเราจะระวังตัวทุกย่างก้าวที่เดินไปบน
กระดานที่สูงและอันตราย

แล้วเพียงแค่คำพูด หรือ ข้อมูลเพียงแค่บาง
อย่างหล่ะ เราจะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน
กับโลก กับสังคม กับวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป
อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่า ทุกวันนี้มิจฉาชีพ แก็งค์ต้มตุ๋นทาง
การสื่อสารไร้สายก่อความเสียหายได้ทุก
ชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นตาสียายสา ลามไปจน
ท่านหญิง คุณชายฯ

เราทุกคน เป็นเหยื่อได้ทั้งสิ้น

ทุกวันนี้หลายคนระมัดระวังตัวมากขึ้น
หลายคนที่ไม่เคยเฉียดใกล้ก็ไม่เห็นเป็นภัย

ตบกลับเข้ามาเรื่องความเชื่อ
เตือนตัวเองไว้ว่า
"อย่าเชื่อใครง่ายๆ"