วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ทำอะไรบางอย่าง

 


เราเดินทางออกไปท่องเที่ยว
ออกไปค้นหาความหมายของชีวิต
ออกไปตามอารมณ์ความต้องการของตัว

ณ เวลานั้นๆ เราไม่รู้หรอกว่า
มันจะเป็นไปอย่างไร

เราแค่ต้องการออกไป
จากจุดที่อยู่ปัจจุบัน

ชีวิตเรา โดยทั่วไปแล้วมักจะไม่อยาก
อยู่กับที่ นั่งเฉยๆ เป็นเวลานานๆ
มันพยายามสร้างความอยากให้เรา
สร้างความเบื่อหน่ายขึ้นมา
เป่าความคิด กระตุ้นอารมณ์ให้เราต้อง
ลุกออกจากที่ไป

ลงมือทำอะไรบางส่ิง
มากกว่านั่งอยู่เฉยๆ

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไม่เป็นระเบียบ

 


ในหยินมีหยาง และ ในหยางก็มีหยิน
ทุกสรรพสิ่งประกอบขึ้นด้วยกันจากสิ่งที่
มากกว่าหนึ่ง

ในความมีระเบียบ ก็มีสิ่งที่ไร้ระเบียบ
อยู่ในนั้น

หากเราอยากให้ชีวิตดำเนินไปได้ด้วย
ดีจากความมีระเบียบแล้ว

จุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆก็จะเกิดจาก
ความไร้ระเบียบแบบแผน ไร้รูปแบบ
กำหนดตายตัวว่ามันจะต้องดำเนินไป
เช่นไร เป็นอย่างน้ีไปเรื่อยๆจนถึงจุด
หนึ่งที่ชีวิตเรามองเห็นว่ามันสมดุลเป็น
ปกติสุขแล้ว

และคงเดาได้ไม่อยากว่า "อีกไม่นาน"
ตัวเรานั่นเอง ที่จะนำความไร้ระเบียบ
เข้ามาในชีวิต จากส่ิงต่างๆที่มากขึ้น
มากขึ้นจนมองเห็นเด่นชัดว่ามันยากเกิน
ที่จะควบคุมสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองอีกแล้ว

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สิ่งเหล่านี้
จะไม่ยอมนำพาเราไปสู่เป้าหมาย

เราจึงจำต้องตกอยู่ในวงเวียนแห่งความ
ไร้ระเบียบ จัดระเบียบ เป็นระเบียบ
และ เริ่มไร้ระเบียบ หมุนวนไปแบบนี้

ไม่มีสิ้นสุด....


วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เป็นระเบียบ

 


ประโยคที่ว่า
"ถ้าบ้านเป็นระเบียบ
จะคิดอะไรออกได้ดีมากกว่า
ทั้งงาน เงิน ชีวิตจะดีกว่า"

อันนี้ผมเห็นด้วยครับ
ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือสถานที่ทำงาน
แม้แต่ภายในรถยนต์ที่ใช้
มันสามารถทำให้ชีวิตเรายุ่งวุ่นวาย
หรือผ่อนคลายสบายใจได้อย่างเหลือ
ที่จะเชื่อ

แม้ตัวผมเองยังทำไม่ได้ตลอด
แต่เมื่อไหร่ที่พอมีเวลา มองเห็นข้าว
ของรกหูรกตาขึ้นมา ก็ค่อยลงมือ
จัดการมักสักทีหนึ่ง

ซึ่งเอาตรงๆก็คิดว่ายังไม่ดีเท่าไหร่
ไม่ควรปล่อยให้มันเป็นเลยจะดีกว่า
(ราบเรียบ ดีกว่า ขึ้นๆลงๆ)

เดี๋ยวจะค่อยๆพยายามเพิ่มความเป็น
ระเบียบเข้าไปในชีวิตให้มากขึ้น
วินัยก็อีกเช่นกันครับ

หากเราไม่มีสองสิ่งนี้แล้ว ก็ยากที่จะ
จัดการอะไรๆได้อย่างง่ายดาย

มองไปรอบตัวแล้วก็นึกถึง
คุณ มาริเอะ คนโดะ ขึ้นมาเลยครับ

อะไรที่ไม่ได้ใช้มานานแล้วก็ทิ้งมันไป
ได้เลยครับ ฮ่าๆๆ

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไม่คิดอะไร

 


การรัก การห่วงหาใครสักคน
เป็นสิ่งที่ดี

จะเอาเดี๋ยวนี้

 


ตอนเด็กๆครับ

เคยร้องไห้งอแงอยากได้ของเล่น
ขอพ่อแม่เท่าไหร่ก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็แล้ว
ดิ้นลงกองกับพื้นก็แล้ว
ก็ไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ

ความรู้สึกก็เลยฝังลงไปว่า
ชีวิตมันไม่ได้อะไรมา
อย่างที่เราต้องการง่ายๆหรอก

ผมเลยเป็นคนที่ไม่ค่อยจะกล้าใฝ่ฝัน
ถึงของหรืออะไรที่มันใหญ่เกินกว่าที่
จะคิดฝันและทำไปได้ถึง

อยู่อย่างเจียมตัว
ใช้ข้าวของให้คุ้มค่า
ของที่ได้มาแต่ละอย่างก็ทะนุถนอมมัน
เรียกว่า ซื้อมา ใช้ให้คุ้ม
เพราะไม่รู้ว่าจะมีปัญญา
หาของที่อยากได้มายังไง
(ไม่ได้ถูกสอนมาให้หาเงิน
ไว้ซื้อของเองครับ)

มันก็ดีอย่างเสียอย่างครับ
การที่เราเจียมตัวแบบนี้
แต่ก็ต้องพลาดโอกาสการมีนิสัย
ชอบหาเงินไปตั้งแต่ยังวัยเยาว์

ไม่เป็นไร
เรื่องนี้ค่อยมาฝึกตอนแก่ก็ไม่สาย

กลับมาที่เรื่อง "อยากได้อะไร
ก็ต้องได้" กันต่อครับ

ทุกวันนี้
เราบางคน
อาจจะพบเจอคนประเภทนี้
ไม่เยอะ ไม่บ่อย
แต่กับบางคน ต้องทำงานด้วย
ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยทุกๆวัน

แต่ยังไงเราก็ต้องเจอครับ

ส่วนใหญ่อาจจะเป็น
คนที่มีอำนาจมากกว่า
เป็นลูกค้า เจ้านาย หรือใครก็ได้
ที่เรามักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนผู้นั้น

และไอ้ความที่เราเป็นคล้ายกับ
ทาสกลายๆของคนผู้นั้น
ก็มักจะถูกอำนาจเบื้องบนสั่งการลงมา
ในสิ่งที่ต้องการ ณ​ บัดดล

เป็นความอึดอัดใจที่หาทางระบาย
ไม่เจอ ได้แต่พร่ำเพ้อสบถไปใน
อากาศ

มันไม่ผิดหรอกครับ
ที่เป็นคนต้องการอะไรแล้วต้องได้มา
แต่หากลองเป็นคนที่รับคำสั่งดูบ้าง
ก็อาจจะเข้าใจได้