วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ส่ิงที่ยากในชีวิต ที่ดูเหมือนง่าย
ผมเคยถามตัวเองว่าสิ่งใดทำยากที่
สุดเท่าที่ตัวเองเคยผ่านมา?
เมื่อได้ลองถามตัวเองดูแล้วก็ต้อง
พยายามหาคำตอบให้ได้เช่นเดิมครับ
"ความกล้า ในสิ่งที่น่ากลัว"
อันนี้ลองคิดๆดูแล้วมันก็อาจจะยากแค่ช่วง
แรกๆครับ หากได้ลองทำไปสักพักแล้ว
อาจจะง่ายก็ได้ เพราะบางเรื่องไม่ได้
ยากอะไรอย่างที่เราคิดเลยก็เป็นได้
เพียงแค่เราไม่เคยทำมาก่อน
"การยอมรับว่าตัวเองคิดผิด"
อันนี้ก็คิดว่ายากนะครับ เพราะกว่าที่
ผมจะเข้าใจตัวเองได้สำหรับบางเรื่อง
ก็กินเวลาไปนานโขอยู่เหมือนกัน ซึ่งดูๆ
ไปแล้วผมคิดว่ามันก็ไม่ได้ง่ายอะไร
ซ้ำยังดูเหมือนมันจะยากอีกต่างหากสำ
หรับบางคน
"การลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง"
อันนี้ไม่ง่ายเลยครับ กว่าที่เราจะลุกขึ้น
มาทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนได้นี้
ต้องมีแรงบันดาลใจ หรือ ตกผลึกอะไร
สักอย่างมาก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องนี้จะยาก
ตรงที่วิธีการทำเราจะทำมันให้สำเร็จอีก
ต่างหาก ซึ่งดูๆแล้วจะเกิดขึ้นกับน้อยคน
ครับ และผมมองว่ามันไม่ง่ายเลย
คิดไปคิดมาชักจะเพลินครับ
ก็เลยลองคิดไปเรื่อยๆอีกสักหน่อยจะดี
กว่า เพราะยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
อย่างที่ใจหมาย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พอจะได้คำ
ตอบส่งกลับไปให้ตัวเองว่า สิ่งที่ยากที่สุด
นั้น คือ "ความสม่ำเสมอ"
ผมคิดว่าความสม่ำเสมอเป็นสิ่ิงที่
ยากที่สุด ทั้งๆที่การกระทำอาจจะง่ายที่
สุดก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น การออมเงิน
วันละสิบบาท หากพูดแบบนี้ ใครๆก็จะ
บอกว่าทำได้ แค่สิบบาทเอง แต่จะออม
กี่วันหล่ะ ห้าวันหรือ? (สบายๆ)
หน่ึงเดือนหล่ะ (ออมไปทำไม)
หนึ่งปี? (ออมทีเดียวตอนสิ้นปีได้ไหม)
ตลอดชีวิต (เลิกคุยดีกว่า)
นี่อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดูง่ายไปนะ
ครับ แต่เมื่อผมได้ลองคิดเปรียบเทียบกับ
หลายๆเรื่องแล้ว ก็จะมองไปเจอเหตุ
การณ์ที่คล้ายกันครับ คือ แรกๆอาจจะดู
เป็นเรื่องง่ายๆที่เราจะทำ แต่พอทำไป
นานเข้าก็กลับละเลยไป จนกลายเป็นลืม
ทำไปโดยปริยาย ซึ่งละทิ้งความตั้งใจ
ที่คิดไว้ตั้งแต่แรกไปโดยสิ้นเชิง ทำให้
เกิดความล้มเหลวสำหรับความตั้งใจครั้ง
นั้นไปด้วย
ผมจึงคิดต่อไปอีกว่า หากเรา
สามารถสร้างความสม่ำเสมอในสิ่งที่เรา
อยากจะทำขึ้นมาได้ ความสม่ำเสมอนั่น
แหละครับ จะพาเราไปสู่สิ่งที่เรามุ่งหมาย
ไว้แต่แรก ดั่งที่เราจะวิ่งทางไกล เราก็
ต้องเริ่มก้าวขา และก้าวต่อไปเรื่อยๆ
อาจจะมีหยุดพักบ้าง เพื่อเติมพลัง เพื่อ
ขจัดความเมื่อยล้า เพื่อรัักษาอาการบาด
เจ็บต่างๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ต้องกลับ
มารักษาความสม่ำเสมอในการก้าวขาต่อ
ไป เพื่อไปให้สุดเส้นทางที่ได้วางไว้เส้น
นั้น
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
ปล.อาจจะหายไปนาน ต้องขออภัยครับ
สวัสดีครับ
วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ทำงานอย่างไรให้สนุก ตอนที่ สอง
เรามาต่อกันจากครั้งที่แล้วเลยแล้วกันครับ
อันดับที่สองที่ผมคิดว่าการทำงานนั้น
สร้างความทุกข์ให้เราก็คือ....
"เพื่อนร่วมงาน" ครับ
กำปั้นทุบดินเช่นเคยครับ เราไม่สามารถ
ทำงานคนเดียวได้อย่างแน่นอนครับ
หากงานนั้นทำคนเดียวได้ ก็ยังมีส่วน
อื่นๆที่คุณต้องประสานงานกับคนอื่นๆอยู่ดี
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางด้านการเงิน
เจ้าหน้าที่รัฐ ลูกค้าฯ
และปัญหาที่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่
เราก็หนีไม่พ้นบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น
เจ้านายเอย เพื่อนร่วมงานแต่ละฝ่าย
ถึงแม้จะอยู่กันคนละหน่วยงาน ก็ยังมีผลกระ
ทบต่ออารมณ์เราจนได้
แม้นว่าเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องสักเท่าใด
แล้ว แต่ก็ยังไม่วายโดนติฉินนินทาลับหลัง
อยู่วันยังค่ำครับ
หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ก็เดินไปชกหน้ามันเลยครับ...
(ผมล้อเล่น) เอาตรงๆนะครับ มันไม่มีทาง
ที่เราจะไม่โดนเพื่อนร่วมงานนินทาได้เลย
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ขอให้เราคิดเสียว่า
ผู้ใดไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลกครับ
หากเราสามารถปลงได้ดังนี้แล้ว เราก็จะ
สบายใจมากขึ้น แต่ยังไงก็ไม่สามารถกำ
จัดความทุกข์ที่ไม่ได้เกิดจากเราออกไปได้
หมดหรอกครับ เอาเป็นว่า ปลงๆไปแล้วกัน
สำหรับข้อนี้ หรือจะเดินไปตบปากมันก็ไม่ว่า
กันครับ เตรียมค่าปรับไว้ด้วยละกัน ฮ่าๆๆ
ข้อต่อไปลำดับที่สาม ทุกอย่างไม่ได้
เป็นอย่างที่เราต้องการเสมอไป
โดยเฉพาะเจ้านายครับ นี่อาจจะเป็นข้อที่
โดนใจหลายๆคนมากที่สุดก็เป็นได้
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือหัวหน้า ยังมีหัวหน้า
เหนือซีอีโอยังมีประธาน เหนือประธานยัง
มีผู้ถือหุ้นฯ โอ้โหหห เอาเป็นว่า ตั้งใจทำ
งานอย่างสุดความสามารถไปเลยดีกว่า
อย่าเอาเวลามาบ่นเรื่องเจ้านายในเวลา
งานเลยดีกว่า ถ้าจะบ่นในกรุ๊ปแชท ขอให้
เช็ดดีๆว่าถูกกลุ่มหรือไม่ ประเดี๋ยวงานจะ
เข้าเอานะครับ....
วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
คำทาย
ผมได้รับคำทำนายว่า ผมมีอายุขัย
ของชีวิตผมอยู่ที่เก้าสิบแปดปี
เมื่อผมได้เดินออกจากบ้านในวัย
สิบขวบพร้อมกับความคาดหมายในหัวที่
ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กธรรมดาคนหน่ึ่ง
แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจที่จู่ๆก็มีหญิงคน
หนึ่ง คาดอายุได้ราวๆสักสี่สิบปี ซึ่งใกล้
เคียงกับแม่ของผมเองนั้น ได้ตรงเข้า
มาหา แล้วบอกกับผมว่า
"เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าจะมีอายุยืนยาว
ไปเกือบร้อยปีเป็นอย่างน้อย"
แล้วเธอก็เดินจากไปอย่างไม่มีเหตุผล
อะไรอีก อย่างที่เธอได้เดินเข้ามา
ผมได้แต่งุนงงต่อเหตุการณ์นั้นอยู่
ชั่วระยะเวลาแค่เพียงคลื่นซัดฝั่งหนึ่งลูก
แต่มันกลับฝังความทรงจำ ความคิด
ความสงสัย ให้ผมได้ราวกับผาหินที่ตั้ง
ตระหง่านท้าทายแดดลมโดยไม่หวั่น
เกรงว่าอะไรจะมาทำให้มันสลายไป
และชีวิตผมก็ได้ดำเนินต่อไปอย่าง
ปุถุชนคนธรรมดา ไม่มีเหตุการณ์อะไร
เกิดขึ้นกับผมเป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อย
จวบจนปัจจุบัน
ซึ่งขณะนี้ผมเองนั้นก็ได้มีอายุที่สาม
สิบห้าปี และยังมองไม่เห็นว่าเหตุผลใด
ที่จะทำให้ชีวิตผมสลายไปในระยะเวลา
อันสั้นนี้
มันจึงทำให้ผมลองคิดถึงระยะเวลา
ที่มันฝังอยู่ในหัวถึงเลขเก้าสิบแปด ซึ่ง
ลองบวกลบกันดูแล้ว ผมยังมีเวลาของ
ชีวิตอยู่อีก "หกสิบสามปี" ผ่านมาแล้ว
สามสิบห้า ยังทำอะไรได้มากขนาดนี้
เหลือเวลาอีกตั้งหกสิบสามปี ผมจะเอา
เวลามากมายขนาดนี้ไปทำอะไร ที่สำคัญ
การมีชีวิตอยู่ในวัยชรา(เกินเจ็ดสิบ)ไปอีก
เกือบสามสิบปี โดยที่ความสามารถใน
การทำงานหนักแบบปัจจุบันนั้น แทบไม่หลง
เหลืออยู่เลย จะทำให้ผมต้องหาเงินใน
การเลี้ยงชีพแบบไหน?
บทจะหวังให้สวัสดิการรัฐเข้ามาดูแล
ก็คงจะได้แค่ข้าวสารมากรอกหม้อ หากผม
ยังอ้อยอิ่ง ไม่เพิ่มทักษะการดำรงชีวิตใน
อนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวด
เร็วภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ เท่ากับว่า
ผมก็กำลังย่ำอยู่บนหนทางที่กำลังตีบตันไป
ทุกขณะ
ผมยิ่งคิดยิ่งมองว่าเป็นเรื่องยากใน
การดำเนินชีวิต และพลันคิดไปว่า
ทำไมหญิงคนนั้น ไม่บอกว่าผมจะมีอายุแค่
เพียงเจ็ดสิบปีเท่านั้น
จวบจนปัจจุบัน
ซึ่งขณะนี้ผมเองนั้นก็ได้มีอายุที่สาม
สิบห้าปี และยังมองไม่เห็นว่าเหตุผลใด
ที่จะทำให้ชีวิตผมสลายไปในระยะเวลา
อันสั้นนี้
มันจึงทำให้ผมลองคิดถึงระยะเวลา
ที่มันฝังอยู่ในหัวถึงเลขเก้าสิบแปด ซึ่ง
ลองบวกลบกันดูแล้ว ผมยังมีเวลาของ
ชีวิตอยู่อีก "หกสิบสามปี" ผ่านมาแล้ว
สามสิบห้า ยังทำอะไรได้มากขนาดนี้
เหลือเวลาอีกตั้งหกสิบสามปี ผมจะเอา
เวลามากมายขนาดนี้ไปทำอะไร ที่สำคัญ
การมีชีวิตอยู่ในวัยชรา(เกินเจ็ดสิบ)ไปอีก
เกือบสามสิบปี โดยที่ความสามารถใน
การทำงานหนักแบบปัจจุบันนั้น แทบไม่หลง
เหลืออยู่เลย จะทำให้ผมต้องหาเงินใน
การเลี้ยงชีพแบบไหน?
บทจะหวังให้สวัสดิการรัฐเข้ามาดูแล
ก็คงจะได้แค่ข้าวสารมากรอกหม้อ หากผม
ยังอ้อยอิ่ง ไม่เพิ่มทักษะการดำรงชีวิตใน
อนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวด
เร็วภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ เท่ากับว่า
ผมก็กำลังย่ำอยู่บนหนทางที่กำลังตีบตันไป
ทุกขณะ
ผมยิ่งคิดยิ่งมองว่าเป็นเรื่องยากใน
การดำเนินชีวิต และพลันคิดไปว่า
ทำไมหญิงคนนั้น ไม่บอกว่าผมจะมีอายุแค่
เพียงเจ็ดสิบปีเท่านั้น
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)