ผมได้รับคำทำนายว่า ผมมีอายุขัย
ของชีวิตผมอยู่ที่เก้าสิบแปดปี
เมื่อผมได้เดินออกจากบ้านในวัย
สิบขวบพร้อมกับความคาดหมายในหัวที่
ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กธรรมดาคนหน่ึ่ง
แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจที่จู่ๆก็มีหญิงคน
หนึ่ง คาดอายุได้ราวๆสักสี่สิบปี ซึ่งใกล้
เคียงกับแม่ของผมเองนั้น ได้ตรงเข้า
มาหา แล้วบอกกับผมว่า
"เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าจะมีอายุยืนยาว
ไปเกือบร้อยปีเป็นอย่างน้อย"
แล้วเธอก็เดินจากไปอย่างไม่มีเหตุผล
อะไรอีก อย่างที่เธอได้เดินเข้ามา
ผมได้แต่งุนงงต่อเหตุการณ์นั้นอยู่
ชั่วระยะเวลาแค่เพียงคลื่นซัดฝั่งหนึ่งลูก
แต่มันกลับฝังความทรงจำ ความคิด
ความสงสัย ให้ผมได้ราวกับผาหินที่ตั้ง
ตระหง่านท้าทายแดดลมโดยไม่หวั่น
เกรงว่าอะไรจะมาทำให้มันสลายไป
และชีวิตผมก็ได้ดำเนินต่อไปอย่าง
ปุถุชนคนธรรมดา ไม่มีเหตุการณ์อะไร
เกิดขึ้นกับผมเป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อย
จวบจนปัจจุบัน
ซึ่งขณะนี้ผมเองนั้นก็ได้มีอายุที่สาม
สิบห้าปี และยังมองไม่เห็นว่าเหตุผลใด
ที่จะทำให้ชีวิตผมสลายไปในระยะเวลา
อันสั้นนี้
มันจึงทำให้ผมลองคิดถึงระยะเวลา
ที่มันฝังอยู่ในหัวถึงเลขเก้าสิบแปด ซึ่ง
ลองบวกลบกันดูแล้ว ผมยังมีเวลาของ
ชีวิตอยู่อีก "หกสิบสามปี" ผ่านมาแล้ว
สามสิบห้า ยังทำอะไรได้มากขนาดนี้
เหลือเวลาอีกตั้งหกสิบสามปี ผมจะเอา
เวลามากมายขนาดนี้ไปทำอะไร ที่สำคัญ
การมีชีวิตอยู่ในวัยชรา(เกินเจ็ดสิบ)ไปอีก
เกือบสามสิบปี โดยที่ความสามารถใน
การทำงานหนักแบบปัจจุบันนั้น แทบไม่หลง
เหลืออยู่เลย จะทำให้ผมต้องหาเงินใน
การเลี้ยงชีพแบบไหน?
บทจะหวังให้สวัสดิการรัฐเข้ามาดูแล
ก็คงจะได้แค่ข้าวสารมากรอกหม้อ หากผม
ยังอ้อยอิ่ง ไม่เพิ่มทักษะการดำรงชีวิตใน
อนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวด
เร็วภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ เท่ากับว่า
ผมก็กำลังย่ำอยู่บนหนทางที่กำลังตีบตันไป
ทุกขณะ
ผมยิ่งคิดยิ่งมองว่าเป็นเรื่องยากใน
การดำเนินชีวิต และพลันคิดไปว่า
ทำไมหญิงคนนั้น ไม่บอกว่าผมจะมีอายุแค่
เพียงเจ็ดสิบปีเท่านั้น
จวบจนปัจจุบัน
ซึ่งขณะนี้ผมเองนั้นก็ได้มีอายุที่สาม
สิบห้าปี และยังมองไม่เห็นว่าเหตุผลใด
ที่จะทำให้ชีวิตผมสลายไปในระยะเวลา
อันสั้นนี้
มันจึงทำให้ผมลองคิดถึงระยะเวลา
ที่มันฝังอยู่ในหัวถึงเลขเก้าสิบแปด ซึ่ง
ลองบวกลบกันดูแล้ว ผมยังมีเวลาของ
ชีวิตอยู่อีก "หกสิบสามปี" ผ่านมาแล้ว
สามสิบห้า ยังทำอะไรได้มากขนาดนี้
เหลือเวลาอีกตั้งหกสิบสามปี ผมจะเอา
เวลามากมายขนาดนี้ไปทำอะไร ที่สำคัญ
การมีชีวิตอยู่ในวัยชรา(เกินเจ็ดสิบ)ไปอีก
เกือบสามสิบปี โดยที่ความสามารถใน
การทำงานหนักแบบปัจจุบันนั้น แทบไม่หลง
เหลืออยู่เลย จะทำให้ผมต้องหาเงินใน
การเลี้ยงชีพแบบไหน?
บทจะหวังให้สวัสดิการรัฐเข้ามาดูแล
ก็คงจะได้แค่ข้าวสารมากรอกหม้อ หากผม
ยังอ้อยอิ่ง ไม่เพิ่มทักษะการดำรงชีวิตใน
อนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวด
เร็วภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ เท่ากับว่า
ผมก็กำลังย่ำอยู่บนหนทางที่กำลังตีบตันไป
ทุกขณะ
ผมยิ่งคิดยิ่งมองว่าเป็นเรื่องยากใน
การดำเนินชีวิต และพลันคิดไปว่า
ทำไมหญิงคนนั้น ไม่บอกว่าผมจะมีอายุแค่
เพียงเจ็ดสิบปีเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น