วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เข้าใจไหม?




เข้าใจไหม?
เป็นคำถามที่เรามักถูกถามมาตั้งแต่เยาว์วัย

ด้วยที่ความเข้าใจนั้นไม่ตรงกัน
หรือไม่สามารถที่จะปรับให้ใกล้เคียงกันได้
จึงมักเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาอีกหลายๆอย่าง
ซึ่งก่อให้เกิดเป็นเรื่องยุ่งยากพัวพันจิตใจ

เมื่อครั้งวัยเลขสิบต้น ผมไม่เข้าใจ?
ว่าทำไมต้องเข้าตื่นแต่เช้าเพื่อไปเข้าแถว
หน้าเสาธง เคารพธงชาติ สวดมนต์?
พอไปสายอาจารย์ก็ต้องกักตัวไว้ทำโทษ
ทำไมต้องตัดผมให้สั้นเกรียน ทั้งๆที่มันไม่น่า
จะเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการเรียน?
พอยาวเข้าหน่อยก็เอากรรไกรมาขลิบข้างๆ
ทำไมต้องเรียนอะไรเยอะแยะโดยที่เราไม่
ได้ชอบเรียนวิชานั้นๆเลย(โตมาแทบไม่ได้
ใช้ด้วยซ้ำไป)
พอโดดเรียนบ่อยๆก็ให้ตกอีก เห้ออออ

ไม่เข้าใจ จะให้ทำไปเพื่ออะไร
(ณ ตอนนั้น)

ทำไมพ่อแม่ต้องเป็นห่วงมากมายเวลาไปเที่ยว
ทำไมต้องคอยสอดส่องว่าคบกับใครเป็นเพื่อน
ทำไมต้องให้รีบกลับบ้านหลังจากเลิกเรียน
ฯลฯ
แค่เข้าใจว่าเป็นห่วง(มั้ง)

แท้จริงแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น
มากกว่าที่เราจะเข้าใจได้ภายในช่วงยี่สิบขวบ
"เวลา" ที่ผ่านมาสามารถตอบอะไรได้มากมาย
จากที่เคยไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจเพียงผิวเผิน
บัดนี้เริ่มกระจ่างแจ้งบ้างแล้ว

เพียงแค่ "เวลา" อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ
อยู่ที่"ตัวเราเอง"ว่าจะหาคำตอบนั้นด้วยหรือไม่
ทั้งสองสิ่งนี้แหละ ที่ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น
(กว่าเดิมนิดนึง)

sin ข้าม/ฉาก
cos ชิด/ฉาก
tan ข้าม/ชิด

แด่สามเหลี่ยม
















วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หนึ่งที่ หลายท่าน



   ณ สถานที่ออกกำลังกายของทางราชการแห่งหนึ่ง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ชายวัยรุ่นคนหนึ่งรูปร่างท้วมเดินเข้าไปในที่นั้นครั้งแรก
หลังจากที่ได้ใคร่ครวญอยู่หลายต่อหลายครั้ง....

เขาเดินเข้าไปพร้อมกับอาการประหม่า เนื่องด้วย
ที่เค้าไม่รู้จักใครเลย คงเป็นเรื่องปกติสำหรับเรา
หากเราได้ล่วงเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชิน ไม่รู้จัก
เสมือนทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา มองเราอยู่
แอบนินทาในใจมั้ย ไม่ก็จ้องจะจับผิดอะไรเราสักอย่าง

แล้วเขาก็เดินออกมาจากที่นั่น...ด้วยความคิดที่ว่า
"คนเยอะจัง รู้สึกอึดอัดค่อยมาอีกทีวันหลังดีกว่า"

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ชายรูปร่างสูงโปร่ง คะเนอายุราว ๔๕ ไม่เกินนั้น
กำลังเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อส่วนไบเซบระหว่างยก
ซึ่งเค้ากำลังบริหารด้วยดัมเบลขนาดเขื่องท่า Curl
หลังจากครั้งสุดท้ายของเซ็ทแล้วเขาก็วางดัมเบลนั้น
ลงด้วยแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดที่แทบจะปริแตก
คล้ายกับมันจะทะลุผิวหนังออกมาให้ได้

เขาสูดลมหายใจยาวๆเพื่อเติมออกซิเจนเข้าปอด
พร้อมกับมองตัวเองในกระจกขนาดใหญ่ตรงหน้า
มองรูปร่างของตนที่ได้สลักเสลามาเนิ่นนานกว่าสิบปี
ยกข้อมือมาดูเวลาที่กดจับไว้มันผ่านไปแล้วเกือบนาที
สูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งแล้วก้มลงไปจับแกนลูกเหล็ก
เซ็ทสุดท้ายแล้ว เขาคิด ต้องเพ่งไปจนถึงจุดๆนั้น
"จุดอ่อนแรง" กล้ามเนื้อเริ่มทำงานหนักอีกครั้ง...

๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒

เด็กหนุ่มวัยก่อนสอบนายร้อยในชุดกีฬาครบครันยืนดูบาร์
ส่วนสูงของเขานั้นถือว่าสูงเอาการ ขนาดยืนแล้วเอื้อม
มือไปจับบาร์ได้แบบไม่ต้องกระโดดเลย ผิดกับหลายคน

แล้วเขาก็เอื้อมมือทั้งสองไปจับบาร์ในท่า pull up
คือคว่ำมือระยะมือกว้างกว่าช่วงหัวไหล่เล็กน้อยแล้วก็
ทำการดึงตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงจุดสูงสุดเค้าก็
แหงนหน้าเชิดขึ้นเพื่อให้ปลายคางของเค้านั้นเลยบาร์
ที่โหนขึ้นไปเชิงเป็นการนับจำนวนครั้งคล้ายการสอบฯ
ครั้นใกล้หมดแรงหรือในช่วงท้ายๆก็โหนพักครู่หนึ่ง
แล้วก็กระชากดึงขึ้นไปอีกหนึ่งถึงสองครั้ง
เขาทำอย่างนี้อยู่หลายต่อหลายเซ็ทแล้วเขาก็ออกไปวิ่ง

๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓

หูฟังนั้นได้ถูกเสียบตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ รู้เพียงว่า
ไม่เคยเห็นเขาถอดหูฟังนั้นออกเลยตลอดเวลาที่เขามา
เขาเป็นชายหนุ่มถึงวัยกลางคน เวลามาของเขานั้น
ไม่มีเวลาที่ระบุได้แน่นอนว่าวันใดเวลาใด ไม่มีใครรู้

เขามาพร้อมกับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ซึ่งมีข้าวของเต็มใบ
ที่แน่ๆคือเขามาออกกำลังกายด้วยการยกลูกเหล็กเพียง
อย่างเดียว ไม่สุงสิงกับใคร จมอยู่กับเวลาที่จับอยู่บน
หน้าปัดนาฬิกาข้อมือ และ คลอนหัวไปตามเสียงเพลง
ที่เขาเปิดฟังในหูฟัง(มั้ง)เล่นจนจบชิ้นหนึ่งๆจึงค่อยละ
ออกจากอุปกรณ์นั้นๆ เพื่อมุ่งไปยังอุปกรณ์ถัดไป
เป็นอย่างนี้จนจบครบตามอุปกรณ์ที่ต้องเล่นในแต่ละวัน
เสร็จแล้วเขาก็ยืดเส้นเดินออกไป พร้อมหูฟัง...

๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔

หญิงสาวที่เพิ่งผ่านวัยกลางคนมาสักระยะประจำอยู่ที่
เครื่องเคเบิ้ลแบบครอสโอเว่อร์ มันเป็นอุปกรณ์ประจำ
ที่เธอต้องมาเล่นทุกๆครั้งที่มาที่ห้องออกกำลังกายห้องนี้
ด้วยท่า เคเบิ้ล คิกแบ็ค เพื่อกระชับกล้ามเนื้อบริเวณ
ก้นให้งอนงามไม่หย่อนคล้อยไปตามแรงโน้มถ่วง

น้อยมากที่เราจะเห็นผู้หญิงที่กล้าเข้ามาในห้องออกกำลัง
กายที่มีแต่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ไม่รู้จักกับใครมาก่อน
มันยิ่งทำให้ผมสงสัยไปอีกว่าทำไมเธอถึงกล้าได้ขนาดนั้น
อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้แคร์สายตาที่จับจ้องมอง
ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่แล้ว หรือไม่ก็ ความต้องการที่อยากจะ
พัฒนาร่างกายตัวเองให้แข็งแรงมันมีมากกว่าความอาย

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

หนุ่มวัยรุ่นกล้ามขนาดมหีมา อายุไม่น่าจะเกินสามสิบ
คาดว่าน่าจะอยู่ในดงของลูกเหล็กมาไม่ต่ำกว่าสิบปี
เป็นอย่างน้อย เดินเข้ามาพร้อมสวัสดีทักทายคุยกับ
คนในห้องอย่างสนิทคุ้นเคยไม่ต่ำกว่า สี่ถึงห้าคน
เปรียบเหมือนว่าที่นั่นคือบ้านของเขาที่อยู่มานานโขแล้ว
คนรู้จักที่มาพบปะกันทุกวันกลายเป็นญาติไปโดยปริยาย

ผมเคยได้ยินขาประจำคุยกันว่าเด็กมันโง่ ปรับอุปกรณ์
ไม่เป็น ก็ได้แต่ยืนมองมัน เพราะว่าหมั่นไส้มัน
มันเล่นไม่ดูกาละเทศะ คือไม่ดูว่าคนที่เค้าเล่นอุปกรณ์
นั้นๆอยู่เล่นจนครบเซ็ทหรือยัง หรือยังใช้อุปกรณ์นั้นๆอยู่
ได้ยินเฉกเช่นเสียงนั้นออกมาจากกลุ่มกรอสซิบดารา
ประจำพื้นที่

๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖






วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำไงกับมันดี


เมื่อคำว่าคิดอะไรไม่ออกบังเกิดขึ้นในหัว

ไม่รู้จะทำอะไรดี....
ไม่รู้จะไปไหนดี....
ไม่รู้จะกินอะไรดี....
ไม่รู้จะทำยังไงกับปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้..
บาร์ๆๆ

ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกๆคนเคยผ่าน
บางคนก็ยังเป็นแบบนี้ ณ ขณะนี้ด้วยซ้ำ
(ไม่เว้นแม้แต่ผู้เขียน)

ที่เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ใช่ว่าจะมีทางออกให้หรอกนะ
ทางออกมันอยู่ที่คุณ!
ไม่ใช่ใครอื่นเลย ส่ิงใดๆที่จะเกิดขึ้นล้วนอยู่ที่คุณเอง
ใจคุณคิดแบบไหน คำตอบของทุกอย่างที่จะเกิดก็เป็นแบบนั้น
เมื่อคุณคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ที่เราไม่สามารถแก้ได้
มันก็จะเป็นแบบนั้น นั่นคือเรื่องจริง

ผมเคยมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนๆหนึ่ง
ซึ่งได้เคยเข้ามาสร้างความทุกข์ให้กับจิตใจ
จนผมผูกใจเจ็บ ทั้งๆที่เป็นคนรู้จักกันฉันมิตรแท้ๆ
ทุกๆครั้งที่ต้องพบเจอกัน ผมจะทำตัวเป็นอากาศ
ไม่มอง ไม่สน ไม่แม้แต่จะคิดว่าคนๆนั้นมีตัวตนอยู่
มันเป็นอย่างนั้นนานมาก (ระหว่างที่เจอก็ทุกข์นะ)
ทั้งๆที่ืทำว่าแล้วมันจะดี กลับไม่ได้รู้สึกดีเลย
บางครั้งมันทำให้คิดมากหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ

จนเวลาผ่านไป ทุกๆอย่างย่อมแปรเปลี่ยนไปตามเวลา
ได้รู้จักหลายๆมุมของโลก ได้เฉียดเข้าไปในหลักของศาสนา
จึงทำให้ผมได้ลองปล่อยวางจิตใจที่กำความทุกข์ไว้
ซึ่งมันก็ทำให้เราสบายใจมากขึ้น รู้สึกดีขึ้นจริงๆ
ตามที่ผู้มีประสบการณ์ได้บอกกล่าวไว้อย่างนั้นจริงๆ

ทุกวันนี้สิ่งที่ผมได้เจอ ทำให้ผมได้พบว่า
ทุกๆอย่างล้วนเกิดขึ้นที่ตัวเราเอง
เมื่อเราคิดดี ทำดี สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นกับเรา
เราทำดีต่อร่างกายโดยการกินแต่อาหารดีๆ
ร่างกายเราก็จะมีสุขภาพดีตามไปด้วย
เราคิดดี ป้อนอาหารที่ดีให้สมอง ให้จิต
ชีวิตคุณก็จะมีแต่คนดีๆรอบกาย

เมื่อคุณมีเป้าหมาย แล้วคำว่าคิดไม่ออกก็จะหายไป

....