วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เรื่องของข้าพเจ้า 18

 


เรื่องราวมากมายเริ่มต้นจากวัยนั้น
ช่วงมัธยมต้น....

เพื่อน
กีฬา
ดนตรี
สิ่งเสพติด
ความรัก
และอื่นๆ

วันหนึ่ง เราเคยอยู่ในโลกหนึ่ง
แต่เมื่อพอถึงวัยที่ต้องก้าวออกไปเผชิญ
กับโลกที่ใบเดิมที่นอกเหนือการรับรู้
มันเป็นโลกใบเดียวกันกับเมื่อก่อน
หาสิ่งเปลี่ยนแปลงได้น้อยหากจ้องดูทุกวัน

หากแต่มองย้อนหลังราวเพียงทศวรรษ
เหล่ามนุษย์เราเดินทางมาแสนไกล

เฉกเช่นเดียวกันกับช่วงเวลามัธยมต้นนั้น
เราเปิดรับสิ่งต่างๆให้เข้ามาในชีวิตพร้อมกับ
ความตื่นเต้น,ดีใจ,เสียใจ

ความกระตือรือล้นในการกระทำสิ่งต่างๆ
เพิ่มทบทวีเป็นเชื้อเพลิงผลักดันชั้นดี
ส่งเราเราออกไปเรียนรู้ ล้มลุก กับสิ่งใหม่ๆ

โลกกว้างใหญ่กว่าที่รู้มากมายนัก
และยากที่เราจะจินตนาการถึงคนหลายพันล้าน
บนโลกใบนี้
หากจะคิดให้ง่าย ระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่นี้
คือทรายเม็ดหนึ่งของทรายทีมีทั้งหมดบนโลก
ส่วนเม็ดทรายที่เหลือนั้น คือ ระบบสุริยะอื่น

ความเป็นอนันต์ยากเกินไปสำหรับหัวเล็กๆที่
ยังมีความรู้ไม่มาก
แต่วันนั้น การได้ออกไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ
เป็นเรื่องราวที่น่ายินดียิ่ง

ช่วงหนึ่ง ได้เฝ้าฝึกฝนกีตาร์
ช่วงหนึ่ง ขลุกตัวอยู่สนามฟุตบอล
ช่วงหนึ่ง ไม่หลับไม่นอน โทรฯจีบสาว

ช่วงนั้นแหละ จุดเริ่มต้นของหลายๆสิ่งที่ส่งผล
ให้ตัวผมกลาย เป็นไม่ใช่ตัวผมในวันนี้

ข้าว น้ำมันหมู กากเจียว

 



อาหารเช้าวันหยุดนี้กำลังถูกถ่ายทอด
จากความคิดผ่านการกระทำสร้างให้มัน
เป็นความจริง จนได้รับรู้ลิ้มรส เปี่ยมสุข

ภาพในหัวเริ่มจาก....
ข้าวสวยอุ่นๆราวหนึ่งทัพพี
อยู่ในจานกระเบื้องเคลือบลายบ้านๆ
ราดด้วยน้ำมันหมูที่แม่เจียวเอาไว้
ใช้ทำอาหารสักสองช้อนโต๊ะ
พอให้มีกลิ่มหอมๆมันๆ

จากนั้น
น้ำปลารื่นรสที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว
จะถูกหยิบจับขึ้นมาเหยาะลงไปสองสามที
กะเอาว่าไม่ให้เค็มจนเกินไป

วางขวดน้ำปลาลงชั้นแล้ว
ก็มาถึงลำดับของขวดแก้ว
ที่เคยบรรจุผงกาแฟสำเร็จรูป
ซึ่งบัดนี้ หน้าที่ใหม่ของมันคือ
การป้องกันมิให้พริกป่นแห้ง
ที่ตากแห้งเอง คั่วเอง ป่นเอง
ภายในนั้น ได้รับความชื้น

ซึ่งนั่นแปลว่า มันอาจจะทำให้กลิ่มหอมนั้น
เจือจางลงไปหากเปิดฝาทิ้งไว้นาน

พริกป่นส่งกลิ่นโชยขึ้นมาหลังเปิดฝาขวด
และหอมยิ่งขึ้นหลังโปรยหว่านลงไปสมทบ
กับหมู่เหล่าที่คอยท่าอยู่แล้ว

หลังจากนั้นจึงค่อยบรรจงคลุกเคล้า
ข้าวพริกป่นน้ำปลากับน้ำมันหมูให้เข้ากัน

ระหว่างที่กำลังใช้ช้อนสั้นตราเครื่องบินลำจิ๋ว
ตักซ้ายปาดขวาอยู่นั้น แม่ก็เดินเข้ามาในครัว
เปิดตู้เย็นแล้วหยิบถุงพลาสติคใสบรรจุกากหมู
ที่รอดเหลือมาจากการเจียวเอาน้ำมันนั่นแหละ
ออกมาวางไว้พร้อมกับบอกว่า
"เอามั้ย พ่อแกเคี้ยวไม่ไหวแล้ว
ปวดฟัน เลยไม่ค่อยมีคนกิน"

ของดีขนานแท้เชียวแหละ
ผมรับคำเอาชิ้นหนังหมูติดมันปนเนื้อน้อยนิด
ชิ้นเล็กๆเหล่านั้นมาเทใส่จานข้าวอย่างเมามัน
ไม่มียั้งราวกับว่าทั้งหมดของถุงนั้นจะมลาย
หายไปเสียหากไม่กินมันซะเวลานี้

"เป็นไปตามเวลาแหละเนาะ"
ผมกล่าวกับแม่เรื่องฟันที่ปวดของพ่อ

"บ่งบอกอายุ ไม่ไหวก็ต้องถอนออก"
แม่สำทับความมา

กากหมูเจียวหนึ่งถุงบอกเล่าเรื่องราว
และที่มาของมันได้หลายอย่าง
อยู่ที่ใครคนนั้นจะพบเจออะไรระหว่างทาง
แล้วนำมันคิด วิเคราะห์ ปลดปลง
เปลื้องบางอย่างออกไปจากความคิด

เรื่องราวบางเรื่อง
เหตุการณ์อะไรบางอย่างที่เราพินิจพิเคราะห์รับรู้
บางครั้งมันก็กำลังบอกเล่าสอนสิ่งเล็กๆ
ที่ยิ่งใหญ่ให้กับเรา

ผมหยิบจานกระเพราะเนื้อออกมาจากตู้เก็บอาหาร
พร้อมกับถ้วยเนื้อเค็มชิ้นเล็กๆอีกสามชิ้น
ลงมือจัดการกับความอยาก
ที่นานๆจะได้กลับมากินข้าวบ้านกับพ่อแม่สักที

รสชาตที่คุ้นเคยย้อนกลับคืนมาสู่การรับรู้อีกครั้ง

ความคิดจริงๆแล้วมันก็เป็นอย่างนี้
จนกว่าจะออกไปลงมือทำอะไรสักอย่างกับมัน