ผมมิใช่แพทย์ที่จะสามารถบอกเล่าเรื่อง
ราวของร่างกายได้ดีขนาดนั้น
และผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าชาวบ้านธรรมดา
ที่มีความเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เป็นสามัญเลย
ผมแค่เพียง "เริ่ม" รับรู้ได้กับความเสื่อม
ของร่าง หรือ สังขาร ตัวเองเพียงเท่านั้น
จึงอยากจะขอใช้พื้นที่ตรงนี้ บันทึกความเจ็บปวด
ทรมาน ความเข้าใจ ความเป็นธรรมดาของ
มนุษย์ผู้หนึ่ง ที่พึงมีความคิดจะบรรยายออกมาเป็น
ตัวอักษรได้เป็นประจำ(แม้ว่าบางครั้งจะหายหัว
ไปแรมปีก็ตาม)
หากนับตาม วัน ที่ถือกำเนิดออกจากครรถ์
ของมารดาแล้ว ตัวผมเองนั้นก็อายุได้เพียงแค่
สามสิบห้าปีแปดเดือนเพียงเท่านั้น ไม่มากไม่มาย
อะไร และช่วงเยาว์วัยนี้เองร่างกายของผมก็ได้
รับอาการบาดเจ็บมาพอสมควร ถึงแม้จะไม่ได้
แข้งขาหัก ต้องล้มหมอนนอนเสื่อหยอดยาอยู่โรง
พยาบาลก็ตาม
ซึ่งในช่วงเวลานั้น ก็ถือได้ว่า ร่างกายยังคง
สด และ รักษาตัวฟื้นสภาพได้ดี ใช้เวลาไม่นาน
นักในการรักษาตัว บางคราวก็ต้องแปลกใจเหมือน
กันที่เกิดอาการข้อเท้าพลิกแล้วก็หายภายในไม่กี่
นาทีต่อมา
แต่....สังขารของเราไม่เคยหยุดนิ่ง และ
ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง
ทุกสิ่งมีเวลาของมัน ไม่ว่ามันจะยาวนานแค่ไหน
บัดนี้ ผมก็ได้บอกกับตัวเองว่า ร่างกายจะเริ่ม
ค่อยๆเสื่อมถอยลงทีละน้อย ช้าไว ก็แล้วแต่กรรม
เก่าที่เคยได้ทำมา
จังหวะนี้แหละครับ ที่เรามักไม่อยากจะให้
มันเกิดขึ้นกับตัว เราอยากให้มันพัฒนา หรือไม่ก็
ทรงตัว ไม่อยากให้สิ่งๆนั้นแย่ไปกว่าเดิม
การเสื่อมของสังขารตามกาลเวลานี่แหละ
ได้เริ่มเปลี่ยมมุมมอง และ ประสบการณ์ใหม่ให้
กับเจ้าของร่างนั้นๆ ได้ตรึกตรองสำหรับตัวเอง
บ้างนั่งโอดโอย จมอยู่กับความเสื่อมนั้นๆ
ปล่อยปละให้ความสบาย ความขี้เกียจ ความเจ็บ
ปวด เข้าครอบงำ พาลพาให้ความเสื่อมนั้น ทวีขึ้น
บ้างกัดฟันลุกขึ้นมาสู้ สร้างความทรมานให้ตัว
ของเจ้าของร่างด้วยการออกกำลังกาย หรือ
วิธีต่างๆที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นดีขึ้น
และผมก็ได้พึงบอกกับตัวเองอีกว่า "มันเพิ่งเริ่ม"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น