“บุญทวี” วิ่งแซงผู้คนบนสะพานลอยอย่างไม่สนใจต่อคำ
ด่าใดๆเมื่อร่างกายของตนไปกระทบไหล่ของใครต่อใคร
หลายคนแล้วยังตะโกนส่งเสียงเรียกรถเมล์ที่จอดรับ
ผู้โดยสารอยู่ด้านล่างสะพานว่าให้รอด้วย
เมื่อก้าวลงจากบันไดขั้นสุดท้ายสายตาพ้นขอบหลังคา
จึงได้ทราบว่าตนเองนั้นตกรถเสียแล้ว
ทำได้แค่มองตามหลังรถไป....
วันนี้ช่างเป็นวันที่ซวยซะเหลือเกิน
“อรุณ” พร่ำบ่นกับตัวเองตั้งแต่ลืมตาตื่น
ด้วยความปวดหัวจากการดื่มหนักมาเมื่อคืo
ของคนที่เพิ่งช้ำชอกความรักมา
ผนวกกับหน้าที่การงานที่ไม่สามารถปฎิเสธได้
เค้าจึงต้องรีบทำธุระส่วนตัวอย่างเร่งรีบ
แล้วขับรถออกจากบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง
พลันระหว่างทางก็ยังหงุดหงิดกับการตอบคำถาม
ทางข้อความที่ลูกค้าถามมาแล้วหลายชั่วโมง
“ถามอะไรกันหนักหนาว่ะ” เค้าบ่นภายในใจ
บนรถโดยสารคันหนึ่ง "สุดแสน" กำลังแอบมองหญิงสาว
คนหนึ่งที่ขึ้นมาพร้อมกันจากป้ายรถเมล์หน้าปากซอยบ้าน
เขาแอบมองเธอมานานด้วยความนิยมชมชอบ
หากแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากทักทาย
ทั้งๆที่บ้านของเขาและเธอนั้นก็อยู่ละแวกเดียวกัน
ทุกๆวันที่ไปเรียน
เค้าพยายามจะมาขึ้นรถโดยสารให้พร้อมเธอเป็นประจำ
หากวันใดที่เขามาก่อน เขาก็รอจนกว่าเธอมา
ค่อยนั่งรถเมล์ไปเรียน เป็นอย่างนั้นเรื่อยมา
“สมมาตร” เป็นเจ้าหน้าที่ขับรถหน่วยฉุกเฉิน
ได้รับแจ้งจากศูนย์ 1669 ว่าต้องการรถพยาบาลไปรับผู้ป่วย
ซึ่งมีอาการเป็นโรคหัวใจเฉียบพลันตามที่อยู่ที่ได้รับแจ้งมา
จึงได้นำรถฉุกเฉินออกจากโรงพบาบาล
ซึ่งระหว่างทางจากโรงพยาบาลถึงเส้นทางหลักที่จะมุ่งไป
บ้านผู้ป่วยเป็นถนนสองเลนแคบๆสวนกันและขณะนั้น
มีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันจอดขวางทางอยู่
ทำให้การจราจรติดขัด รถพยายาลไม่สามารถผ่านไปได้
อย่างสะดวก
“หม่อนทอง” กำลังกระวนกระวายใจกับอาการของมารดา
เมื่อได้รอรถฉุกเฉินมารับมารดาของตนเองอยู่นาน
กว่าครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ได้โทรฯแจ้งไปแล้ว
“หญิงเปรียว” ขี่จักรยานยนต์ขนาดใหญ่มาด้วยความเร็ว
พอประมาณ มุ่งหน้าปั้มน้ำมันที่นัดกับกลุ่มเพื่อนๆไว้
เพื่อรวมตัวกันเดินทางไปเที่ยวด้วยจักรยานยนต์พร้อมๆกัน
ขณะนั้นเธอได้ขี่มาใกล้ถึงสถานที่นัดหมายแล้ว
แต่เวลายังเหลืออยู่มากโข เธอจึงไม่ได้ขี่เร็วมากนัก
ทั้งๆที่ปกติแล้วนี่เป็นความเร็วเพียงหนึ่งในสาม
ที่เธอขี่ยามออกทริปกับเพื่อนๆ จู่ๆเธอก็เบรกอย่างกระทันหัน
จนรถเกือบจะเสียหลักล้ม แต่ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมานาน
กับความเร็วที่ไม่มากเท่าไรนัก ทำให้เธอสามารถควบคุมรถ
เอาไว้ได้อย่างปลอดภัยแล้วชะลอจอดข้างทางเพื่อตั้งสติ
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงยางรถยนต์แตกมาจากด้านหลัง
ใกล้ที่เธอจอด แล้วรถคันนั้นก็เสียหลักพุ่งเข้าทางเท้า
เลยด้านหน้ารถเธอไปเพียงช่วงคันรถ
ณ สี่แยกไฟแดง
รถเมล์กำลังแล่นไปตามทางอย่างแช่มช้าเป็นปกติ
เมื่อมาใกล้มาถึงแยกสัญญาณไฟเขียววูบดับลง
กลายเป็นสีเหลือง คนขับแตะเบรกอย่างกลัวรถจะจอด
เลยเส้นจอดไปทำให้ผู้โดยสารที่ไม่ทันระวังตัวถลันไป
ตามแรงเบรกของรถ
“สุดแสน” ซึ่งแอบมองหญิงสาวในละแวกใกล้บ้านอยู่บน
รถเมล์คันดังกล่าว เมื่อรถเมล์เบรค หญิงสาวคนนั้นก็ถลา
มาหาอ้อมอกเค้าอย่างเหมือนจะจงใจ ตาประสาน
ครั้งนี้เป็นเค้าเองที่ไม่ยอมหลบสายตาพร้อมส่งยิ้มให้
“อรุณ” ซึ่งขับรถตามหลังรถเมล์มามัวแต่ก้มหน้าพิมพ์ข้อความ
พอเงยหน้ามาก็พบว่าหน้ารถของเค้านั้นอยู่ห่างจากท้ายรถเมล์
เกินกว่าจะเบรคให้ไม่ชนกัน
เมื่อ “สมมาตร” ขับรถฉุกเฉินจนมาใกล้ถึงทางแยก
ก็พบกับอุบัติเหตุรถชนกัน ซึ่งไม่สามารถจะหลีกหลบ
ไปทางใดได้จึงต้องขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
มาเคลียร์ทางให้
ด้วยความที่ “หม่อนทอง” รอรถพยาบาลมารับคุณแม่ของตัวเอง
ไม่ไหวจึงช่วยกันกับสามีหามคุณแม่เข้าไปในรถเพื่อที่จะขับรถ
ไปโรงพยาบาล เธอเปิดประตูบ้านโดยไม่ได้คิดว่าว่าเจ้า
“ชีโร่” ไม่ได้ล่ามโซ่ไว้ ซึ่งมันกำลังติดสัตว์กับเจ้ามะม่วง
สุนัขเพศเมียซึ่งบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน มันจึงวิ่งออกจากบ้าน
ข้ามถนนไปตัดหน้ารถของ “หญิงเปรียว” ที่ขี่มา
หาก....
รอเมล์จอดรอ
"บุญทวี" อีกเพียงนิดหนึ่ง เขาก็จะได้ขึ้นรถ
ไม่ต้องวิ่งไปหาจุดหมายที่พลาดไม่ได้
รถเมล์คงไม่เบรคติดไฟแดงกระทันหัน
"อรุณ" คงไม่ชนท้ายรถเมล์
"สุดแสน" คงทำได้แค่มองผู้หญิงคนนั้นต่อไป
"สมมาตร" ไปถึงบ้านผู้ป่วยอย่างรวดเร็วไร้เหตุรถติด
"หม่อนทอง" ไม่ต้องนำรถออกจากบ้านอย่างรีบร้อน
"ชีโร่" ไม่ได้วิ่งออกมาจากบ้าน
"หญิงเปรียว" คงโดนรถยางแตกถลาเข้าชนอย่างจัง
“บุญทวี” ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ตัวเองไม่ได้กำหนด
มือกระชับกระเป๋าสะพายกอดเข้าอก
แล้วออกวิ่งไปตามทางเท้าอย่างกับนักวิ่งระยะไกล
ที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะถึงเส้นชัย
ระหว่างที่วิ่งอยู่ภายในใจคิดว่าหากรถเมล์จอดรอเขา
อีกสักนิดหนึ่ง จะเป็นอย่างไร?
พลันมองไปข้างหน้า เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังขี่จักรยานยนต์
คันใหญ่ออกจากบ้านหลังโต แอบอิจฉาอยู่ภายใน
สองเท้าของเขายังคงวิ่งต่อไป....
พลันมองไปข้างหน้า เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังขี่จักรยานยนต์
คันใหญ่ออกจากบ้านหลังโต แอบอิจฉาอยู่ภายใน
สองเท้าของเขายังคงวิ่งต่อไป....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น