วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566

โอสถลวงจิต

 เมื่อความคิดและจิตใจถูกทำให้แปรเปลี่ยนไปโดยสารบางชนิด


ในห้วงความคิดขณะที่สภาพร่างกายปฎิเสธต่ออาหารในกระเพาะจนถูกขับออกมา มันถูกปรับเปลี่ยนให้แตกต่างไปจากเดิมมากมาย

หากไม่เคยประสบพบเจอก็ไม่มีวันรู้ คำๆนี้ยังคงเป็นจริง

จริง ตามสภาวะรับรู้ตามสถานการณ์

ณ เวลานั้นผมจึงลองกำหนดว่าตนเองต้องไม่ปล่อยให้ความง่วงเข้าครอบงำจนหลับใหล และ เพ่งไปที่ลมหายใจ รับรู้ถึงความคิดที่เกิดขึ้น ดับไป ตลอดเวลา

ร่างกายนิ่งไร้การเคลื่อนไหวดั่งหลับใหลในท่านั่ง เพียงเท่านั้น แล้วปล่อยให้เวลาไหลผ่านไป เท่าที่อยากให้มันเป็น

ผมไม่รู้ว่าสมาธินั้นเกิดขึ้นหรือไม่ รู้เพียงว่ามันสุขสบายกว่าลืมตามารับรู้เรื่องราวมากมายบนโลกมนุษย์

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เด็กดื้อ

 

ด้วยความเคารพครับ ผมอาจจะดื้อไปบ้างตามแบบฉบับมนุษย์สามัญทั่วไป แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น ไม่รู้จักความดี ทำผิดกฎหมายไปซะหมด แค่ขับรถเร็วเกินกำหนด หลีกเลี่ยงภาษีไปบางรายการ แต่ก็ยังไม่เคยแอบไปซื้อบริการทางเพศให้หายกำหนัด

จะว่าไปแล้วตั้งแต่เด็กๆ ผมเองนั้นก็ดื้อซนไปตามวัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขี่จักรยาน วิ่งเล่นตากแดด แกล้งหาจับสัตว์ต่างๆโดยคิดว่าจะดูแลทนุทะนอมมัน ฯลฯ พอโตขึ้นหน่อยก็มีกลุ่มก้อนพวกเด็กดื้อ ระเหเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆที่ไม่เคยไปทั้งยามเช้าสายบ่ายค่ำ แม้กระทั้งดึกดื่น ทำอะไรที่อยากรู้อยากเห็นเป็นประจำ ทั้งที่มันไม่จำเป็นต้องอยากรู้อะไรขนาดนั้นก็ได้

ความดื้อนั้นติดตัวมาเรื่อยดั่งเงาที่ไม่เคยพรากจากแสงไปที่ไหน มันยังคงฝังลึกอยู่ในความคิดและอาจจะออกมาโลดเล่นในการกระทำไปบ้าง ตามแบบฉบับของคนดื้อเงียบ บางครั้งมันก็นำความฉิบหายมาสู่ และบางครั้งมันก็เปิดโลกกว้างใหญ่ให้เราได้เรียนรู้ได้มากกว่าการกระทำอื่นๆ

หากลองถามตัวเองว่าหากมันดื้อแล้วก่อเรื่องราววุ่่นวายมากมายแล้วยังจะดื้อไปทำไม ก็คงต้องบอกว่ามันมีหลายแง่มุม ไอ้เรื่องดื้อแล้วดีมันก็มี ไม่ใช่ว่ามันจะเลวร้ายไปซะหมดทุกเรื่อง

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ความกังวล

 

เปล่าครับ ผมไม่ได้กังวลอะไรก่อนหน้าที่จะเขียนข้อความนี้

หากจะมีก็มีความกังวลเดียวนั่นคือ ผมจะเขียนอะไร(ซึ่งนั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว)

ความกังวล ความกลัว ยำ้คิดย้ำทำ คำเหล่านี้ให้ความหมายใกล้เคียงกันไปในทางลบ เรากังวลว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายมาได้ไม่ดี เรากลัวว่าเสื้อผ้าทีี่ใส่ไปงานแต่งงานวันนี้จะดูดีหรือไม่ เราทำไป แล้วก็กลับมาคิดว่าทำใหม่อีกทีดีไหม

ความรู้สึกเหล่านี้ ผมคิดว่าเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน เพราะมันเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาในสายใย ในอะตอม ในโมเลกุล ในดีเอ็นเอ

สิ่งที่ทำได้คือ เราจะทำอย่างไรกับความรู้สึกเหล่านี้ หากเรารู้ตัว

เรามีความคิดอย่างไรกับความรู้สึกเหล่านี้  ในตอนที่มันเกิดขึ้นกับตัวเอง

วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ห้านาที

 

เมื่อครู่ก่อนเปิดคอมพ์ขึ้นมา ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนอะไรสักอย่างลงไป

แต่พอเปิดมาเจอปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ก็เกิดความสงสัยว่าคุณภาพของมันลดลงไปเท่าไหร่แล้วตามกาลเวลาที่ผ่านมากว่าแปดปี

สรุปว่าเปิดไป เปิดมา หาไม่เจอครับว่ามันต้องดูที่ไหน สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เลิกหาแล้วกลับมานั่งคิดอีกครั้งว่า ผมจะเปิดคอมพ์มาทำอะไร ครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าจะบันทึกอะไรลงไปสักอย่างภายในเวลาห้านาที ก่อนที่นาฬิกาจะแสดงเวลา 06:00 แต่มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะว่าเวลาเหล่านั้นได้สูญหายไปกับแบตเตอรี่เสียแล้ว

วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คนพิษ

 

เราเป็นมนุษย์ ทุบดินดีไหมครับคำๆนี้

เพราะว่าเราเป็นคน มีทั้งความหลากหลาย ไม่มีใครเหมือนกันโดยสิ้นเชิง เราแค่สามารถแบ่งคนแต่ละประเภทได้เป็นแบบกว้างๆเท่านั้น

หากมนุษย์เราเจอเรื่องแย่ๆแล้วมีมุมมองว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตที่เราทุกคนต้องเจอ

หากมนุษย์เราเจอเรื่องแย่ๆแล้วมีมุมมองว่ามันเป็นบทเรียนให้เราได้พัฒนาตัวเอง

หากมนุษย์เราเจอเรื่องแย่ๆแล้วมีมุมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ฟ้า โชคชะตากำหนดมา

หากมนุษย์เราเจอเรื่องแย่ๆแล้วมีมุมมองว่ามันเป็นเพราะคนอื่นๆทำให้เราเป็น

แต่หากเจอเรื่องราวดีๆของคนอื่นแล้วทำให้มันแย่ได้ เป็นคนที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นในทางลบมากๆ ที่เรียกว่าหากมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นก็จะทำให้มันเป็นเรื่องแย่ๆไปได้ ผมของเรียกคนประเภทนี้ว่าคนพิษ ซึ่งล้อมาจากภาษาต่างชาติว่า Toxic people

น่าคิดนะคับ ว่าจะเก็บคนเหล่านี้ไว้ข้างกายหรือไม่

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รอยสัก

 

ภาพลักษณ์ของรอยสักในบ้านเรามักจะถูกมองออกมาด้วยความรู้สึกไปทางเชิงลบ จนเมื่อไม่นานมานี้เอง รอยสักหรือศิลปะบนเรือนร่างของเราจะถูกมาว่ามันเป็นศิลปะจริงๆ 

หากจะว่าไปแล้วร่างกายของผมเองนั้นยังไม่มีการดำเนินงานศิลปะที่ถาวรลงไปที่ร่างกายเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ผมก็ไม่ได้มองว่าการสัก (ขอเรียกสั้นๆแบบนี้)เป็นเรื่องที่ผิดแปลกอะไร

เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า คนมีรอยสักคือคนไม่ดี เป็นพวกนอกกรอบ ทำอะไรให้ชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อน

ที่กล่าวมานี้ก็เพราะว่าผมกำลังจะไปสักหรือเปล่า ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะสักอะไรลงไปที่ร่างกายของตัวเอง คิดๆดูแล้วมันก็จะติดกับเราไปตลอดชีวิตเลยนะครับ ไม่ใช่ว่าจะลบออกได้ง่ายๆ

แล้วภาพ หรือ ตัวอักษร หรือ ศิลปะชนิดใดหล่ะ ที่ผมจะชอบมันไปตลอดชีวิต พอคิดเท่านี้ ลอยสักผมก็เป็นหมันไปโดยปริยาย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบครับ แต่ไม่รู้จะเลือกอะไรจริงๆในเวลานี้

วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566

แปดสิงหาคมหกสิบหก

 

ความผิดพลาดอย่างแรกเลยคือ วันนี้เป็นที่เก้าสิงหาคม

สมองมิได้ตระหนักรู้วันเวลาที่ถูกต้องมาซักระยะ

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร

สันนิฐานได้ว่า....

หนึ่ง ทำงานแทบทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์

(ซึ่งหยุดงานกลับไปบ้านพ่อแม่เดือนละสองครั้ง กลางเดือนและสิ้นเดือน)

สอง สมองหลงลืมกับสิ่งที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจ และ ไม่ค่อยได้ใช้

(หากเป็นสมัยที่ทำงานห้าวันจะรู้วันเวลาเป็นอย่างดี เพราะเดี๋ยวก็ถึงวันหยุด)


เอาล่ะ ผิดพลาดแล้วก็ปล่อยมันไป ผมไม่กลับไปพิมพ์แก้ไขหรอก

มันผ่านมาไกลเกินไปแล้ว เป็นซังค์คอสไปแล้ว


ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมาพิมพ์อะไรอีก?

อาจจะเป็นคำถามที่รู้สึกแปลกเมื่อสังเกตุว่าบล็อคถูกปล่อยทิ้งเฉยไว้นานมาก


นั่นนะสิครับ ขออ้างว่าผมอาจจะไม่ใช่นักเขียนจริงๆจังสักเท่าไหร่

ทำอะไรก็เห่อเป็นพักๆไปตามกระแส หรือ ตามอารมณ์

เมื่อไหร่อยากทำทุกวันก็ทำได้

เมื่อไหร่อยากจะทิ้งก็ละมันไปซะเฉยๆ


ที่วันนี้ได้มาพิมพ์เหตุเพราะว่า ได้ตื่นเช้า(กว่าปกติเล็กน้อย)ราวตีห้าสิบนาที

ได้อ่านหนังสือ(ลมหายใจมหัศจรรย์)แล้วก็ดันมีความคิดว่าอยากเขียนอะไรบางอย่าง

ได้เหลือเห็นเวลา(แต่ไม่เห็นวันที่)แล้วคิดว่าพอเหลือที่จะบันทึกอะไรลงไปบ้าง

เท่านี้แหละครับ


บางครั้งคนทำก็ทำอะไรไม่ค่อยมีเหตุผลหรอก

อารมณ์ล้วนๆ