มัธยมสอง...
ระหว่างเรียนพิเศษภาษาอังกฤษวันเสาร์
เพื่อนสาวคนหนึ่งหยิบเพจเจอร์ออกมาเปิดดู
นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ได้เห็นและ
ได้รู้จักกับเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้
ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยี
อะไรเลยนอกจากเกมส์กดเตอติสที่อ้อนขอ
แม่ซื้อให้ที่งานแฟร์แบบโลคอล คือ เป็นงาน
ที่จะมีเต๊นท์มาตั้งขายสินค้าตามสถานใหญ่ๆ
ของเมือง เช่นสนามกีฬา ศาลากลางฯ
อะไรทำนองนี้ คล้ายๆกับสินค้าตามงานวัด
งานพื้นถิ่นที่มีพ่อค้าแม่ขายสัญจรมาจากต่าง
จังหวัดกันหลายๆเจ้า
มันก็อาจจะเรียกได้ว่า แทบไม่มีอะไรไป
มากกว่าของเล่นเด็ก ของกิน โต๊ะไม้
เสื้อผ้ายกโหลราคาประหยัด ฯลฯ
และแน่นอนว่ามัน คนแถวบ้านผมก็ไม่มีใคร
สะสมกำลังทรัพย์ไว้สำหรับของที่ทันสมัยเช่นนี้
ผมเรียนรู้จากเพื่อนสาวว่ามันทำงานยังไง
ภายในใจก็คิดว่าทำไมมันยากจัง แล้วความ
เขินอายที่จะบอกข้อความผ่านโอเปอเรเตอร์
อีกนั่นเล่า จะเอาไปวางไว้ที่ไหน บนตู้โทรฯ
สาธารณะหยอดเหรียญหรือฝากไว้กับบัตร
พินโฟน 108
กว่าผมจะได้ลองหัดส่งข้อความจีบสาวได้ก็
ต้องรุมเข้าตู้ไปกับเพื่อนๆที่เค้าจะส่งหาคน
คนอื่นๆก่อน
เรียกว่า เข้าไปฟังเป็นตัวอย่างจากกรณี
ศึกษาจริงๆ แล้วค่อยกลับมาปฎิบัติตามใน
ภายหลัง
แต่พอใช้จนชินแล้ว มันก็เริ่มจะกลายเป็นความ
สนุกครึกครื้นแทน จีบสาวบ้าง แกล้งเพื่อนบ้าง
ยิ่งอยู่กับเพื่อนคนอื่นๆอีกก็จะรุมกันเข้าไปอัด
อยู่ในตู้โทรศัพท์จนแทบจะหายใจกันไม่ออก
คิดๆแล้วก็สนุกอยู่ในใจ อยากย้อนกลับไป
ส่งข้อความแบบนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเทอนั้น
จะอ่านตอนไหน รู้สึกอย่างไร จะตอบกลับ
มาหาผมก็ทำไม่ได้เหมือนทุกวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น