วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
การยอมรับ
การยอมรับผิด และ รับชอบนั้น
ส่วนใหญ่เรามักจะชอบแบบหลังมากกว่า
เอาตรงๆเลยก็พูดได้ว่า "ไม่ค่อย
มีใครอยากจะรับผิดหรอกครับ"
ทั้งๆที่ตัวเองผิดก็ยากที่จะแสดงสปิริตรับ
ผิดชอบในเรื่องนั้นๆ ยากที่จะยืดอกออก
ไปรับ อย่างที่ควรจะเป็น
อย่างที่เรารู้ๆกันครับ ว่าคนส่วน
ใหญ่มักจะปกปิดความผิดของตัวเองไว้ซะ
มากกว่าที่จะออกไปแสดงตัวว่าตัวเอง
นั้นเป็นผู้กระทำผิด
ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
หรอกครับ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น
และผมเองก็เป็นครับ
ยิ่งเราอยู่ในเวลาการปฎิบัติงาน
ยิ่งมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้
แต่เวลาพัก! กล่าวได้ว่างานใดไม่มีข้อผิด
พลาดเลย งานนั้นไม่มี
และเมื่อเกิดข้อผิดพลาดเราก็ไม่อยาก
จะรายงานให้หัวหน้าได้รับทราบใช่ไหม?
เราจะมองหาทางแก้ไขโดยที่ให้คนอื่นรับ
รู้น้อยที่สุด และไม่อยากให้เรื่องที่ผิดพลาด
นั้นเดินทางไปเข้าหูหัวหน้าอย่างแน่นอน
แต่หากเราเป็นหัวหน้างานหล่ะครับ
เราก็คงไม่ชอบใจแน่ๆ เมื่อเรารู้ว่าผู้ใต้
บังคับบัญชาซุกซ่อนความเป็นจริงไว้อย่าง
มากมายแทนที่จะเอาเรื่องที่เป็นข้อผิด
พลาดหรือปัญหาต่างๆมาปรึกษาและช่วยกัน
แก้ไขปัญหาต่างๆนั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก
อย่างง่ายๆ
เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินครับ ที่เรา
จะเปลี่ยนวัฒนธรรมหลีกเลี่ยงความผิด ให้
กลายมาเป็นการกล้าที่จะยอมรับผิด และ
ร่วมกันแก้ไขปัญหา
ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าปัญหาอยู่ที่การสื่อ
สารซะมากกว่าครับ จริงๆแล้วคนทำงาน
อาจจะอยากพูดคุยกับหัวหน้างานก็ได้ครับ
แต่ไม่กล้า เพราะว่าเคยทำผิดไปแล้วโดน
ตำหนิอย่างรุนแรง หรือ โดนด่ากลับมา
ทำให้ครั้งที่สองไม่กล้าที่จะไปขอความช่วย
เหลือหรือขอความคิดเห็นเสนอแนะต่างๆ
ก็ได้
และก็อาจจะเพราะว่าหัวหน้างานนั้น ไม่
ค่อยจะใส่ในเรื่องของคำพูด น้ำเสียงที่
ส่งไปหาลูกน้องสักเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้
จึงทำให้ ความเป็นหัวหน้ากับลูกน้องยิ่ง
ห่างไกลกันออกไปไกลขึ้นทุกวัน
ทั้งหมดนี้ก็กลายเป็นปัญหาเหมือนงูกินหาง
แก้ไม่ตก ลูกน้องก็ไม่อยากโดนด่า เมื่อ
ทำผิดก็เลยเก็บงำเอาไว้ไม่บอกหัวหน้า
หัวหน้าก็ไม่ไว้ใจลูกน้องในการทำงาน
เพราะเคยเห็นลูกน้องทำผิดบ่อย และก็
ไม่อยากจะเข้าไปทำความเข้าใจกับลูก
น้องให้ถูกต้อง
ทางที่ดีผมคิดว่าควรปรับจูนเข้าหากัน
แต่อาจจะติดตรงที่ว่าใครควรเป็นผู้เริ่มใช่
ไหมครับ?
ไม่ควรเป็นหน้าที่ของใครคนใดคน
หนึ่งก่อนหรอกครับ หากเราจะโยนให้
เป็นของใครข้อผิดพลาดนั้นจะไม่ได้รับ
การแก้ไขใดๆเลยเพราะมัวแต่โยนกัน
ไปมา
ทางออกที่ดีที่สุด คือ ให้คนที่มีสติ
รู้ตัวที่สุดยอมรับก่อน ว่าถึงเวลาที่จะแก้
ไขปัญหาเหล่านี้และพูดมันออกไปอย่าง
ถูกต้อง ถูกเวลา ให้เข้าใจซึ่งกันและกัน
ครับ และมันก็จะกลายเป็นความร่วมมือ
ในการพัฒนาให้สิ่งต่างๆก้าวหน้าต่อไป
มิเช่นนั้นแล้ว พวกเราก็คอยแต่จะตั้ง
แง่โยนใส่กันและกันอยู่แทบตลอดเวลา
การพัฒนาก็จะไม่เกิดครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาถึง
ตรงนี้หวังว่า "การยอมรับ" นี้ จะมี
ประโยชน์กับหลายๆท่านบ้าง ไม่มากก็น้อย
หากท่านคิดว่าเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่น
จะช่วยกรุณาส่งต่อบทความนี้ต่อไปก็จะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
สวัสดีครับ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น