หัวไหล่สองข้างของผมถูกจับจากด้านหลัง
เป็นการจับเพื่อหยอกให้ตกใจเล่นๆเท่านั้น
ผมรีบละสายตาจากหน้าหนังสือที่กำลังเพ่ง
พินิจลงไปในเนื้อความมาได้ครู่ใหญ่
แล้วหันไปหาผู้ที่พยายามจะสร้างความ
ตระหนกตกใจให้ในครั้งนี้
แวบเดียวที่มองเห็น สมองก็สั่งการโดย
ฉับพลันแบบไม่มีอาการยั้งคิดให้ทำการยก
มือไหว้ เป็นการทักทายตามปกติทุกครั้งที่
เราได้พบกัน
เก้าอี้ข้างๆผมที่หน้าเคาเตอร์บริการลูกค้า
ในร้านขายสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางอำเภอ
ปากช่องถูกเลื่อนออกมานั่ง โดยชายผู้นั้น
พร้อมกับกล่าวทักทายผมว่า "อ่านอะไรอยู่"
ไม่มีคำตอบใดดีไปกว่าการยืนหนังสือเล่มนั้น
ในมือไปให้พร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากอ่านชื่อปกหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง
ผมก็ได้รับคำถามมาอีกหนึ่งข่้อ
"ชอบอ่านหนังสือหรอ?"
แต่ตัวผมเองก็มิได้คิดว่านั่นเป็นคำถามที่
อยากจะได้คำตอบว่า "ครับ" หรอก
คงเป็นแค่การสานต่อเรื่องราวที่กำลังจะ
ดำเนินต่อไปในภายภาคหน้ามากกว่า
"ผมเคยติดหนังสืองอมแงมอยู่พักนึง
อ่านอยู่สองปี เอ็มรู้มั้ยว่าเรื่องอะไร?"
ด้วยความที่ข้อมูลหลักๆในการอ่าน
ของผมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือ
ภาษาไทย
นั่นก็เลยทำให้นึกถึงนวนิยายไทยขนาด
ยาวที่สุดที่เคยได้อ่านมา
แล้วก็ติดงอมแงมอย่างที่ว่าก็นึกออกได้
เพียงเรื่องเดียว
"เพชรพระอุมา ครับ"
ไหล่ด้านซ้ายที่อยู่ใกล้มือคู่สนทนาถูกตบ
เบาๆอย่างถูกใจ
"ใช่เลย ผมอ่านแบบว่า วางไม่ลง
เลย ตีหนึ่งตีสองกว่าจะได้นอน"
"แล้วยิ่งตอนที่ไปรอยืมเล่มต่อไปจาก
คนอื่นนะ"
สีหน้าท่าทางแสดงความอึดอัดคับแค้น
แบบคนที่อยากได้ของมากๆแล้วไม่ได้
ก็ถูกแสดงออกมาให้ผมได้ประจักษ์
ตรงหน้า
จะบอกว่าเข้าใจเลยครับ
ก็คงจะไม่เข้าใจหรอก
หากเราได้เคยเป็นแบบนั้นจริงๆ
ในกรณีผมเองนั้น
ผมซื้อมาทีเดียวทั้งชุด สี่สิบแปดเล่ม
จบเล่มแล้วก็เปิดเล่มใหม่ ต่อไปเรื่อยๆ
จะถูกขัดใจก็ตอนที่ต้องไปนั่งกับคนอื่น
แต่ดันยังอยากอ่านต่อก็เท่านั้น
ผมไม่เคยไปเช่าหนังสือแล้วติดงอมแงม
รอคนที่ยืมไปก่อนหน้าเอามาคืน
หรือแม้กระทั่งยืมมาล่วงหน้าหลายๆเล่ม
แล้วยอมเสียค่าปรับหากคืนล่าช้าเกินหนดไป
กว่าเราจะจบเรื่อง "เพชรพระอุมา" ได้
ก็เล่นเล่ากันไปหลายฉากหลายตอนเลย
ทีเดียว
จากนั้นก็แนะนำต่อไปอีกเรื่องนักอ่านตัวยง
ที่อ่านจริงจังมากกว่าแกอีก
นั่นคือ แฟนแกครับ
ประมาณ
อ่านแบบว่าเป็นพันเล่ม อ่านอีบุ๊ค
สนับสนุนนักเขียนหน้าใหม่ในแอพพลิเคช่ัน
ที่ชื่อ meb
อ่านๆๆ เพราะเรียนจบมาทางด้านนี้
จนแกยุแฟนให้ลองเขียนหนังสือบ้างสิ
(ไม่รู้ว่าอันนี้อำเล่นหรือพูดจริง
เพราะว่าแกชอบอำเล่น)
จากนั้น แกก็ได้แนะนำให้ผมลองใช้อีบุ๊ค
ชี้ให้เห็นข้อดีในหลายๆด้านที่เราไม่ต้อง
แบกหนังสือหลายเล่มบ้าง
ความสะดวกอีกมากมายก็พลั่งพลูออกมา
จนยืดยาวไปจนถึงอายุอานามกัน
ซึ่งเอาจริงๆแล้วผมก็เพิ่งทราบอายุแกว่า
อายุมากกว่าผมอยู่เพียงห้าปีเท่านั้น
ซึ่งที่ผ่านมานั้น
ผมมองแกว่าเป็นผุ้ใหญ่กว่าตัวผมเองอยู่
อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดปีขึ้นไป
จนกระทั่งพนักงานที่รัานสะกิดแจ้งว่า
ของที่สั่งไว้มาครบเรียบร้อยแล้ว
เราจึงได้ล่ำลากัน
เอาจริงๆแล้วผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับแก
มากเท่านี้มาก่อน
อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีเรื่อง
หรือ หัวข้ออะไรมากให้เราได้คุยกัน
มากเท่าเรื่องหนังสือแบบที่เล่ามานี่ก็ได้