แดดยามบ่ายสอดแยงมาทางข้างๆแว่น RB-3447 ซึ่งสวมไว้กันแสงสะท้อนของผนังกระจกมหึมาประดับด้วยชื่อของสถานที่ขนาดใหญ่ย่านบางนา
ผมอาศัยร้านอาหารร้านหนึ่งที่มีเครื่องดื่มตามใจคิดเป็นที่พักพิงประวิงเวลา
ให้มีอะไรทำระหว่างรอใครสักคน
เบื้องล่างแก้วทรงสูงซึ่งกำลังปลดปล่อยฟองให้ลอยขึ้นด้านบนอย่างไม่หยุดพักเป็นโต๊ะหินอ่อนขาวนวล
หากสัมผัสด้วยกายก็จะรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของมัน เก้าอี้อาร์มแชร์นุ่มนิ่มแต่ไม่อ่อนย้วยรองรับกายที่อ่อนล้าจากการย่ำเดินมาเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง เบื้องหน้ามองเห็นผู้คนมากมายเดินไปมา บ้างเป็นนักศึกษา พนักงานห้างร้าน เจ้าของกิจการ ช่างเครื่อง นักถ่ายภาพ นักแบกเป้ แม้แต่ยาจกอย่างผม ก็อาจจะพบได้ที่นี่
ไม่ได้ตั้งใจมาเดินเกร่อะไรแถวนี้หรอก ธุระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มันพามาต่างหาก
ด้วยความไม่เอาอ่าวทางด้านแฟชั่น การเดินเข้าร้านนู้นทีร้านนี้ทีจึงไม่ใช่วิสัยธรรมชาติสำหรับชายที่ชอบนั่งหลังแก้วสุรา
“เบียร์สิงห์ขวดเท่าไหร่ครับ” หมดไปกว่าครึ่งแก้วผมจึงเอ่ยถามพนักงานของทางร้าน
“แปดสิบเก้าบาทครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่น สองแถมหนึ่ง” ด้วยความใส่ใจในงานและบริการที่ดี พี่พนักงานจึงแจงแถลงให้รายละเอียดอย่างไม่ต้องเอ่ยถาม
ใจหนึ่งคิดจะเข้ามานั่งถอนสักหนึ่งขวดค่อยไปเกร่ต่อ
ถอนเนื่องด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา เบียร์หล่นใส่คอเยอะไปหน่อย หล่นถึงยามหนึ่งยามสองนู่นแหนะ
แต่เมื่อได้พบกับการประชาสัมพันธ์แบบไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ แอร์ก็เย็น เพลงก็เปิดให้ฟัง ลูกค้าในร้านก็มีเพียงโต๊ะเดียว หากสั่งอีกหนึ่ง จะได้ฟรีอีกหนึ่ง
คงไม่ต้องคิดต่อใช่ไหมครับว่าจะออกไปเดินให้เมื่อยตุ้ม
หรือจะปักหลักถอนซะให้กรึ่ม ค่อยกลับบ้าน....


