วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปักหลักถอน





แดดยามบ่ายสอดแยงมาทางข้างๆแว่น RB-3447 ซึ่งสวมไว้กันแสงสะท้อนของผนังกระจกมหึมาประดับด้วยชื่อของสถานที่ขนาดใหญ่ย่านบางนา

ผมอาศัยร้านอาหารร้านหนึ่งที่มีเครื่องดื่มตามใจคิดเป็นที่พักพิงประวิงเวลา
ให้มีอะไรทำระหว่างรอใครสักคน
เบื้องล่างแก้วทรงสูงซึ่งกำลังปลดปล่อยฟองให้ลอยขึ้นด้านบนอย่างไม่หยุดพักเป็นโต๊ะหินอ่อนขาวนวล
หากสัมผัสด้วยกายก็จะรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของมัน เก้าอี้อาร์มแชร์นุ่มนิ่มแต่ไม่อ่อนย้วยรองรับกายที่อ่อนล้าจากการย่ำเดินมาเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง เบื้องหน้ามองเห็นผู้คนมากมายเดินไปมา บ้างเป็นนักศึกษา พนักงานห้างร้าน เจ้าของกิจการ ช่างเครื่อง นักถ่ายภาพ นักแบกเป้ แม้แต่ยาจกอย่างผม ก็อาจจะพบได้ที่นี่

ไม่ได้ตั้งใจมาเดินเกร่อะไรแถวนี้หรอก ธุระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มันพามาต่างหาก
ด้วยความไม่เอาอ่าวทางด้านแฟชั่น การเดินเข้าร้านนู้นทีร้านนี้ทีจึงไม่ใช่วิสัยธรรมชาติสำหรับชายที่ชอบนั่งหลังแก้วสุรา

“เบียร์สิงห์ขวดเท่าไหร่ครับ” หมดไปกว่าครึ่งแก้วผมจึงเอ่ยถามพนักงานของทางร้าน
“แปดสิบเก้าบาทครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่น สองแถมหนึ่ง” ด้วยความใส่ใจในงานและบริการที่ดี พี่พนักงานจึงแจงแถลงให้รายละเอียดอย่างไม่ต้องเอ่ยถาม

ใจหนึ่งคิดจะเข้ามานั่งถอนสักหนึ่งขวดค่อยไปเกร่ต่อ
ถอนเนื่องด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา เบียร์หล่นใส่คอเยอะไปหน่อย หล่นถึงยามหนึ่งยามสองนู่นแหนะ
แต่เมื่อได้พบกับการประชาสัมพันธ์แบบไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ แอร์ก็เย็น เพลงก็เปิดให้ฟัง ลูกค้าในร้านก็มีเพียงโต๊ะเดียว หากสั่งอีกหนึ่ง จะได้ฟรีอีกหนึ่ง
คงไม่ต้องคิดต่อใช่ไหมครับว่าจะออกไปเดินให้เมื่อยตุ้ม
หรือจะปักหลักถอนซะให้กรึ่ม ค่อยกลับบ้าน....

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

It's the ship


พอดีวันนี้ได้นั่งดูคลิปวีดิโอโปรโมทงานเทศกาลดนตรีทางทะเลครั้งที่สอง
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
ดูจบแล้วจิตใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ มันหวิวๆยังไงพิกล
จะไม่ให้หวั่นไหวได้ยังไงหล่ะครับ ลองจินตนาการว่าได้ไปสัมผัสบรรยากาศ
อยู่บนเรือสำราญสิบห้าชั้น มีคลับบาร์ให้เลือกกว่าสิบห้าแห่ง คาสิโน บ่อจากุสซี่
สนามบาสฯ มินิกอล์ฟ ผาจำลอง ไอซ์สเก็ต ฟิสเนต สระว่ายน้ำ สปา เปิดตลอด 24
ศิลปิน ดีเจ ที่จะมาเปิดเพลงให้แดนซ์อย่างขาขวิด หัวส่าย กายสะท้านอีกนับไม่ถ้วน
เครื่องดื่ม อาหารมีให้เลือกอย่างนับไม่ถ้วน ปาร์ตี้ชายหาดที่เกาะลังกาวีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ด้วยเวลาทั้งหมดสามคืนสี่วัน!

จนคลิ๊กไล่อ่านคอมเม้นท์มาเรื่อยๆ
มีหลายท่านนะครับ ที่มีความคิดคล้ายๆกันกับผม
คืออยากจะไปสัมผัสบรรยากาศเช่นในคลิปบ้าง(คลิปเป็นของงานปีแรกนะฮ๊ะ)
แต่อาจจะติดเรื่องทุนทรัพย์ เพราะค่าตั๋วเริ่มราวๆหมื่นสี่ ไปจบที่แสนหก แสนเจ็ด
ซึ่งราคาก็ตามการเลือกห้องพัก แพ็คเกจต่างๆที่จะอำนวยความสะดวกบนเรือ
ไหนจะค่าเครื่องที่ต้องนั่งไปสิงคโปร์อีก คร่าวๆงานนี้มีกำเงินสามหมื่นถึงจะพอถูไถ
ไล่มาสะดุดกึกตรงคอมสร้างกระแสนี่แหละครับ
ขอให้เรือล่ม จะได้เป็นประวัติศาสตร์เยี่ยงไททานิค อะไรทำนองนี้
และก็อีกหลายๆเม้นท์ที่ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ทางความคิดเท่าไหร่
พอเข้าไปอ่านก็จะพบคนที่เข้าไปติดกับดักคนพวกนี้เยอะนะครับ
บ้างก็ต่อว่าด่าทอความคิดที่แสดงออกมามันไม่ถูก
พวกสร้างกระแส ก็ออกมายั่วยุต่อด้วยความสำนึกในจิตที่ไม่เคยมีต่อไป
นี่อาจจะเป็นความสุขของเขาก็เป็นได้นะครับ
วันไหนไม่ได้ยั่วยุโทโสใครอาจจะอาเจียนรดคีบอร์ด
ที่ครำ่หวอดไปด้วยวิชาเก่งแต่ปาก
แต่วิชาห้าวหาญออนไลน์ โชว์โปรไฟล์เฟคๆ ก็ทำให้มีเขาจนถึงวันนี้
ผมเองใช้อินเทอเน็ตมาก็ไม่ได้นับว่าเป็นมือใหม่อย่างไร
แต่ก็ไม่เคยสละเวลาอันยุ่งงานทอดกายสบายอารมณ์ไปให้กับเด็กๆพวกนี้แม้แต่น้อย
กลัวครับ กลัวความขยันจะทำให้อารมณ์ตัวเองขุ่นมัวไปเสียเปล่าๆ
กลายๆว่าสีซอไปก็เจ็บมือแหละครับ

สู้เอาเวลามาหากินหาเก็บไว้เผื่อปีหน้าอาจจะได้ไปกับเขาบ้างจะดีกว่า

ปีนี้ไม่ทันล่ะ เรือออกวันนี้ครับ



วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ความทรงจำแห่งการลืม



ความทรงจำเป็นความสามารถที่พิเศษอย่างหนึ่งของมนุษย์
มันถูกอัดฝังให้อยู่ในดีเอ็นเอคู่กับเผ่าพันธ์เรามายาวนานอย่างแน่นแฟ้น
โลกมนุษย์เราจึงได้มีเรื่องราวมากมายกำเนิดขึ้นจากความทรงจำ

แต่ทุกอย่างย่อมมีอีกมุมหนึ่งที่เป็นตรงข้ามกันอยู่เสมอ มีรักก็มีเกลียด
มีจำ ก็ต้องมี “ลืม”

คงไม่มีใครไม่เคยลืมอะไรสักอย่างใช่ไหมครับ?
ลืมนั่น ลืมนี่ ลืมทำอันนู้น อันนี้ บางทีลืมวางของไว้ ลืมจนหายยังมี
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ทำได้แค่ด่าตัวเอง บ่นปอดแปดให้คนรอบข้างฟังแหละครับ

การทำของหายนี่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผมนะครับ ทำของหายเป็นประจำ
มือถือหายไม่รู้กี่เครื่อง นับรวมมูลค่าก็หลักแสน แต่ก็ยังไม่ค่อยจะเข็ด
ไม่ใช่เป็นคนขี้ลืมอะไรขนาดนั้นนะครับที่หายบ่อยๆเนี่ย (เมาครับ)

ความประทับใจอย่างหนึ่งคือ ลืมของไว้แล้วได้คืนครับ ไม่งั้นหายไปแล้วววว...
น้อยมากนะครับที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่ที่พบเจอด้วยตัวเอง
กับเรื่องราวของเพื่อนๆที่เล่าให้ฟังจะหายซะมากกว่าครับ

แต่ไม่ใช่สำหรับทีนี่ครับ!
ที่นี่เป็นรีสอร์ทกลางน้ำนามบัลลือถิ่น ใครได้ยินก็อยากไปพักสักคืนสองคืน
ได้เล่นน้ำ เล่นเครื่องเล่น พายเรือ ดื่มด่ำกับบรรยาศแพกลางน้ำอย่างอิ่มหนำ
เสร็จสิ้นก็เดินทางกลับโดยปรกติสุข พอออกจากที่พักขับรถมาได้สักห้าสิบกิโลเมตร
ก็พลันมีสายโทรเข้ามาด้วยเบอร์ที่ไม่มีบันทึกในรายชื่อ
ซึ่งเป็นเวลานานมากแล้วที่โทรศัพท์ผมจะดังขึ้นด้วยเบอร์แปลกๆ พอรับสายก็ถึงบางอ้อ
อ้ออออ ลืมอีกแล้ว ไอแพดแอร์เรติน่าอยากแอบนอนต่ออีกคืนก็ไม่บอกไม่กล่าว
ดันหลบแม่บ้านทำความสะอาดไม่พ้น อุตส่าห์ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง
ไม่วายโดนจับได้ ทางรีสอร์ทก็ไม่ได้ถือโทษเอาความ เพียงบอกให้มารับตัวกลับไปด้วย
นับเป็นความทรงจำที่ประทับใจกาโม่มากๆครับ

บางครั้งเรื่องลืมๆก็สร้างความทรงจำดีๆได้เหมือนกันนะครับ
เรียกว่า “ความทรงจำแห่งการลืม”
อ้ออออ!

รีสอร์ทนี้ชื่อ “เลค เฮฟเว่น” ครับ


วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แปดข้อไม่ควรปฎิบัติเมื่อดื่มของมึนเมาร่วมกัน





-พูดจานินทาผู้อื่น
เพราะจะทำให้พรั่งพรูออกมาไม่หมด เมื่อมีคนผสมโรง

-ขอยืมเงินในขณะมึนเมา
เพราะอาจจะทำให้จำไม่ได้ กลายเป็นข้อพิพาท

-ต่างคนต่างเล่นของส่วนตัวจนไม่มีใครเงยหน้า
อันนี้ต่างดื่มกันที่บ้านก็ได้ เล่นพอประมาณเถิด

-นำของมีค่าส่วนตัวมาใช้ร่วมกัน
หากชำรุดเสียหายขึ้นมาแล้วจะเสียดาย

-ชนแก้วบ่อยๆ
ซึ่งทำให้เราเมาไม่รู้ตัว แม้จะจิบๆก็ตาม

-ดื่มผสมกันหลายขนาน
เหล้าฉันหมด เธอมีเบียร์ แฮงค์โอเว่อร์ถามหาหน่า..

-ไม่มีลิมิตเวลาสำหรับตัวเอง
อาจจะโดนลากยาวดึกดื่นภรรยาตีหัวได้ครับ


-ขุดแต่เรื่องราวในอดีต
แล้วอนาคตที่สร้างสรรค์จะเกิดได้อย่างไรเล่าครับ

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เรียน กับ เหล้า




ผมเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เกิดมา
ในสังคมชั้นกลางท้ายๆ ฐานะทางการเงิน
และการทำงานของบุพการีก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่
หรือสำคัญกับใครๆเค้ามากมาย

ในวัยเด็กทุกเช้าแม่ต้องปั่นจักรยานไปส่งที่
โรงเรียนวัดพร้อมด้วยห่อข้าวกลางวัน
ช่วงมัธยมก็ได้มีโอกาสเข้าเรียนที่โรงเรียน
ประจำจังหวัด ผลการเรียนก็พอถูไถตามแบบ
ฉบับเด็กหัวดื้อ ทำให้ผลการเล่นจะเยอะกว่า
การเรียนซะมาก เพราะเล่นได้ตลอดเวลา
ขนาดเวลาเรียนยังหนีไปเล่นเลยครับ
ถูลู่ถูกังไปจนจบมัธยมต้นก็หันหัวความคิดเข้า
หาทางช่าง ด้วยความที่เป็นเด็กขี้เกียจเรียน
จึงมีความคิดไปทางนั้นแหละครับ
คิดเอาง่ายเข้าว่า ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ
หรอกครับ ถ้าคิดได้เร็วกว่านี้ผมอาจไม่ได้มา
นั่งเขียนอะไรเลอะเทอะอย่างนี้หรอกครับ
กว่าจะจบมหาวิทยาลัยได้ แทบตายครับ

ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวกับที่เรียนหรอกครับ
สภาวะแวดล้อมที่ปลูกฝังความคิดต่างหากครับ
ที่สำคัญจริงๆเลยก็คนที่เราเจอกัน คุยกันบ่อย
กว่าพ่อแม่นั่นแหละครับ ช่วงนั้นคบเพื่อนดีก็ได้ดี
คบคนพาเล่นก็สนุกจนเกินเยียวยาพากันหา
เรื่องกันไปเรื่อย

วันหนึ่งในช่วงมัธยมต้น เพื่อนที่คบกันมาสอง
สามปีก็ได้พาไปรู้จักฤทธิ์เดชของ "เหล้า"
หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมและเหล้าก็ได้ร่วม
กันสร้างเรื่องราวมาจนถึงทุกวันนี้
หากถามตัวเองว่าผิดไหม หรือว่า หากย้อน
กลับไปได้จะบอกตัวเองวันนั้นว่าอะไร
จะห้ามตัวเองไหม ก็ต้องตอบตรงๆว่า ก็ไม่
ครับ ที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า
มากๆแล้วในชีวิต ผมถือว่าเหล้าได้ให้บทเรียน
และ มิตรภาพ และอื่นๆอีกมากมายในชีวิต
ทำให้ผมได้รู้จักหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นเยอะมาก
แต่ผมไม่ได้บอกว่าเหล้านั้นดีนะครับ
ประเดี๋ยวจะหาว่าผมส่งเสริมให้ดื่มเหล้า
กลายเป็นเรื่องเป็นราวไปอีก

ผมได้อะไรจากเหล้าบ้าง จะมาเรียนให้ฟัง
ครับ

อันดับแรกเลย ก็ต้องบอกไปตามคำพูดสุดฮิต
ครับ ว่าได้ "สังคม"
สังคมที่จะพาคุณออกไปดื่มได้ทุกวัน เที่ยวได้
ทุกที่ สังคมที่ไม่เคยมีในยามที่คนสติดีๆเค้า
ทำกัน ได้การพูดคุยที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
หากไม่มีเหล้า

อันดับต่อมาก็จะได้รู้ว่าร่างกายของเรามีขีด
จำกัด ไม่ว่าเราจะกินเหล้ามานานแค่ไหน
กินเยอะแค่ไหน เราก็ต้องเมา หากเยอะ
เกินไป ร่างกายก็จะปิดสวิทช์ให้โดยอัตโนมัติ
เราจะพบเจอบ่อยๆประเภทว่า ตื่นมาแล้วจำ
อะไรไม่ได้ เราทำอย่างนั้น อย่างนู้นด้วยหรอ
จริงหรือเปล่า เต็มไปหมดครับ

ต่อมาก็จะพบว่า ตัวเองนั้นเสพติดแอลกอฮอล์
ครับ ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว หรืออยู่กับใคร
พอถึงเวลาเราก็จะมุ่งมั่นไปหาความเคยชิน
ที่ได้ดื่มมัน ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างมันติดเป็น
นิสัยได้หมด เพียงแค่ว่าเราจะยอมรับมันหรือ
ไม่เท่านั้นเอง ดั่งที่ทุกๆท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า
การดื่มแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาก
กว่าผลดีที่ได้รับจากมัน แต่เราก็ยังไม่วายหา
ข้ออ้างมาดื่มได้ทุกเมื่อเชื่อวันไป

บททดสอบสุดท้าย คือ "การเลิก" ผมคิดว่า
มันเป็นการเรียนอีกแบบหนึ่งที่จะพยายามเลิก
สิ่งที่มันส่งผลเสียต่อชีวิตออกไป เมื่อเราได้
พิจารณาแล้วว่า มันมีผลเสียต่อตัวเรา และ
ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งสำคัญที่เรา
ได้ให้ค่าไว้ต่อไป การเลิกแอลกอฮอล์ก็เริ่ม
จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิต

มันเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดแล้ว เท่าที่ผมเคย
ทำมา และเมื่อเราได้ผ่านบททดสอบนั้นๆแล้ว
และเวลาผ่านไปนานมากพอที่จะให้เราตกผลึก
ในทัศนะคติที่มีต่อเหล้า มันก็จะเริ่มให้บทเรียน
แก่เราอีกครั้งหนึ่ง ให้มุมมองใหม่ๆอีกครั้งหนึ่ง
ในเมื่อเหล้า ยังมีอยู่มากมายรอบตัวเรา
อาจจะเป็นเรา ที่กลับไปหามันอีกด้วยความคิดถึง
อาจเป็นลูกเรา ที่ถึงวัยแห่งความคะนองไปกับ
เพื่อนฝูงก็ได้

กับใคร?ที่ไหน?






น้อยเหลือเกินที่ผมจะไปเที่ยวไกลๆเพียงลำพัง
ย้ำนะครับว่าไกลๆ ใกล้ๆ ก็ไปบ้างพอสมควร

จะมีสักกี่เหตุผลกันที่ทำให้เราเดินทางรอนแรม
ไปเที่ยวต่างถิ่น ต่างเมืองเพียงคนเดียว
ว่ากันว่า คนไปทะเลคนเดียวมักอกหัก
จริงไหม ไม่รู้ แต่ผมไม่เคย (ไปคนเดียว)
แล้ว(ภู)เขาหล่ะ ?

ผมแทบจะหานิ้วนับไม่เจอ คนที่จะเดินทางเที่ยวทั่วไทย
เพียงตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักรออยู่ที่หมายแล้ว

ยิ่งโตขึ้นๆ ยิ่งนับว่าน้อยมากที่จะได้ไปเที่ยวแบบแก็งค์ๆ
เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่การงานการครอบครัว
ที่จะต้องดูแลมิให้บกพร่องนั่นแหละครับ
ช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะรวมตัวกันไปเยอะๆ
เช่นสมัยเรียน

จนกระทั่งผมถีบตัวเองออกมาจากหน้าที่การงาน
ที่(คิดว่า)มั่นคง
จึงได้มีเวลาเดินทางไปกับกลุ่มเพื่อนๆอีกครั้ง
อีกครั้งที่ได้สนุกสนานเฮฮาอย่างไม่ต้องคิด
ไม่ต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะมีภาระอะไรมาให้รับผิดชอบ
แต่ผมชอบที่จะอยู่กับเพื่อนๆให้สนุกอย่างนี้
ไม่อยากให้เวลาเดินผ่านไปเลย
ซึ่งเราไม่รู้เลยในวันข้างหน้า
เวลาจะพาไปพบกับใคร?ที่ไหน?

เล็บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ



บางครั้งการใช้ชีวิตที่แสนธรรมดาก็มีเรื่องพาให้อารมณ์เสีย
หงุดหงิดอยากจะบ่น แต่ก็ไม่รู้จะบ่นให้ใครฟัง
เพราะดันหงุดหงิดตัวเอง เลยต้องเป็นภาระผู้อ่าน ฮ่าๆๆ

ตื่นเช้ามาทำนู่น ทำนี่ไปเรื่อยตามประสาคนตั้งใจว่างงาน
กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า (เรียงตามนี้จริงๆครับ)
เสร็จสรรพจับคอมนึกเรื่องเขียน แต่มาสะดุดกับเล็บมือ
มันถูกละเลยมาครึ่งเดือนได้มั้งครับ จนมันยาวออกมา
พอที่จะฝังเศษดินฝุ่นไคลให้ดำคาติดอยู่ได้

จะพิมพ์คีย์บอร์ดแต่ล่ะที ต้องจิ้มลงไปด้วยความไม่มั่นใจ
เล็บสัมผัสกับแป้นแล้วมันรู้สึกลื่นๆคอยจะเลื่อนหลุด กดไม่ติด
พาเอาความไม่สบอารมณ์มาเยี่ยมบ้านเยือนเรือนบ่อยครั้ง
แต่ก็งงกับตัวเองนะครับ ทั้งๆที่รู้ว่าตัดซะก่อนค่อยมาพิมพ์
เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย แต่ก็ไม่ทำ

คล้ายๆกับกินเหล้าเมา เป็นอันตรายมามากมาย
ตื่นมาร่างกายพัง กินข้าวไม่ลง เนื้อตัวแตก
เดินสำรวจดูของรอบกาย ชำรุดบ้าง สูญหายบ้าง
บอกกับตัวเองว่าถ้าหนักขนาดนี้ เราเลิกกันเถอะ
ไม่วายพอครึกครื้นเฮฮาคว้าแก้วได้ก็เข้าวงจรอีก

บางทีก็เป็นอะไรที่แปลกดีเหมือนกันนะครับ
สิ่งไหนดี ไม่ดี เรามักจะมีประสบการณ์มาหมด
บางอย่างรู้ว่าดีน้อยกว่า แต่ก็ทำ
คงคิดว่ามีความสุขมากกว่ามั้งครับ!

ขอตัวไปตัดเล็บใต้ร่มไม้ฟังเพลงเบาๆ
ที่หลังบ้านสักครึ่งชั่วโมงครับ

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซ่อน หา


โอ น้อย ออก.
ไม่ออกเป็น
เป่ายิ้งงง ฉุบ.

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก....

เสียงเด็กน้อยคนนั้นยังคงส่งเสียงนับตัวเลขไปเรื่อยๆ
พร้อมกับก้มหน้าปิดตาลงบนโต๊ะ ทำเป็นไม่มองเพื่อนๆ
ที่กำลังวิ่งหนีไปซ่อน....

สามสิบ สามสิบเอ็ด สามสิบสอง....
เสียงนกขับขานบรรเลงจ้อแจ้ว
เหมือนกับคนไม่พบกันมานานคุยกัน
กิ่งไผ่ส่งเสียงออดแอดเสียดสีกันยามเมื่อลมพัดผ่าน
ดอกคูณเหลืองอร่ามต้อนรับเดือนเมษายนที่กำลังจะก้าวเข้ามา
พร้อมกับเทศกาลที่เด็กๆตั้งตารอคอย
ส่วนชายวัยผลิหนุ่มบางคนถึงกับต้องไปบนบาลศาลกล่าว
กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ เพื่อไม่ให้จับใบแดงได้ในวันเกณฑ์ทหาร!

ห้าสิบแปด ห้าสิบเก้า หกสิบ หกสิบ.....
"ป้ารวย เกล็ดทอง ซองนึง" ผมเปล่งเสียงให้แกเบื้องหลังแก้ว
หลังจากเทแม่โขงไปค่อนแกัว สีมันช่างร้อนแรงพอๆกับแดดหน้าร้อนจริงๆ
"อยู่ในตู้เดิม ไปหยิบเอา กูยังไม่ว่าง" เสียงลอดออกมาจากหลังร้าน
"เอ้า ! ไม่ดูดแม่งแล้ว" ผมตะโกนออกไป แล้วก็ลุกออกจากโต๊ะ ไปหยิบบุหรี่ในตู้
"ไอ้ห่าจิก จะใชักูทุกอย่างเลยรึไง๊!!!" แกด่าออกมาทีหยอกทีจริง

เปลวไฟจากไฟแช็คซิปโปไล่ลามติดปลายมวนพร้อมแรงสูบอากาศอัดเข้าปอด
บุหรี่รสหยาบผสมกลิ่นแอลกอฮอลในปากมันช่างทำให้น่าสะอิดสะเอียนสำหรับคนทั่วไป
แต่สำหรับคนดื่มจัดอย่างผม กลับเมินเฉย
ความน่าคลื่นเหียนอาเจียนของผมกลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปคุ้นชินกับมันต่างหาก
ทาสของกิเลสตัณหาที่ทำให้คนๆนึงพร้อมที่จะยอมตายเพื่อมัน
รสชาติของความสุขจากเงินตราที่แสนหอมหวาน
ความสบายที่ซื้อมาง่ายๆซึ่งเราไม่คิดคำนึงถึงคนยากกว่า

เก้าสิบแปด เก้าสิบเกัา ใครไม่แอบเป็น โป้งก่อนเป็น....
เด็กกลุ่มที่เป็นฝ่ายซ่อนต่างหลบกันไปหมดแล้ว เหลือแต่เพียงผู้หา

ผม ขณะนี้ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นผู้หาเช่นเดียวกับเกมส์ของเด็กน้อยเหล่านั้น
ผิดกันก็ตรงที่สิ่งที่ตามหานั้น ไม่ใช่คน
แต่เป็นที่หลายคนเรียกว่าสัจจะธรรมของชีวิต
บางคนดิ้นรนแทบตายเพื่อให้ได้บ้าน รถยนต์ คนรัก สร้อย แหวน เงินทอง
เพื่อหวังว่าความสุขจะก้าวตามเข้ามาเพราะสิ่งเหล่านั้น
ผมไม่ได้ว่าสิ่งใดผิดหรือถูก เพียงแต่สังคมส่วนใหญ่มองควรเป็นอย่างนั้น

เกมส์ยังคงดำเนินต่อไป....
ผมไม่รู้ว่าใครถูกหาเจอก่อนเป็นคนแรก
ผมไม่รู้ว่าเกมส์นั้นจบลงเช่นไร

เช่นเดียวกับเกมส์ชีวิตที่ผมกำลังเป็นผู้เล่นอยู่ในขณะนี้

ลมหนาวเช้าแรก



ฤดุหนาวมันไม่หนาวเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ใครสักคนได้กล่าวไว้เมื่อไม่กี่ปีมานี้
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะครับ

มีบ้างไหมที่เราต้องใส่เสื้อกันหนาวติดต่อกันยาวนานกว่าครึ่งเดือน?
หนึ่งรอบครึ่งให้หลังบอกเลยว่าไม่มีจริงๆ
มากสุดน่าจะสามวันได้มั้งครับ

ทุกอย่างบนโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในต้นศตวรรตนี้
บางอย่างดีขึ้น บางอย่างแย่ลง
ไม่มีสิ่งใดคาดการณ์ได้เลยกับความเป็นไปของโลก
ปัจจุบันนั้นดีกว่าอดีตแค่ไหน ใครตัดสิน
บ้านเมืองเราเจริญขึ้น มีรถยนต์มากขึ้น
ดีกว่าอดีตจริงไหม?
เราเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว ดีแน่ๆ....
แต่ทุกวันนี้ผมเห็นแค่เทศกาลรถติดเมื่อหยุดยาว
บนถนนเจอผู้คนขับรถไร้จิตสำนึกต่อสาธารณะ
ชีวิตดับไปง่ายดายกับอุบัติเหตุ
ความเจริญทำให้เราเห็นแก่ตัวมากขึ้นหรือ?
วัตถุถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด
ทว่าจิตใจกลับผันแปรอย่างไม่มีหลัก

ใส่เกียร์ถอยเข้าซอง
ขยับมามองรอบๆให้ละเอียดมากขึ้นดีไหม
ดีกว่าตะบึงไปตามกระแสหลั่งไหลของมวลชน

ความร้อนทำให้เรามีอารมณ์ที่รุนแรงอย่างง่ายดาย
อารมณ์ที่ชุ่มฉ่ำเบิกบานมิใช่หรือที่ทุกคนถวิลหา

ลมหนาวเช้านี้พาความเย็นมาเป็นระรอก
หายใจเข้าลึกๆให้ใจเย็นลงตามไปบ้าง

คงพอสะกิดให้มีแรงสร้างจิตสำนึกกันต่อไป