วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เรียน กับ เหล้า




ผมเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เกิดมา
ในสังคมชั้นกลางท้ายๆ ฐานะทางการเงิน
และการทำงานของบุพการีก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่
หรือสำคัญกับใครๆเค้ามากมาย

ในวัยเด็กทุกเช้าแม่ต้องปั่นจักรยานไปส่งที่
โรงเรียนวัดพร้อมด้วยห่อข้าวกลางวัน
ช่วงมัธยมก็ได้มีโอกาสเข้าเรียนที่โรงเรียน
ประจำจังหวัด ผลการเรียนก็พอถูไถตามแบบ
ฉบับเด็กหัวดื้อ ทำให้ผลการเล่นจะเยอะกว่า
การเรียนซะมาก เพราะเล่นได้ตลอดเวลา
ขนาดเวลาเรียนยังหนีไปเล่นเลยครับ
ถูลู่ถูกังไปจนจบมัธยมต้นก็หันหัวความคิดเข้า
หาทางช่าง ด้วยความที่เป็นเด็กขี้เกียจเรียน
จึงมีความคิดไปทางนั้นแหละครับ
คิดเอาง่ายเข้าว่า ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ
หรอกครับ ถ้าคิดได้เร็วกว่านี้ผมอาจไม่ได้มา
นั่งเขียนอะไรเลอะเทอะอย่างนี้หรอกครับ
กว่าจะจบมหาวิทยาลัยได้ แทบตายครับ

ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวกับที่เรียนหรอกครับ
สภาวะแวดล้อมที่ปลูกฝังความคิดต่างหากครับ
ที่สำคัญจริงๆเลยก็คนที่เราเจอกัน คุยกันบ่อย
กว่าพ่อแม่นั่นแหละครับ ช่วงนั้นคบเพื่อนดีก็ได้ดี
คบคนพาเล่นก็สนุกจนเกินเยียวยาพากันหา
เรื่องกันไปเรื่อย

วันหนึ่งในช่วงมัธยมต้น เพื่อนที่คบกันมาสอง
สามปีก็ได้พาไปรู้จักฤทธิ์เดชของ "เหล้า"
หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมและเหล้าก็ได้ร่วม
กันสร้างเรื่องราวมาจนถึงทุกวันนี้
หากถามตัวเองว่าผิดไหม หรือว่า หากย้อน
กลับไปได้จะบอกตัวเองวันนั้นว่าอะไร
จะห้ามตัวเองไหม ก็ต้องตอบตรงๆว่า ก็ไม่
ครับ ที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า
มากๆแล้วในชีวิต ผมถือว่าเหล้าได้ให้บทเรียน
และ มิตรภาพ และอื่นๆอีกมากมายในชีวิต
ทำให้ผมได้รู้จักหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นเยอะมาก
แต่ผมไม่ได้บอกว่าเหล้านั้นดีนะครับ
ประเดี๋ยวจะหาว่าผมส่งเสริมให้ดื่มเหล้า
กลายเป็นเรื่องเป็นราวไปอีก

ผมได้อะไรจากเหล้าบ้าง จะมาเรียนให้ฟัง
ครับ

อันดับแรกเลย ก็ต้องบอกไปตามคำพูดสุดฮิต
ครับ ว่าได้ "สังคม"
สังคมที่จะพาคุณออกไปดื่มได้ทุกวัน เที่ยวได้
ทุกที่ สังคมที่ไม่เคยมีในยามที่คนสติดีๆเค้า
ทำกัน ได้การพูดคุยที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
หากไม่มีเหล้า

อันดับต่อมาก็จะได้รู้ว่าร่างกายของเรามีขีด
จำกัด ไม่ว่าเราจะกินเหล้ามานานแค่ไหน
กินเยอะแค่ไหน เราก็ต้องเมา หากเยอะ
เกินไป ร่างกายก็จะปิดสวิทช์ให้โดยอัตโนมัติ
เราจะพบเจอบ่อยๆประเภทว่า ตื่นมาแล้วจำ
อะไรไม่ได้ เราทำอย่างนั้น อย่างนู้นด้วยหรอ
จริงหรือเปล่า เต็มไปหมดครับ

ต่อมาก็จะพบว่า ตัวเองนั้นเสพติดแอลกอฮอล์
ครับ ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว หรืออยู่กับใคร
พอถึงเวลาเราก็จะมุ่งมั่นไปหาความเคยชิน
ที่ได้ดื่มมัน ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างมันติดเป็น
นิสัยได้หมด เพียงแค่ว่าเราจะยอมรับมันหรือ
ไม่เท่านั้นเอง ดั่งที่ทุกๆท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า
การดื่มแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาก
กว่าผลดีที่ได้รับจากมัน แต่เราก็ยังไม่วายหา
ข้ออ้างมาดื่มได้ทุกเมื่อเชื่อวันไป

บททดสอบสุดท้าย คือ "การเลิก" ผมคิดว่า
มันเป็นการเรียนอีกแบบหนึ่งที่จะพยายามเลิก
สิ่งที่มันส่งผลเสียต่อชีวิตออกไป เมื่อเราได้
พิจารณาแล้วว่า มันมีผลเสียต่อตัวเรา และ
ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งสำคัญที่เรา
ได้ให้ค่าไว้ต่อไป การเลิกแอลกอฮอล์ก็เริ่ม
จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิต

มันเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดแล้ว เท่าที่ผมเคย
ทำมา และเมื่อเราได้ผ่านบททดสอบนั้นๆแล้ว
และเวลาผ่านไปนานมากพอที่จะให้เราตกผลึก
ในทัศนะคติที่มีต่อเหล้า มันก็จะเริ่มให้บทเรียน
แก่เราอีกครั้งหนึ่ง ให้มุมมองใหม่ๆอีกครั้งหนึ่ง
ในเมื่อเหล้า ยังมีอยู่มากมายรอบตัวเรา
อาจจะเป็นเรา ที่กลับไปหามันอีกด้วยความคิดถึง
อาจเป็นลูกเรา ที่ถึงวัยแห่งความคะนองไปกับ
เพื่อนฝูงก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น