วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562
ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว
หนังสือเล่มล่าสุดที่ผมเพิ่งอ่านจบไป
เมื่อครู่ ซึ่งเป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราว
การทำธุรกิจ และ หลักความคิดของบริษัท
ที่ยิ่งใหญ่อย่าง ซี.พี. หรือ เครือเจริญ
โภคภัณฑ์
ซึ่งข้อคิดที่ได้ก็ทำให้ผมมองพื้นฐานของ
การทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอีกมุมหนึ่ง
หลักการสามประโยชน์ที่คุณธนินท์ใช้มา
ตลอดนั้นเหมาะสมกับหลักความคิดในการประ
กอบธุรกิจให้เจริญและยั่งยืนเป็นอย่างมาก
-ประเทศชาติได้ประโยชน์
-ประชาชนได้ประโยชน์
-บริษัทได้ประโยชน์
ความอ่อนน้อม ถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น
เป็นอีกสิ่งที่เรามักจะมองข้ามจุดนี้ไป
แต่สำหรับคุณธนินท์แล้ว นี่คือสิ่งที่เขาปฏิบัติ
มาตลอด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร มีหน้าที่
อะไร
และ เรื่องคนที่คุณธนินท์ให้ความสำคัญ
มากที่สุด คือการสร้างคนเก่งๆรุ่นต่อไป
มาสานต่อวัฒนธรรมขององค์กร
และข้อคิดดีๆอีกมามายในหนังสือเล่มนี้
วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562
เมื่อไม่ถึงที่หมาย
เราต่างมีจุดมุ่งหมายเป็นของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่างๆมากมายของชีวิต
แต่...มีไม่กี่คนที่ไปถึงจุดนั้นได้
แล้วเราควรทำอย่างไร?
เมื่อไปไม่ถึงที่หมายสักที...
เลือกที่จะยอมแพ้แล้วหาจุดมุ่งหมาย
ใหม่ หรือ ปรับลดระดับจุดๆนั้นลงมาให้ยัง
พอเป็นไปได้อีกในอนาคต
อาจจะเป็นไปได้ทั้งสองทาง หรือ
ไม่เลือกสักทางเลยก็ได้
ไม่ปรับหมุดหมาย แล้วยังคงทำเหมือน
เดิมๆ เค้าว่า ทู่ซี้
เปลี่ยนจุดบ่อย ทั้งๆที่ยังไปไม่ถึง
เค้าก็ว่า โลเล เอาแน่เอานอนไม่ได้
ยืนหยัดด้วยใจที่มั่นคง ปรับเปลี่ยน
วิธีการ กลยุทธ์ มองหาลู่ทางใหม่ๆ
ทดลอง เรียนรู้ สร้างประสบการณ์
ว่ากันว่า เป็นแนวทางที่ดี จากผู้ที่ผ่านมา
ไม่มีใครรู้จักตัวเรา เท่าตัวเราเอง
ประเมินตัวเอง กับ สิ่งที่ทำอยู่ทุกๆวัน
อาจจะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
สวัสดีวันศุกร์
เสียงนาฬิกาปลุก
บอกเราเสมอให้ตื่นมาสู้
แล้วให้วันตายเป็นวันหยุด
*Alarm
*F.Hero
วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562
คริสมาก
ต้องบอกก่อนเลยครับว่าผมไม่ได้มี
ความรู้เรื่องวัฒนธรรมของชาวตะวันตก
และศาสนา คริสต์ สักเท่าไหร่
ดั่งเช่นวันนี้ "วันคริสต์มาส" ผมก็
เพิ่งมารู้ว่าเป็นวันที่โรงเรียนคริสต์เค้า
ประกาศให้เป็นวันหยุดกัน เพื่อที่จะให้
นักเรียน นักศึกษาไปโบถส์
เอาเป็นว่า ผมขอห่างไกลจาก
เรื่องของศาสนาจะดีกว่าครับ เป็นเรื่อง
ละเอียดอ่อนเกินไป
ขอนำท่านผู้อ่านไปสู่โลกของความ
คิดจะดีกว่าครับ
มนุษย์เราจะเป็นอะไร หรือ ทำอะ
ไร ความคิดเราสำคัญเสมอ
ดั่งคำที่ผมได้ยินมาว่า "ไม่ว่าเราจะสำ
เร็จ หรือ ล้มเหลว ความคิดเราถูกต้อง
เสมอ"
ความคิดคือรากฐานของทุกๆอย่าง
หากคุณคิดว่าคุณทำมันได้ คุณก็จะพยายาม
หาทางทำมันให้ได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
หากแต่คุณคิดว่าคุณทำได้ แล้วทำไป
สักระยะหนึ่ง แล้วคุณก็คิดว่า คุณคิดผิด
คุณน่าจะทำไม่ได้ นั่นก็จะทำให้คุณทำไม่ได้
อีกเช่นกัน
เราจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าสิ่งใด
ก็เริ่มจากความคิดทั้งนั้น ความพยายามก็
คือผมของการคิดรูปแบบหนึ่ง
การไม่ล้มเลิกกลางทางก็คือ ผลทางความ
คิดอีกรูปแบบหนึ่ง
ฉนั้น วันนี้ วันคริสต์มาส ขอให้ทุกๆ
ท่านมีความสุขในวันประสูติของพระคริสต์
สวัสดีครับ
วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562
ก่อนส่งท้ายปี
หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต
เวลาช่างผ่านไปแสนรวดเร็วเสียเหลือ
เกิน กลับกัน กับการรอคอยอนาคตที่
จะมาถึง ช่างนานเหลือจะอดใจรอ
แม้เพียงไม่กี่นาทีก็ตาม
ใกล้เข้ามาทุกทีกับเทศกาลที่หลาย
คนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นคริสมาส หรือ
ส่งท้ายและต้อนรับรอยต่อของปีปฎิทิน
มีเรื่องราวมากมายในช่วงเวลา
แห่งความสุขนี้ หรือบางคนอาจจะเจอ
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ประทับอยู่ใน
ความทรงจำมิรู้เลือน
"เวลาผ่าน คนเปลี่ยน" ผมเชื่อ
ว่าคำๆนี้ยังคงเป็นจริงอยู่ตลอดกาล
ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะไม่เคยได้รู้สึก
กับการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย
แต่บัดนี้ กลับเปลี่ยนไป เมื่อเรา
ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย หรือ ความคิด
ก่อนส่งท้ายปีนี้ ผมอยากจะชวนให้
ทุกท่านได้สำรวจลงไปที่ต้นกำเนิดแห่ง
ทุกๆอย่าง คือ ความคิด
ให้ได้คิด ได้คุยกับตัวเองเกี่ยวกับ
เรื่องราวที่ผ่านมา และ ที่กำลังจะเกิด
ขี้นกับตัวเอง
คิดเพียงเรื่องเดียวก็พอครับ ว่า
"เรากำลังทำอะไร"
วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562
เงื่อนไข
ระหว่างทางที่ผมกำลังไปทำงาน
มีความคิดแวบเข้ามาในหัวเรื่องหนึ่ง
ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่สุดแสน
จะธรรมดาเรื่องหนึ่งแหละครับ
ผมกำลังคิดถึงเรื่ิองการวิ่งในอีกไม่กี่
วันที่จะถึงนี้ ผมคิดไปว่าจะว่ิงได้อย่างที่ตัว
ผมเองนั้นต้องการหรือไม่
คือ อยากจะวิ่งให้เร็วกว่าที่ตัวเอง
เคยทำได้ ซึ่งภาษาย่อเค้าเรียกว่า NewPB
(New personal best)
คิดไป คิดมาก็ลากมันเข้ามาเกี่ยวกับ
ชีวิตเฉยเลย
แรกเริ่มเดิมทีนั้น การวิ่งของผมไม่
ได้มีกฎเกณฑ์อะไรเข้ามาเกี่ยวข้องมาก
มาย ผมเพียงแค่อยากจะออกกำลังกาย
เพื่อทดแทนการเล่นกีฬาที่เคยเล่นมาอยู่
เป็นประจำ เพราะบาดเจ็บ เท่านั้นเอง
แต่...พอวิ่งไปได้ไม่นาน อาจจะ
ด้วยสัญชาติญาณนักกีฬา หรือ อาจจะเห็น
คนที่เค้าเก่งกว่าก็ตาม มันทำให้ผมเริ่มที่
จะเลือกถลำลึกลงไปเรื่อยๆในการวิ่ง
จากวิ่งแค่พอเหนื่อย ก็กลายเป็นการ
ที่จะเหนื่อยให้นานกว่าเดิมหน่อย ไกลกว่า
เดิมอีกนิด และก็พาลสงสัยไปซะทุกอย่าง
เช่น ต้องมีท่าวิ่งที่ถูกต้องด้วยหรอ การหาย
ใจปล่อยมันไปตามที่มันอยากจะเป็นได้ไหม
ฯลฯ
จนหันกลับมามองตัวเองทุกวันนี้หลัง
จากผ่านไปเพียงแค่หนึ่งปี ผมก็วิ่งฮาฟ
(ยี่สิบเอ็ดกิโลฯ)ได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัว
ว่าจะไม่จบ ผมมีกางเกงที่ผมเคยมองว่ามัน
ไม่มีทางที่ผมจะนุ่งได้อยู่อีกต่างหาก เพราะ
ขากางเกงที่สั้นจนแทบไม่เหลืออะไร
อาจจะเรียกได้ว่า ผมลงลึกไปกับ
การวิ่งเป็นอย่างมากทีเดียว
เหตุที่ทำให้ผมกลายเป็นผมทุกวันนี้
อาจจะเพราะว่า ผมตั้งเงื่อนไขให้ตัวเอง
อยู่เรื่อยๆก็เป็นได้ ผมกำหนดเป้าหมาย
และผลักมันออกไปเรื่อยๆ เช่น ผมอยาก
จะวิ่งให้ได้สิบกิโลเมตร ภายในหนึ่งชั่วโมง
หลังจากวิ่งไปได้ไม่กี่สัปดาห์ฯ
ผมตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองไปเรื่อยๆ
ขยับมันไปเรื่อยๆ อ่านบทความ หาข้อมูล
ซ้อมๆๆ และก็ซ้อม แบบว่า จากคนที่ไม่
เคยตื่นตีสี่ไปทำอะไร กลายเป็นทำให้ผม
ลุกออกจากเตียงไปว่ิงได้อย่างไม่ลังเล
หากการว่ิงที่มีเป้าหมายมากำหนด
เป็นกรอบ เป็นเกณฑ์ ให้มีจุดหมายอย่าง
ที่ต้องการให้ได้แล้ว ความสนุกในการวิ่ง
มักจะจืดจางลงไป เมื่อทำไม่ได้อย่างที่
หวังเอาไว้
และมันก็เริ่มจะสนุกขึ้นทุกครั้งที่
สามารถทำให้มันสำเร็จตามเงื่อนไข
ที่ตั้งเอาไว้ได้
ขอให้ทุกท่านสนุกกับทุกเงื่อนไขที่เข้า
มาในชีวิตครับ
วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
บันทึกของวันนี้ ๑๗ พ.ย. ๖๒
ไม่เคยคิดว่าจะเขียนบันทึกประจำวัน
ออกมาสู่สายตาของสาธารณะ
แต่คิดว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่อาจจะมี
ผลต่ออารมณ์และจิตใจหลายๆท่าน จึงขอ
เขียนบันทึกนี้ออกมาในรูปแบบที่สามารถ
อ่านได้จะดีกว่า
เรื่องแรก ผมมีโอกาสได้ฟังเพลง
ของ F.HERO อัลบัม IN TO THE NEW
ERA เต็มอัลบัม หลังจากที่ภรรยาได้เปิด
ให้ฟังบางเพลงบนรถ ขณะขับกลับบ้านที่
แก่งขนุน
ซึ่งพอได้ฟังแบบตั้งใจในวันนี้แล้ว
ก็เพิ่งสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเนื้อเพลง
จึงเกิดความปลาบปลื้มใจในการทำงาน
ของศิลปิน จึงขอนำบางเพลงที่ชอบมา
บอกกล่าวส่งต่อไป (ซึ่งไม่แน่ใจว่าผม
เพิ่งเคยฟังหรือเปล่า เพราะขวบปีให้
หลังไม่ค่อยได้ฟังเพลง)
ชื่อเพลง:Alarm (Feat.ปู พงษ์สิทธิ์)
เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของโชว์ที่
ผมอยากจะไปดู แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะว่า
บัตรขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่เปิดขายไป
เพียงแค่ ๑๐ นาที
ชื่อ SUPER PRODUCTIVE SHOW
กับ รวิศ หาญอุตสาหะ ซึ่งเพิ่งจัดไป
เมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ผม
เองยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลยครับ แต่ราย
การพอดคาสท์ที่พี่เค้าได้ทำมาอย่างต่อ
เนื่องไม่เว้นวันหยุด ก็ได้ทำให้ผมกลาย
เป็นแฟนคลับรายการไปโดยปริยาย
จนถึงวันนี้ โชว์ที่ผมอยากดูก็ถูก
อัพโหลดให้ดูได้ฟรีๆบน Youtube แล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมดีใจอีกเรื่องหนึ่ง
(แต่ยังไม่ได้ดู)ในวันนี้ครับ
เรื่องสุดท้าย ก็ขอขอบคุณเพื่อนพี่
น้องทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านบันทึกของ
ผมวันนี้
สวัสดีครับ
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
กลับลำทำแบบ Routine
ผมมีความเชื่อว่า "วินัย" สามารถทำ
ให้เราเดินทางไปสู่เป้าหมายได้อย่างดีที่สุด
และผมก็ยังเชื่อว่า กิจวัตรประจำวัน
ที่เราได้วางไว้ด้วยความคิดที่รอบคอบก็จะทำ
ให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตอีกด้วย
หากเราดำเนินชีวิตประจำวันแบบไร้
รูปแบบ เราก็อาจจะต้องใช้พลังชีวิตต่อวัน
ไปอย่างมากทีเดียว
กลับกันกับการกระทำแบบ Routine
หรือ กิจวัตรประจำวัน ที่เราทำคล้ายๆกัน
เกือบทุกๆวัน อย่างเป็นนิสัย จะทำให้เรา
ใช้พลังงานในการดำรงชีวิตน้อยกว่าที่เรา
จะต้องมาด้นสดทุกๆวัน
และมันยังสร้างประสิทธิภาพในการดำ
รงชีวิตได้มากกว่าอีกด้วย
ยิ่งเราแบ่งเวลากิจวัตรของเราออก
เป็นส่วนย่อยๆแล้ว ก็จะทำให้เราตัดสินใจ
เรื่องต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
ฉนั้น ผมจึงกลับมานั่งวิเคราะห์ตาราง
การทำงานประจำวันของตัวเองใหม่อยู่บ่อยๆ
ว่ารูปแบบนี้ยังคงสร้างประสิทธิภาพให้กับชีวิต
ผมได้อย่างดีอยู่หรือไม่
และสุดท้าย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือสมุด
บันทึกครับ เพราะผมคิดว่ามนุษย์เราจำอะไร
เองได้ไม่หมดทุกอย่างหรอกครับ
วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ในทางทฤษฎีแล้ว....
หลายครั้งหลายคราที่เราติดกับดักทาง
ความคิดเกี่ยวกับ "ทฤษฎี"
หากจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้โดยทาง
ทฤษฎีก็ไม่ผิดอะไร เพราะใครๆก็เป็นกัน
เหตุเพราะว่า ทฤษฎี นั้นถูกกลั่นกรองมา
จากประสบการณ์ ความรู้ การลองผิดลอง
ถูกของผู้ที่เคยลงมือทำมาก่อน
ฉนั้น ไม่แปลกเลย ที่เราจะเชื่อฟังโดย
จำนนต่อเหตุผลต่างๆที่ นักทฤษฎี ยกมากล่าว
หากแต่ยังมีส่ิงสำคัญที่สุดของสิ่งเหล่านั้น
โดยที่เราอาจจะลืมนึกถึงไปด้วยซ้ำว่าเรากำ
ลังทำสิ่งนั้น เพื่ออะไร?
เพื่อทำตามทฤษฎีแล้วจะได้ไม่ผิดพลาด
หรือ เพื่อผลลัพธ์ที่เราต้องการกันแน่
ผมไม่ได้บอกว่า การทำตามทฤษฎีนั้น
ผิด แต่อยากให้เรามองลึกลงไปถึงแก่นแท้
ของส่ิงเหล่านั้นที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ
เพราะอะไรกันแน่
วันก่อน ภรรยาผมเล่าให้ฟังเรื่องที่เธอ
ได้ไปอ่านเรื่องราวของบุคคลมาเรื่องหนึ่ง
ซึ่งเกี่ยวกับอุบัติที่ทำให้หญิงคนหนึ่งต้องเป็น
ผู้ป่วยติดเตียง และแพทย์ก็ยังลงความเห็นว่า
เป็นการยากมากๆที่เธอจะกลับมาเดินได้
จนทำให้เธอเป็นผู้ป่วยที่ได้แต่นอนรอวันสุดท้าย
แต่....วันหนึ่ง เธอไม่เชื่อคำแพทย์
เธอคิดว่าเธอต้องหายจากสิ่งที่เธอเป็นอยู่ได้
เธอจึงเริ่มที่จะกายภาพบำบัดอย่างตั้งใจ
มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เพราะเธอเช่ื่อว่าเธอทำ
ได้ จากกายภาพเพียงเล็กน้อยในวันนั้น
ก่อเกิดเป็นภาพที่เธอกำลังวิ่งในวันนี้....
หลากภาพ หลายเรื่อง ทำให้เรารู้ว่า
บางครั้งมนุษย์เราไปถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ก็เพราะไม่เชื่อทฤษฎี
ผมยังคงเชื่อในทฤษฎีอยู่นะครับ
แต่บางเรื่อง...ที่ผมเชื่อในหัวใจ
ผมก็จะใช้มันครับ
ขอบคุณภาพจาก pixabay
วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562
No Human is Limited
เป็นที่ทราบกันในหมู่นักวิ่งที่ติดตาม
โครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีนี้ คือ โครง
การ เบรคกิ้ง ทูว์ ของนักว่ิงชาวเคนย่า
นามว่า "คิปโชเก้"
ซึ่งความยิ่งใหญ่ของงานนี้ได้สร้าง
ความน่าสนใจให้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวง
เพิ่มขึ้นมากอย่างพอสมควรเลยทีเดียว
เดิมทีนั้น ผมเองก็ไม่ได้ให้ความ
สนใจมากมายกับการว่ิงระยะไกลแบบนี้
หรอกครับ แต่....หลายสิ่ง หลายอย่าง
มันพาไป
"หากอยากจะรู้จักชีวิต หรือ ประสบ
ความสำเร็จในชีวิต ให้เราว่ิงให้จบมารา
ธอนสักครั้งหนึ่ง" เป็นประโยคที่หลายๆคน
ได้เคยกล่าวไว้
คำๆนี้นั่นเอง ที่ทำให้ผมอยากลอง
ท้าทายความสามารถของตัว และ ก็อยาก
ที่จะประสบความสำเร็จตามความคิดที่คาด
หวังไว้อีกด้วย
ระยะมาราธอน คือ การวิ่งที่ระยะ
ทาง 42.195 กิโลเมตร ซึ่งมีประวัติ
ความเป็นมาจากการวิ่งไปแจ้งข่าวชัยชนะ
ของนักรบจากเมืองมาราธอนไปเอเธนส์
ซึ่งเป็นการวิ่งแบบไม่ได้หยุดพัก พอถึงที่
หมายและได้แจ้งข่าวออกไปแล้ว เขาก็
สิ้นใจ
ระยะมาราธอน เป็นระยะที่เกินขีด
ความสามารถของร่างกายปกติจะรับได้
หากไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากๆที่คนธรรมดา
อย่างเราๆที่อยากจะลุกขึ้นมาวิ่งมาราธอน
แล้ว วิ่งออกไปได้เลยจนจบ
การฝึกฝนเท่านั้น ที่จะนำพาเราไป
ให้ถึงที่หมาย และไม่ใช่การฝึกเพียงแค่ชั่ว
ครู่ชั่วยามเท่านั้น
การฝึกวิ่งไปมาราธอน เป็นการฝึกที่
ยาวนาน และ เข้มข้นเป็นอย่างมาก คือ
หากเราจะไปให้ถึง ต้องฝึกให้หนักเข้าไว้
ความมีวินัย และ ความเอาจริงเอา
จัง จะพาเราไปถึงจุดๆนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้
นี่เอง ที่จะเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้ชีวิต
ของเราดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควร
ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป ตรวจสอบ
สภาพร่างกาย จิตใจ อยู่เสมอ เล็งเห็น
เส้นทางที่จะนำไปสู่ที่หมายอยู่ทุกวัน
42.195 สำหรับคิปโชเก้นั้นได้ถูกทำลาย
ลงไปแล้ว ที่ 1:59:40 และ
42.195 ไม่ได้ไกลเกินใจผมจะก้าวไป
ใช่ครับ ผมกำลังซ้อมไปมาราธอน.
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ตั้งชื่อไม่ได้
ความเปราะบางของจิตใจและความมืด
บอดทางความคิด บวกกับ ความลำเอียงที่ติด
อยู่ในสายเลือดของมนุษย์เรา ส่งผลให้เรา
อ่อนไหวไปตามอารมณ์ ลงท้ายด้วยการตัดสิน
ใจที่ผิดพลาดเป็นส่วนมาก
และผมก็ได้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว
ซึ่งได้ผลว่า มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้ว่าเรา
บอกว่าเราไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์และลำ
เอียงก็ตาม
ส่ิงต่างๆเหล่านี้ ล้วนส่งผลต่อการสูญ
เสียเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์
(เนื่องจากการทะเลาะเบาะแว้ง)ทรัพย์สิน
(จากการลงทุนที่ลำเอียง)แม้กระทั่งความคิด
หากเราพยายามที่จะรู้ตัวบ้างบางครั้ง
มันก็อาจจะทำให้หลายๆสิ่งดีขึ้น ไม่มากก็น้อย
ดังนั้น คำว่า สติ ยังคงดึงให้ผมกลับมาสูด
หายใจลึกๆแล้วค่อยๆคิดได้อีกครั้ง
สติ ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆสำหรับ
การดำรงอยู่
การเพิ่มพูนความรู้ เป็นประจำ ทำให้
เราพัฒนาต่อไป
การฝึกคิด ทำให้เรารู้เท่าทันความคิด
ท้ายที่สุด เรื่องทั้งหลายก็จะวกกลับมา
หาตัวเองอีกครั้ง ว่าเราจิตใจเราเข้มแข็ง
มากแค่ไหน ความคิดเราเป็นบวก หรือ ลบ
และเราตัดสินใจโดยเหตุผลที่แท้จริง หรือ
แค่ใช้ความรู้สึกที่ลำเอียงคาดคิด
วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562
จดหมายจากอดีต
ผมแอบอมยิ้มพร้อมกับดีใจหลังจากที่
ได้อ่านจดหมายฉบับนี้จบลง
เย็นวันนี้ ผมได้รับอีเมลมาหนึ่งฉบับ
ชื่อผู้ส่งคือ Future Me ซึ่งเป็นเว็บที่ผม
เคยแนะนำท่านทั้งหลายให้ลองใช้ดู
หลังจากดูชื่อผู้ส่งแล้ว ผมก็เปิดอ่าน
ทันทีครับ เนื้อความในจดหมายนั้นถูกเขียน
โดยตัวผมเองเมื่อวันที่ สิบสี่ ธันวาคม ปีที่
แล้ว และถูกกำหนดให้ส่งมาถึงตัวผมเอง
ในวันนี้
การที่เราได้กลับไปอ่านไดอารี่ หรือ
บันทึกของช่วงเวลาที่ผ่านมา มักจะทำให้
เราได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างนะครับ
ไม่ว่าจะเป็น มุมมอง การเปลี่ยนแปลง
ความกังวล ความทุกข์ ความคาดหวัง ทั้ง
หมดที่เกี่ยวกับอดีต ขณะนั้น หรืออนาคต
ของตอนนั้น อาจจะคือ ปัจจุบัน ณ ขณะนี้
ผมยังคงคิดว่ามันเป็นการดีนะครับ ที่
เราได้เขียนจดหมายหาตัวเองในอนาคตได้
และหากเป็นไปได้ ก็อยากจะเขียนไปขอบ
คุณตัวเองในอดีตเช่นกัน ที่ทำให้ตัวผมเอง
เป็นตัวผมอย่างที่เป็นทุกวันนี้
ท้ายนี้ ผมอยากให้หลายๆท่านได้ลอง
เขียนจดหมายสักฉบับ ส่งถึงตัวเองในอนาคต
ดูบ้าง บางที อาจจะแอบยิ้มเหมือนกับผมก็ได้
ขอบคุณครับ
FutureMe
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562
จินตนาการ กับ การไปถึง
ผมได้ยินมาว่า "หากเราสามารถจินต
นาการเรื่องใดๆได้ เรื่องนั้นก็มีโอกาสเกิด
ขึ้นได้"
จึงก่อเกิดคำถามที่ว่า เราจะไปให้ถึง
จินตนาการนั้นได้อย่างไร?
หลายๆครั้งที่ผมพยายามวิ่งให้เร็วกว่า
เดิม หรือ ซ้อมให้หนักกว่าเดิม เพื่อไปให้ถึง
เป้าหมายที่คาดหวังไว้ ระยะแรก ถึง กลาง
แน่นอนว่าไม่ค่อยจะมีปัญหาใดๆมาฉุดรั้ง
หากแต่ระยะค่อนไปทางท้าย ร่างกาย
เริ่มแสดงอาการ จิตใจเริ่มท้อถอย
จุดนี้มักทำให้ใครหลายๆคนถอดใจ ผมเองก็
เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้ผมหลุดพ้นจากภาวะดังกล่าว
มาได้แทบทุกครั้ง คือ จินตนาการ
ผมมักจะจินตนาการถึงภาพการวิ่งที่จบ
ลงด้วยความสำเร็จของวันนี้ในเป้าหมายที่
คาดไว้
ผมจินตนาการถึงเวลาที่แสดงบนนาฬิกา
ข้อมือ ว่ามันไม่เกินเวลาที่ผมอยากจะวิ่ง
และนั่นก็มักจะทำให้ผมวิ่งต่อไปอีกสัก
ระยะหน่ึง
แต่แล้ว อาการดังกล่าวก็จะกลับมา
หลอกหลอนจิตใจเราอีกรอบ บางครั้ง อาจ
จะหนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ฉนั้น สิ่งที่ผมทำได้คือ จินตนาการ
ครั้งต่อไป เปลี่ยนความสนใจไปอีกอย่าง
หรือไม่ก็บอกกับตัวเองว่า อีกรอบเดียว
จนทุกอย่างกระจ่างชัด และผ่านไป
ผมจึงได้เรียนรู้การก้าวข้ามเล็กๆของขีด
จำกัดร่างกาย
แด่มนุษย์ผู้ก้าวผ่านความยากลำบาก
ครับ
จินตนาการ คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ
แม้จะเกิดจากจุดเล็กๆที่มันบ้าบอก็ตาม
วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562
ความทรมานใจ
ผมเชื่อว่าหลายๆท่านยังคงประสบกับ
อาการทุกข์ทรมานทางใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ในวันหนึ่งๆนั้น มีเรื่องประเดประดังเข้ามา
หาเราอย่างไม่ขาดสาย
บ้างเป็นเรื่องดี บ้างเป็นเรื่องไม่พึงใจ
แต่ถึงยังไง ก็ต้องน้อมรับสิ่งเหล่านั้นไว้อยู่
ดี แม้บางเรื่องไม่ต้องการ
ความทรมานใจที่ยังไม่พบจุดจบนั้น ถือว่าเป็น
อาการที่หนักที่สุด มากกว่าการที่รู้ว่าแก้ไข
อะไรไม่ได้แล้วซะอีก
มันเหมือนกับเวลาที่ผ่านไปช่างเชื่องช้า
คล้ายกับว่าเราอยากจะเร่งเครื่องให้รีบไป
แต่เข้าเกียร์ไม่ได้ในชั่วโมงเร่งด่วน
เราต่างรู้ว่ามันจะผ่านไปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่
อยากที่จะทำใจ ในเมื่อคำตอบที่คาดไว้ยัง
มาไม่ถึง
ประหนึ่งว่าตอนนี้ กำลังทรมานใจ
วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ไฟแรง (จบ)
ผมพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถ พร้อมกับ
เปิดกระจกลงทั้งสองข้างเพื่อฟังเสียงพนัก
งานคนนั้นโบกบอกทางให้ถอยเข้าไปยังที่ที่
ต้องการ
เมื่อถึงระยะแล้วจึงได้หยุดรถเข้าเกียร์
จอด ดับเครื่องลงมาที่ด้านท้าย ซึ่งพนักงาน
ชายดังกล่าวได้ยืนรออยู่แล้ว
ผมสังเกตุเห็นเขากำลังมองหาเพื่อน
พนักงานที่จะมาช่วยยกแผ่นฝ้าขึ้นรถ ซึ่งแน่
นอนว่าแผ่นฝ้านั้นยกคนเดียวไม่ได้ ไม่ใช่
เพราะว่ามันหนักหรอกครับ แต่มันจะหักเอา
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผมก็บอกกับเขาไปว่า
"มา ผมช่วยเอง" ประการแรกที่ทำอย่าง
นั้นก็เพราะว่า ผมไม่อยากรอ ซึ่งการทำงาน
ที่เรานั้นบริหารงานเองนั้น หลายๆท่านก็
คงรู้ว่า เวลานั้นเป็นส่ิงที่สำคัญอันดับต้นๆใน
การทำงาน ประการต่อมาการช่วยเหลือ
เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเมื่อมีโอกาสเป็นสิ่งที่ผม
ฝึกฝนเพื่อให้เป็นไปโดยสัญชาตญาณ
ระหว่างช่วยกันยกของขึ้นรถ เขาก็
ได้เอ่ยปากออกมาว่า "ถ้ายกคนเดียวได้ผม
คงยกไปแล้ว" แถมยังพูดให้ผมฟังในสิ่งที่
ไม่ชอบเกี่ยวกับการที่เพื่อนพนักงานหลายๆ
ท่านเอาแต่เกี่ยงกันทำงานบ้าง คอยหลบ
เลี่ยงการทำงานหนักบ้าง
ผมได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกเข้าใจถึงอารมณ์
และความรู้สึกของเขาได้บ้าง เนื่องจากที่
ผ่านมาจากประสบการณ์ตรง และ จากเพื่อน
ฝูงที่ได้นั่งคุยกันก็เคยพบเจอเรื่องราวแบบ
นี้อยู่บ่อยๆ
ความมุ่งมั่นในการทำงานให้เป็นไปตาม
ความต้องการของตัวเองเพื่อความสำเร็จนั้น
เป็นสิ่งที่หลายๆคนต้องการ
เริ่มแรกเราลงมือด้วยไฟที่โหมกระหน่ำ
อยู่ภายใน เรี่ยวแรงกาย กำลังใจมีเติมมา
อยู่ตลอดอย่างเหลือเฟือ
แต่พอเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เราได้รู้
ว่าหลายๆสิ่งในโลกนี้มักจะไม่เหมือนที่เรา
คิดไว้อยู่เสมอ ได้มองเห็นความเอารัดเอา
เปรียบได้มองเห็นคนที่ทำงานไปวันๆ ฯลฯ
ทำให้ไฟนั้นเริ่มอ่อนแรง เหตุเพราะยัง
มองไม่เห็นทีท่าว่าเหล็กนั้นจะแดงสักที ทำไป
ก็คล้ายกับว่าจะเปล่าประโยชน์
จากความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์การทำ
งานให้พัฒนา กลายเป็นถูกสังคมที่ตัวเอง
เกลียดหล่อหลอมให้เป็นส่วนหนึ่งกับมันเมื่อ
เวลาผ่าน
การที่เราจะเร่งไฟให้แรงเพื่อให้สิ่ง
ต่างๆเป็นไปตามต้องการคงจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อมีหลายปัจจัยเข้ามามีส่วนร่วม เฉกเช่น
น้ำมันหากร้อนเกินไปไข่ก็จะไหม้ และหาก
ไฟในเตาเบาเกินไปต้มไข่นานเท่าไหร่ก็ยาก
จะสุก
แผ่นฝ้าแผ่นสุดท้ายกำลังย้ายขึ้นหลังรถ
เขาก็บอกผมอีกว่า หากเขาเรียน กศน.จบ
ได้วุฒิเขาก็จะไปแล้ว อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
ตัวเขาเองนั้นมีประวัติ ไปทำอะไรกับเขาก็
ยาก
ผมมองเห็นความตั้งใจของเขาที่เอ่อล้น
ออกมาจากดวงตาคู่นั้น แล้วก็ขึ้นรถออกไป
เอาฝ้าสมาร์ทบอร์ดที่อยู่ในโกดังหลังร้านอีก
ที่หนึ่ง
หลังจากตรวจสอบสินค้าตามรายการที่สั่ง
ซื้อไปว่าครบถ้วนหรือไม่หลักจากขึ้นสมาร์ท
บอร์ดแล้ว ก็พบว่าขาดไปหนึ่งรายการ หรือนี่
อาจจะเป็นอีกความผิดพลาดหนึ่งของเขา
ผมเคลื่อนรถออกจากโกดัง หวังว่าจะ
ไปที่หน้าร้านอีกครั้งเพื่อทวงคลิปล็อค ซีไลน์
ที่ขาดไป ซึ่งก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนใหญ่
ก็พบชายคนนั้นยืนถือถุงรอผมอยู่ จึงได้จอด
รถรับของที่เขารู้ตัวว่าลืมหยิบให้ผม
พร้อมทั้งขอโทษขอโพยเหตุการณ์ดังกล่าว
ผมออกรถ เข้าสู่เส้นทาง พร้อมกับคิด
ถึงเรื่องราวต่างๆ ต่อไป....
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ไฟแรง (ต่อ)
หลังๆมานี้ เมื่อผมเข้าไปซื้อปูนที่ร้านนี้
ชายคนนี้ก็จะเสนอตัวเข้ามายกของให้ผมอยู่
บ่อยๆ แบบไม่รังเกียจรังงอนตามแบบฉบับคน
ทั่วไปเขาทำกัน
ชายคนนี้อายุราวๆยี่สิบกว่า รูปร่างสูง
ดูแข็งแรง คะเนความสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบ
กำยำอย่างนักกีฬา เพราะมองจากท่าทาง
การยกของหนักๆแล้วมีพลังเหลือเฟือ
หน้าตามีริ้วรอยบาดแผลเล็กน้อย เมื่อ
สังเกตุไปที่แววตาของเขา ก็พบกับความมุ่ง
มั่นและจริงใจได้ไม่ยาก
และนั่นเอง เริ่มทำให้ผมผ่อนคลาย
ความอัดอั้นตันใจลงบ้าง เมื่อต้องไปเอาปูน
ที่ร้านนี้
จนมาถึงวันก่อนครับ....
ผมเข้าไปซื้ออุปกรณ์งานฝ้า ก็จะมีของเล็กๆ
น้อยๆอย่างคลิปล็อค สกรูยิงฝ้า ผ้าฉาบ ยิป
ซั่ม แล้วที่ใหญ่ๆก็มีแค่แผ่นฝ้าขอบลาดกับ
สมาร์ทบอร์ดหกมิลแหละครับ
เช่นเคยครับ เมื่อเดินออกมาหน้าร้าน
เพื่อยื่นบิลให้พนักงานนำของขึ้นรถ ชายคน
เดิมที่กล่าวถึงก็เดินมาหาผมพร้อมกับนำบิลไป
ดูรายการว่ามีอะไรที่ต้องนำขึ้นรถบ้าง
เวลาผ่านไปสักพัก ผมนั่งรออยู่ที่กอง
แผ่นไม้แบบเคลือบฟิลม เห็นเขากำลังง่วน
อยู่กับการหาสินค้าที่ผมต้องการอยู่ที่โกดังฝั่ง
ตรงกันข้าม พร้อมกับถุงในมืออีกหนึ่งใบ
ไม่นานเขาก็เดินจ้ำอ้าวตรงมาที่ผม
พร้อมกับเอาของในถุงทั้งหมดใส่หลังรถให้
แล้วก็บอกผมว่า "ขยับรถถอยเข้า ช่องแรก
ที่มีแผ่นฝ้าหน่อยนะครับพี่"
ผมคุ้นชินกับการขยับรถไปหาของที่หนัก
กว่าอยู่แล้วครับ ซึ่งมันเป็นการลดภาระสำหรับ
พนักงานในการยกแต่ละครั้งครับ หากใครยก
ของหนักๆ บ่อยๆ จะทราบตรงนี้ดีว่า ขยับอีก
แค่เมตรเดียวก็ทำให้ประหยัดพลังงานไปมาก
ทีเดียวเชียวครับ
หมดหน้าบรรทัดสำหรับวันนี้อีกแล้วครับ
พบกันอีกครั้ง ตอนสุดท้ายพรุ่งนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ
สวัสดี
วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ไฟแรง
ณ ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างแห่งหนึ่ง
ผมตรงดิ่งเข้าไปสั่งของด้วยการเปิดบิลเคร
ดิตอย่างปกติที่เคยทำมา
เสมียนหญิงอายุมากกว่าผมสักหน่อย
กล่าวเอ่ยทักทายพร้อมเอ่ยถามสินค้าและ
จำนวน พอได้คำตอบแล้วก็ตั้งหน้ามองจอ
พิมพ์คำสั่งสินค้า และ จำนวนที่ได้รับลงไป
ผมมาร้านนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งเรียก
ได้ว่าเป็นขาประจำเลยก็ว่าได้ เหตุผลหนึ่ง
เพราะว่าสินค้าราคาย่อมเยาว์กว่าร้านอื่นๆ
หน่อย และ อีกอย่างที่สำคัญ ทางร้านยอม
ให้เปิดบิลเครดิตได้ ซึ่งข้อหลังนี้สำคัญมากๆ
เชียว ยิ่งผู้ใดประกอบธุรกิจยิ่งทราบซึ้งข้อนี้
มีอีกเหตุผลที่ตะขิดตะขวงใจเล็กๆที่ผม
ไม่อยากมาร้านนี้ คือเวลาเข้ามาซื้อปูนใน
จำนวนมากๆแล้วต้องนำบิลไปให้คนงานที่
หน้าร้านยกของขึ้นให้ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ลำบาก
ใจอยู่สักหน่อย เพราะการยกของขึ้นให้ลูกค้า
นั้น เป็นบริการของทางร้านก็จริง แต่ก็ไม่ได้
มีการจัดคิว หรือ กำหนดหน้าที่ให้ใครดูแล
ส่วนไหนเป็นพิเศษ
ทำให้การเดินไปยื่นบิลก็ต้องมองหาคนที่
ว่างจากหน้าที่การงาน หรือ คนที่มองเห็นอยู่
ให้มารับบิลไปขึ้นของ ตามแต่ใครจะได้รับไป
และพนักงานส่วนใหญ่ที่เจนจัดต่อการทำ
งานแล้ว ก็มักจะรู้ว่า ผมจะเข้ามาซื้อของที่
ร้านอยู่เพียงไม่กี่อย่างหรอก ซึ่งของงานก่อ
สร้างส่วนใหญ่ ก็หนีไม่พ้น อิฐ หิน ปูน ทราย
เหล็ก
อิฐ หิน ทราย แน่นอนว่าต้องสั่งให้ที่
ร้านใส่รถบรรทุกไปลงที่หน้างาน ปูน ที่ต้อง
ใช้คราวละมากๆก็ส่ังแบบผสมเสร็จใส่รถมาเท
เหลือเพียงงานก่อ งานฉาบเล็กๆน้อยๆที่
ต้องนำมาผสมใช้เอง ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ทำให้
ผมต้องวิ่งไปเอาที่ร้านอยู่บ่อยๆ
ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่าปูนนั้นหนักมาก หนึ่งลูก
หนักสี่สิบ ห้าสิบโล ใครจะอยากยกใส่รถ ที่ละ
สิบ ยี่สิบลูก
เรียกได้ว่า เห็นผมขับรถเข้ามาก็มอง
หน้ากันแล้วเดาได้เลยว่า สิบ หรือ ยี่สิบ
แต่หลังๆนี้เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมีพนักงาน
ใหม่คนหนึ่งมายกให้ผมบ่อยๆ
วันนี้ยาวไปแล้ว
ขอพอแค่นี้ก่อน
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ลงไปทำ
หลายครั้งหลายคราที่เราได้ยินมาว่าคนที่รู้แต่ภาคทฤษฎี
ไม่เคยได้ลงมือปฏิบัตินั้น ก็เท่ากับรู้ว่าเพียงครึ่งเดียว
อันนี้ผมขอยืนยันจริงๆเลยว่าใช่ครับ การไม่เคยลงมือ
ทำอะไรๆด้วยตัวเองเลย ได้แต่ยืนมองคนอื่นเขาทำแล้วคอย
เอาแต่สั่งการนั้น เป็นส่ิงที่ใช้ไม่ได้เอามากๆครับ
การได้ลงไปปฏิบัติ หรือ การเรียนรู้ในสนามจริงนั้น
อาจะให้ประสบการณ์ที่หลายหลายแง่มุมมากกว่า แต่กระนั้น
ผมก็ไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้ทางด้านทฤษฎีไม่สำคัญนะ
การเรียนรู้ทางด้านทฤษฎีนั้นสำคัญพอๆกับการลงมือทำ
นั่นแหละครับ ซ้ำยังช่วยให้เราไม่ต้องไปเรียนรู้ด้วยความผิด
พลาดต่างๆด้วยตัวเองอีกต่างหาก หรือหากเราเข้าใจทฤษฎี
อย่างแจ่มแจ้ง รู้ถึงวัตถุประสงค์ของหลักการแล้ว การนำไป
ประยุกต์ปฏิบัติอาจจะให้ผลที่ดีกว่าการปฏิบัติเดิมๆด้วย
ผมเฝ้าอ่านหนังสือมามากมายหลายเล่ม ฟังบรรยาย
ต่างๆเกี่ยวกับส่ิงที่ปราถนา ดูคลิปผ่านไปก็หลายรูปแบบ
แต่พอได้ลงไปฝึกฝน ก็ได้รับรู้ความจริงของส่ิงต่างๆที่อาจารย์
หลายๆท่านอยากจะสื่อ เพราะความจริงนั้น ยากกว่าที่คิดและ
อ่านมามากๆ
แต่จะยากที่สุดถ้าต้องลงมือทำไปแบบไม่มีความรู้อะไร
เลย ฉนั้น การจะทำอะไรแต่ละเรื่อง(ให้ดี)นั้น เราต้องมีทั้ง
ความรู้และการฝึกฝนลงมือทำ จึงจะครบถ้วนกระบวนความ
ถูกเป้าประสงค์ของเรื่องต่างๆ
และการที่เราผ่านมันมาแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะรู้เรื่อง
นั้นอย่างตลอด เสมอไป เพราะทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา
ปล.ออกไปดริลมา เพื่อพบว่า เป็นการฝึกกล้ามเนื้อฟาสทวิส
วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
มาร์ช แมลโลว์
ผมคิดว่าหลายๆท่านคงเคยได้ยินเรื่อง มาร์ช แมลโลว์
เทส กันมาบ้างแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่เคย ผมจะเล่าให้ฟังแบบ
สรุปง่ายๆดังนี้ครับ
การทดลองนี้ ได้ทดลองกับเด็กเล็กๆที่พอรู้เรื่องและวัด
ผลของการดำเนินชีวิตไปถึงตอนโต บางคนอาจจะตลอดชีวิต
เค้าทดลองแบบนี้ครับ เค้าให้ มาร์ช แมลโลว์ เด็ก
กลุ่มที่ทดลอง และบอกว่าจะกินมาร์ช แมลโลว์ เลยก็ได้ แต่
หากรออีกยี่สิบนาที จะได้มาร์ช แมลโลว์ เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น
การทดลองก็จะมีแค่นี้ครับ แต่การวัดผลอยู่ที่เด็กสองกลุ่ม
คือ กลุ่มที่กินเลย กับ กลุ่มที่รอครับ
และผลการทดลองก็ออกมาว่า เด็กกลุ่มที่รอ เพื่อที่จะได้
มาร์ช แมลโลว์ อีกหนึ่งชิ้นนั้น ประสบความสำเร็จในชีวิตมาก
กว่า เด็กกลุ่มที่กินเลยครับ
ประเด็นของการศึกษานี้ก็ไปอยู่ที่การรอคอยของเด็ก
การยับยั้งชั่งใจ ความอดทนต่อส่ิงที่อยากได้ หรือกิเลส นั่นเอง
(ไม่ได้บอกว่าเด็กที่กินเลยไม่ประสบความสำเร็จนะครับ แต่
เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รอแล้ว มีความต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ)
ในชีวิตเรา ถึงแม้จะไม่มีใครเอามาร์ช แมลโลว์มาวาง
ให้ตรงหน้าแล้วบอกให้รอ แบบการทดลองดั่งกล่าว
แต่ผมเองคิดว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกๆวัน หากเรา
พิจารณาดูดีๆก็จะพบว่า เราพบเรื่องแบบนี้แทบทุกวัน มีส่ิงที่เรา
อยากได้อยู่ตลอดเวลา เราอยากจะทำนู่นนี่ อยู่ทุกครั้งที่มี
โอกาส เราคิดถึงแต่มาร์ช แมลโลว์ ชิ้นนั้นที่จ้องมองอยู่
ทั้งๆที่เราอาจะเพิ่งกิน มาร์ช แมลโลว์ ชิ้นที่แล้วไป
เมื่อวันก่อนนี่เองก็ได้
ขอบคุณที่ติดตาม การเดินทางของชีวิตครับ
สวัสดีครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)










