วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

เรื่องของข้าพเจ้า 13

 


มันเป็นเช้าที่ทำให้หัวใจเต้นระรัวราวกับจะ
ทะลุออกมานอกเสื้อนักเรียนแบบโปโลสีฟ้า
มันคล้ายกับเหตุการณ์ใดๆที่จะพาให้ชีวิตเรา
นั้นแปรเปลี่ยนไปได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นการสอบสัมภาษณ์งาน หรือ
การรอฟังผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เทียบ
เคียงกับความรู้สึกของผมในเช้าวันนั้นไม่ได้

ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ภายหลังม่านควันที่ลอย
อ้อยอิ่งอยู่ภายในห้องน้ำที่ทึบอับไร้ลมพัดโชย
ระบายอากาศ

ผมกับเพื่อนๆแอบยืนสุมอัดบุหรี่กันอยู่ใน
ห้องน้ำด้านหลังสุดของสวนมะม่วงเนื้อที่
เกือบไร่ ซึ่งแอบอยู่ด้านหลังสุดของโรงเรียน

หลังจากหมดไปสามมวนแล้ว หลอดยาอม
ดีกัวดินสีขาวส้มหลอดประจำหลอดนั้น ที่ถูกใช้
เป็นอาภรณ์ชั่วคราวของยาสูบสามมวนเพื่อ
พลางตาคุณครูหน้าประตูโรงเรียนที่คอยสอด
ส่องตรวจค้นหาของผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย
มิให้นำเข้ามาด้านใน ก็ถูกนำส่งมาให้ผม

"พรุ่งนี้ตามึง" ดั่งคำประกาศิตพิพากษาให้
ชีวิตต้องตกระกำลำบาก จะอิดออดอย่างไร
ก็คงไม่มีทางหลีกพ้น เนื่องจากทุกคนที่แอบลง
มาด้วยกันในสถานที่นี้ ก็ล้วนผ่านกันมาแล้ว
ทุกคน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ต้องหาทางนำ
เจ้าสิ่งบำเรอความใคร่ร่วมทางสังคมใน
ตอนนั้น บรรจุลงหลอดยาอมยี่ห้อเก่า
แล้วนำมันเข้ามาให้ได้

เช้าวันนั้น ผมนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนแต่เช้า
ซึ่งโดยปกติแล้ว แม่จะคอยขี่มอเตอร์ไซค์
ไปส่งผมเป็นประจำ แต่การที่ผมต้องไป
แต่เช้าจะทำให้แม่นั้นยังจัดการกับกิจวัตร
ที่ต้องทำยังมิทันเสร็จสิ้น ผมวางแผนไว้ได้
แบบนี้ในการที่จะต้องสลัดตัวเองออกจาก
การดูแลของผู้ปกครองที่รัก

แต่แผนการต่อมาในการเดินดุ่มๆเข้าไป
ซื้อบุหรี่นี่สิ ไม่มีแผนใดๆ จะจ้างให้ใครเข้า
ไปซื้อแทนก็แทบจะสิ้นหวัง ผมเป็นคนขี้อาย
แล้วยิ่งเรื่องที่ต้องทำผิดแบบนี้แล้วด้วย
ผมไม่เคยทำ ทางเดียวที่มองเห็นในตอนนั้น
คือ การพาร่างกายอันจ้อยจิ๋วนี้ ยืนหยัดก้าว
ไปที่ร้านขายของชำใกล้กับทางแยกที่จะต้อง
ต่อรถไปโรงเรียนอีกต่อหนึ่ง

แล้วบอกกับเขาว่า "สายฝนสิบบาทครับ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น