จากประตูทางเข้าอุทยานถึงที่ทำการนั้นไม่ไกล
มีลานจอดรถให้เลือกมากมาย
วันที่ผมไปมีเจ้าหน้าที่บอกให้ไปจอดด้านข้างของที่ทำการ
หาร่มไม้ตรงไหนที่จอดได้ก็เลียบเข้าไปเลยครับ
เจ้าหน้าที่เค้าจะให้บัตรจอดรถเคลือบแข็งมาหนึ่งใบ
ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการจอดที่อุทยาน
| ด้านหน้าศูนย์บริการครับ |
หากใครนั่งรถโดยสารมาก็จะลงตรงนี้แหละครับ
ขากลับก็ขึ้นตรงนี้เช่นกัน
| จ่ายค่าบริการ 40 บาทครับ |
เข้ามาภายในศูนย์ฯเพื่อชำระค่าบริการ
เก็บบัตรที่เจ้าหน้าที่ให้ไว้ด้วยนะครับ จะมีตรวจก่อนขึ้นภูอีกครั้งหนึ่ง
จ่ายเงินเสร็จสรรพต่อไปก็เอากระเป๋าไปฝากหาบสักใบ
คะเนจากน้ำหนักกระเป๋าและอาการตัวเองแล้ว ตัวเปล่ายังหวั่นๆ
ออกจากศูนย์บริการทางด้านข้างแล้วเดินไปอาคารหมายเลข 4
ซึ่งเป็นที่รับฝากของขึ้นลงภูครับ
อัตราค่าบริการ 30 บาทต่อ กิโลกรัม
ลองชั่งน้ำหนักกระเป๋ากันก่อนก็ได้ครับ
ของผม 2.7 กิโลกรัม คิดราคาที่ 3 กิโลกรัมครับ
ไม่ควรฝากสิ่งของมีค่าหาบขึ้นไปนะครับ
กระเป๋าของคุณจะถูกรัดด้วยเชือกเป็นกองๆกับคานไม้ไผ่
ซึ่งลูกหาบจะเป็นผู้รัดเอง
บางคนมีถุงตาข่ายก็ช่วยให้สัมภาระเราบอบช้ำน้อยหน่อย
(แต่ส่วนน้อยครับ น้อยจริงๆ)
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มจากน้ำหนักรวมที่หาบก็จะมีค่าตั๋วครับ ใบละ 5 บาท
ตั๋วนี้เจ้าหน้าที่จะให้เราเขียนชื่อ เบอร์โทรลงไป
มีทั้งหมดสามส่วน ส่วนแรกติดกับสัมภาระที่เราฝาก
ส่วนที่สองเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้
ส่วนที่สามให้เราเก็บไว้(ให้ดี)เวลาของไปถึงข้างบนแล้ว
เราต้องใช้ตั๋วยืนยันความเป็นเจ้าของนะครับ
(แต่ไม่รู้ว่าทำตั๋วหายแล้วจะเป็นไง)
ลองเช็คกระเป๋าสะพายก่อนเดินขึ้นสักหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
กล้อง หนังสือ สมุดบันทึก ปากกา
กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ สายชาร์ตต่างๆ
แว่นตากันแดด รองเท้าแตะ(ทำไมไม่ฝากลูกหาบ?)
เครืองทำความสะอาดร่างกายต่างๆ โลชั่นทาผิว
หมวกไหมพรม กาแฟซอง ไฟฉาย เทอร์โม+ไฮโกรมิเตอร์
ถุงพลาสติค เชือก หนังยาง มีดพก ยาแก้ปวด ยานวด ขวดแจ็ค
เอาล่ะเตรียมตัวเตรียมใจ ข้าวของพร้อมแล้วก็ ป่ะ!!!
สะพายเป้ขึ้นบ่า ตบเท้าหน้าเดิน
(ปวดหัวชิบ ในใจคิด)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น