หากมนุษย์ใดเคยผ่านฤทธิ์ของเมรัย
มามากพอคงรู้ดีว่าความเมามายนั้นเป็น
อย่างไร....
การเดินผ่านสมรภูมิแอลกอฮอล์นั้น
ความจริงแล้วไม่ค่อยน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่
จริงๆก็ต้องบอกว่า มันอภิรมย์แค่ตอนเมา
เท่านั้นจริงๆ ซึ่งผมเองนั้นก็ไม่สามารถพูด
ได้เต็มปากสักเท่าไหร่ที่จะบอกว่าเดินมา
ไกลมากพอหากเอาขวดมาเรียงต่อกัน
–คงไม่เกินร้อยกิโลฯ!!!
ระหว่างทางนั้นแหละสำคัญ
มันจะบอกว่าเรานั้นได้จบหลักสูตรภาคไหน
ดีเด่ไปทางด้านใด ควรได้เลื่อนขั้น
ไม่ก็ถูกไล่ออกไปซะดีกว่าไหม
ผมยอมรับว่าโดน(ตัวเอง)ไล่ออกมา
เหตุเพราะว่าไม่สามารถควบคุมสติตัวเอง
ไว้ให้มั่นคงได้อย่างผู้มีวิชากล้าแกร่ง
แกร่งอย่างไรถึงได้ไปต่อ?
–ผมว่า แกร่งอย่างที่ ดื่มยังไงก็ยังสามารถ
ควบคุมความคิดและจิตใจให้ยังอยู่ตรงหน้าได้
ไม่ลงไปหาที่ต่ำ หรือ แกว่งไปหาตีนข้างๆ
ไม่ก็ยังคงรู้รับผิดชอบ ไม่ปล่อยให้ฤทธิ์ของ
มันมาบังคับตัวเองให้หูดับตาฟางไปคว้า
อะไรมาแขวนคอ แหย่ขาเข้าตาราง
ผมยอมรับ ผมทำไม่ได้
ไล่ตัวเองออกมาก่อนที่เค้าจะไล่ดีกว่า
ชิงหนีตามตำราหมาอ่อนตรอก
หากแต่ผู้ใดยังคงอยู่ในสังเวียน
ข้าพเจ้าขอแสดงความเคารพ ที่เคยได้ยก
หมด ยกหมดมาด้วยกันแล้วรอดส้นตีนมาได้
–บ้างว่า ผมน่าจะโดนตีนมัน
ฝันไปเถอะมึง เชิญดื่ม
ระหว่างชีวิตตอนรักการยกแก้วกับตอนนี้
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ผมบอกไม่ได้ว่า
ช่วงไหนดีกว่ากัน แน่นอนว่าทุกๆอย่างย่อม
มีสองด้าน ด้านที่ดีของตอนนี้นั้นผมก็มองว่า
มันดีมากแล้ว ตอนนั้นมันก็ดีนะ...ฯลฯ
เพียงแต่ผมฝึกฝนยังไงก็ไปไม่ถึงก้นบึ้งของ
ความจริงที่มันพยายามสอนผม
หากตอนนี้จะมาบอกว่ารู้แล้วก็คงไม่ใช่
และใช่ว่าจะหาเรื่องกลับไปเรียนอีก
ก็ยังไม่อยากเรียน กลัวซ้ำชั้น...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น