วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562
สองจิตสองใจ
เสียงในหัวมันคุยกันเถียงกันดั่งเทพ
กับซาตานที่นั่งอยู่คนล่ะฝั่งไหล่แล้วกรอกหู
เราอยู่แทบตลอดเวลา
ขณะตอนขับรถ....
อีกฝ่ายบอกว่าอย่าให้ผมไปคิดมาก มันกำ
ลังจะผ่านไป เค้าคงมีเรื่องด่วนมั้ง
ฝั่งตรงข้ามสวนทันควันโดยอัติโนมัติว่า
เอาคืนมันให้ได้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ มันสมควร
โดนแก้แค้น คนเห็นแก่ตัว มันเบียดเข้ามา
ได้ไง ถ้าไม่เบรคก็ชนไปแล้ว
เท้าผมจ่อคันเร่งเตรียมที่จะกระแทกลงไป
ให้สุดและแนบแน่นอยู่กับพื้นด้านล่าง
แต่ร่างกายผมสูดหายใจเข้ายาวแล้วเก็บ
อากาศไว้สักพักจึงค่อยๆผ่อนออก พร้อมๆ
กับเท้าซ้ายเหยียบคลัช เปลี่ยนเกียร์ให้
เพิ่มขึ้นไปอีกครั้ง รอบเครื่องยนต์ลดต่ำลง
พร้อมๆกับอุณหภูมิของใจ ที่ค่อยๆเย็นลงมา
ผมขับให้ราบรื่นเป็นปกติต่อไป ต่อไป
เรามีจุดหมายที่ต้องไปให้ถึง
หลายๆครั้งผมพบบุคคลสองท่านนี้พร่ำ
ถกเถียงกันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อ
ที่จะให้อีกฝ่ายยอมแพ้ และ ลงมือทำในสิ่ง
ที่ใจต้องการต่อไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสมอง
วิเคราะห์ว่าดีหรือไม่ อย่างไร เช่นใน
หลายๆครั้งที่วิ่ง ฝ่ายหนึ่งมันบอกว่าเหนื่อย
เอ็งตื่นมาวิ่งทำบ้าอะไร แล้วกลางวันก็ง่วง
เหนื่อยเพลีย ทำให้ร่างกายถูกใช้งานหนัก
คราวที่แล้วเอ็งก็ไม่สบายไปไม่ใช่หรอ
แต่อีกเสียงหนึ่งมันก็บอกว่า เอ็งตั้งใจแล้ว
ไม่ใช่หรอ ไหนว่าจะวิ่งให้ครบสิบหล่ะ
อีกหน่อยนึง วิ่งไปเถอะ ลองดูอีกรอบก่อน
ไม่ไหวจริงๆค่อยชลอความเร็วลงดูฯ
มีเรื่องเล่าเรื่องหน่ึงเกี่ยวกับการต่อ
สู้ของจิ้งจอกสองตัว มีตัวทีดี กับตัวที่ร้าย
ซึ่งคุณปู่นั้นเล่าให้หลานฟัง และหลานก็ถาม
คุณปู่ว่าตัวไหนจะชนะ ซึ่งคำตอบที่ได้นั้นคือ
ตัวที่หลานให้อาหารมัน ยิ่งให้อาหารตัวไหน
ตัวนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เปรียบได้กับว่า
เมื่อเรายินยอมที่จะให้ตัวร้าย หรือ ตัวมัก
ง่ายคิดสบายได้ชัยชนะไปหนึ่งครั้ง เท่ากับ
ว่าเราได้ให้อาหารตัวที่ร้ายไปด้วย และ
จะยิ่งทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นไปอีก คราวหน้า
มันก็มีโอกาสที่จะกลับมาชนะได้อีกครั้งอย่าง
มีพละกำลังที่ยากจะต้านทาน
แต่ถ้าหากเราฝึกฝนจิตใจทางด้านดี ที่มอง
เป้าหมายและประโยชน์ระยะยาวเป็นหลัก
เราจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆต่อสิ่งยั่วยวนต่างๆ
ที่จะทำให้เราหลุดออกจากชัยชนะที่วาดไว้
การฝึกจิตใจให้มีวินัยเท่านั้น ที่จะ
สามารถชนะจิตใจที่เอาแต่อ้างได้เสมอทุก
ครั้งไป
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น