กว่าจะรู้ตัว ว่าวันสำคัญทางศาสนาใกล้จะเดิน
ทางมาถึง ก็รู้ล่วงหน้าไปเพียงแค่วันสองวันเท่านั้น
เนื่องจากทุกวันนี้ผมไม่ค่อยได้เจอปฎิทินที่มีวันหยุด
วันพระหรือวันสำคัญอะไรบอกกล่าวไว้ให้ดูล่วงหน้า
สักเท่าไหร่ เรียกว่าแทบจะไม่ได้ดูเลยดีกว่าหากไม่
ไปนั่งร้านค้าแล้วเผลอมองปฎิทินบนโต๊ะทำงานของคน
อื่นเค้า
อาจจะเพราะผมเองไม่ใส่ใจที่จะดูมันก็เป็นได้
แค่รู้ว่า วันนี้วันพุธนะ ศุกร์นะ อาทิตย์นะ อะไร
ประมาณนี้ก็เพียงพอสำหรับการทำงานที่ไม่ได้หยุดตาม
วันหยุดทั่วไปแล้วครับ
จะว่าไปแล้วเมื่อนึกถึงคำว่า "เข้าพรรษา" นี้
ตอนสมัยยังวัยรุ่นอยู่คำๆนี้มีความหมายต่อการดำรงชีวิต
ของผมมากเลย
เพราะว่าในช่วงเวลาเข้าพรรษานั้น ผมจะงดดื่ม
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ลากยาวไปจนถึง
วันออกพรรษานู่นแหละ
ไม่ได้เคร่งศาสนาอะไรหรอกครับ
แค่เกรงว่าจะตายก่อนวัยอันควร เลยต้องหาข้ออ้างมา
หยุดตัวเองเอาไว้บ้าง มิเช่นนั้น ในระยะเวลาหนึ่งปี
ผมก็คงหาวันหยุดดื่มได้ยากเสียยิ่งกว่าข้าวราดแกงราคา
สิบบาทเสียอีก
ยิ่งดื่ม ยิ่งหยุดตัวเองได้ยาก เลยต้องลำบาก
ศาสนาที่ต้องกลายมาเป็นข้ออ้างให้กับผม
ตรงนี้กราบขออภัยจริงๆ ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบ
นั้นหรอกครับ
แต่มันหมดหนทางแล้วจริงๆ เพื่อนมันชวนก็ไม่รู้
จะเอาอะไรไปอ้างกับมัน ก็เลยต้องทำไปแบบนั้น
แล้วก็หยุดมันตอนเข้าพรรษามาทุกปี จนกระทั่งเรียนจบ
นั่นแหละครับ
จนหลังๆมาก็หยุดยาวไปเลยอยู่ช่วงหนึ่ง
แล้วก็กลับมาสังสรรค์กับเพื่อนๆใหม่ แต่ก็สังสรรค์ไม่บ่อย
เท่าเดิมแล้ว พอเราโตขึ้น ก็มีอะไรให้รับผิดชอบหลาย
อย่างจะให้ดื่มทุกวันอย่างตอนเด็กๆก็คงจะไม่ไหว
จึงได้ละเลยการงดเหล้าเข้าพรรษาไปโดยปริยาย
แต่ปีนี้ ตั้งใจว่าจะลองงดดูอีก เพราะมีเป้าหมาย
ว่าอีกราวๆสองเดือน ข้าพเจ้าเองก็จะอายุครบสี่สิบปี
เลยอยากจะลองฟิตร่างกายดู
วันที่ตัวเองอายุครบขวบปีนี้ ร่างกายจะเสื่อมถอยลงไป
มากแค่ไหน แล้วอีกอย่าง ก็จะได้มีเวลาซ้อมวิ่งไว้บ้าง
ช่วงปลายปีจะได้ไม่เหนื่อยมากไปกับการซ้อมวิ่ง เพื่อ
ไปงานงฮาล์ฟต้นปีหน้า
ร่ายมาซะยาว วันนี้เข้าพรรษารึยังนะ หรือว่าเป็น
วันพรุ่งนี้ วันนี้จะได้มีเวลากินอีกวัน 555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น