วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เมื่อชีวิตเสียสมดุล



    ผมเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า
"จิตที่แจ่มใจ อยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์"
มาบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยจะได้นึกถึงมันสักเท่า
ไหร่ ที่ยกคำนี้ขึ้นมากล่าวก็เป็นเพราะว่าร่าง
กายของผมตอนนี้คงไม่ค่อยจะสมบูรณ์แถมยัง
ถูกรุมเร้าโดยเชื้อไข้ ทำให้จิตที่มีอยู่ในกายนี้
ออกจะซวนเซอาจจะถึงขั้นล้มตึงลงไปบ้าง
-บางเวลา

    จริงอยู่ครับ เมื่อจิตเราหม่นหมอง ก็มัก
จะมีแต่เรื่องแย่ๆ ลบๆอยู่ภายในชุดความคิด
ประกอบกับร่างกายที่มีไข้สูงด้วยแล้ว ยิ่งพากัน
ดำดิ่งลงไปไหนต่อไหน มองอะไรเป็นขัดใจไป
หมดเกือบทุกสิ่งอย่าง ราวกับว่าโลกนี้มันเอียง
พาเราไปสู่นรกขุมไหนกันนะ

     ยกตัวอย่างจากตัวผมที่ประสบเองเลย
วันนี้ก็แล้วกัน ย้ำนะครับ ว่าแค่คิด
เมื่อเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเราให้
อยู่กับร่องรอยเหมือนปกติได้แล้วนั้น แม้แต่
สิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำก็ดูจะขัดใจ
ไปซะหมด เช่นว่า
ผมน่ังกินข้าวกับแฟน แต่แฟนเล่นโทรศัพท์มือถือ
ไถดูนั่นนี่ไปเรื่อย ผมก็มองว่า
ผมได้ถูกเจ้าสังคมออนไลน์แย่งความรักไปจาก
ผมซะแล้ว ผมเองซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าแท้ๆและกำ
ลังป่วย กลับไม่คิดจะสนใจ นั่งยิ้มให้แต่มัน
สนใจแต่กับมัน หากเป็นแต่ก่อน สมัยคบกันใหม่ๆ
คงนั่งจ้องตากันจนตาแห้งกันไปละมังครับ
เสร็จเท่านั้นไม่พอ ผมกินยังไม่ทันจะเสร็จก็รีบ
เรียกเช็คบิล เดินไปล้างมือน้ำท่าก็ยังไม่ทันจะ
ได้กิน ก็เดินดุ่มๆออกไปรอข้างนอกแล้ว
คนยิ่งไม่สบายอยู่นะเว้ย เห็นใจกันบ้าง

นี่แค่เริ่มนะครับ หลังจากนั้นความคิดลบๆ
จะทยอยเดินทางถาโถมเข้ามาไม่หยุด
จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง จากไม่เคยคิด
ก็กลับคิด คิดไปถึงว่าเมื่อผมเดินทางมาสู่ยอด
เขาแห่งหนึ่งที่คิดและวาดหวังไว้ว่ามันจะมีสิ่ง
ที่สวยงามและความภาคภูมิใจรออยู่ กลับพบว่า
มันไม่ใช่สิ่งที่วาดหวังไว้เลย ผมจะทำอย่างไร
ขืนดั้นด้นเดินทางต่อไปก็ไม่พบ เพราะความจริง
ที่เจอกลับไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคาดการจากหนทางที่ประสบอยู่
ผมอยากยอมแพ้และถอยหลังกลับไปตั้งต้นใหม่
ในที่ๆคุ้นเคยมากกว่าจะบุกฝ่าต่อไปอย่างคนบ้า
ที่ไม่ยอมฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่า
ยอดเขาที่คิดไว้นั้นมันไม่มีจริง

ความคิดดีๆที่เคยสลักฝังมันไว้ในใจก็ถูกขีดฆ่า
ทำลายจนยับเยินด้วยคำพูดที่บั่นทอนถากถาง
ไม่เหลือชิ้นดีให้มองเห็น กำลังใจกระเด็นออก
ไปจากวงโคจรของความสุขที่เคยมี
ตอนนี้ ไม่มีแม้แต่ความรัก มีแต่ความเกลียดชัง
อยากจะหลุดลงไปที่โลกแห่งความเร่าร้อนจน
แผดเผาร่างกายให้มอดไหม้ไปเสียที ดีกว่าจะ
ทนทุกข์ทรมานในโลกแห่งความทุกข์แบบนี้ ที่เป็น

ความคิดผมเสียสมดุลไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ทั้งรู้ตัว และ ไม่รู้ตัว
เมื่อร่างกายสร่างจากฤทธิ์ของมัน
ผมคงกลับมาเป็นปกติได้ หวังว่าอย่างนั้น

ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง
หากมีข้อแนะนำ
หรืออยากชวนคุยเรื่องอะไร
ชี้แนะมาได้นะครับ
ผมจะขอขอบคุณยิ่ง
ขอตัวไปนอนซมเป็นลูกนกอย่างนายรพินทร์ก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น