วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บทสัมภาษณ์แรก
ผมไม่รู้ว่าการถามตอบตัวเองนั้นจะ
ตรงไปตรงมาได้แท้จริงแค่ไหน ?
แต่ก็จะลองดูครับ
"กับปีที่ผ่านมาคิดว่าคุณเป็นอย่างไรบ้าง?"
-ก็ถือว่าปีนี้เป็นปีที่ดีนะครับ อะไรหลายๆ
อย่างได้เริ่มขึ้นในปีนี้ เช่น ลูกผมคลอดใน
ปีนี้ ผมได้เริ่มจริงจังกับงานอย่างมีรูปธรรม
มากขึ้น ได้มีการพัฒนาตัวเองมากขึ้น
เรียกว่าแทบจะก้าวกระโดดเลยก็ได้
ได้อ่านหนังสือเยอะขึ้น แม้จะไม่เท่าที่ซื้อมา
ก็ตาม แต่ก็จะพยายามไล่อ่านให้ทัน
ได้ฟังพอดคาสท์ดีเยอะมากๆ อาจจะถือ
ได้ว่าหลายๆอย่างของผมเริ่มจากพอดคาสท์
เลยก็ว่าได้ครับ ได้กลับมาออกกำลังกาย
โดยมีเป้าหมายและวินัยเป็นตัวกำกับซึ่ง
ผมไม่เคยคิดเลยในชีวิตว่าจะตื่นตีสี่ออกไป
วิ่งได้ ซึ่งก่อนหน้านั้น ชีวิตที่ผ่านมา ตี่สี่นี่
ยังไม่ได้นอนหรอกครับ ผมคงยังนั่งดื่มอยู่
เลย เท่าที่ผ่านมาในปีนี้ถือว่าดีเลยครับ
"หากจะให้คะแนนตัวเองเต็มสิบ คุณคิดว่า
จะให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่
เพราะอะไร?"
-ราวๆเจ็ดได้ครับ ที่ให้เจ็ดเพราะว่าหาก
เป็นแปดสำหรับผมมันดีแล้วนะ ไม่ได้
ปล่อยเกรดเพื่อให้ตัวเองเอาไปสอบไง
ผมวัดตามความรู้สึกของผมเอง หากเก้า
นี่สุดยอดแล้วและคาดว่า สิบนี่คงอีกนาน
เลยครับกว่าจะถึงซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่
ที่ให้เจ็ดก็เพราะว่ามันจะมีทั้งเรื่องดีและ
เรื่องไม่ดีผสมปนเปกันอยู่ ซึ่งตรงนี้ผม
ก็พยายามจัดการให้มันดีขึ้นภายในอนาคต
อย่างเรื่องการฟังความคิดเห็นคนอื่น
เรื่องนี้ผมก็จะพยายามฟังให้มากขึ้น
เพราะเท่าที่ผ่านมา ผมฟังแต่เหมือนไม่
ค่อยได้ฟังเท่าไหร่ คือไม่ได้เก็บความคิด
เห็นนั้นๆไปพิจารณา ไม่ได้สนใจเมื่อมันไม่
ตรงกับความคิดเห็นของตัวเอง ตรงนี้ซึ่ง
ถือว่าไม่ดีครับ
อีกเรื่องก็การปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่นครับ
ตรงนี้ก็ทำได้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ คือเพื่อน
เก่าๆก็อาจจะเห็นว่าผมเงียบหายไปเลย
ไม่ค่อยได้ข่าวคราว เหมือนกับว่าเวลาผม
ไปอยู่ตรงไหนก็จะเอาแต่ไปมอง ณ จุดๆ
นั้น ไม่ได้คิดย้อนกับไปข้างหลังว่าเพื่อนร่วม
ทางที่ผ่านมานั้น เป็นอย่างไรบ้าง ต้องการ
ความช่วยเหลืออะไรไหม?
ที่ทำได้ไม่ดีอีกอย่างที่แก้ยากสำหรับผมก็
เป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆให้เกิดขึ้น
หลายๆท่านที่รู้จักผมคงรู้ดีครับ หากมองผม
เผินๆครั้งแรกๆที่เพิ่งเห็นแค่หน้ากันอาจจะ
ไม่ค่อยถูกชะตา หากจะถูกก็คงเป็นตีนแทน
ใช่ไหมครับ คืองี้ครับ ผมเป็นคนยิ้มให้คน
แปลกหน้ายาก ยิ่งไม่รู้จักด้วยแล้วผมก็จะ
เฉยๆไปเลยไม่พยายามจะไปเริ่มสร้าง
ความสัมพันธ์อะไรด้วย จุดนี้แหละครับ ที่
ทำถูกมองว่าขี้เก็ก แอ็คอาร์ท อะไรต่างๆ
ก็ว่าไป ตรงนี้จะพยายามปรับปรุงครับ
ซึ่งภรรยาผมเองก็ได้บอกในเรื่องนี้
เพราะบางครั้ง มันทำให้ผมเสียโอกาส
ดีๆไปเยอะมาก
"เป้าหมายปีหน้า มีอะไรบ้างครับ?"
-ต้องสารภาพตรงๆว่ายังไม่ได้เขียนครับ
แฮะๆ(หัวเราะ) แต่คิดไว้แล้วครับ หลักๆ
เลยผมตั้งเป้าแรกที่ความสุขครับ เป้าหลัก
คือสร้างความสุข แต่จะทำยังไงให้คนใน
ครอบครัว คนที่ทำงาน และคนอีกหลายๆ
คนมีความสุขนี่แหละครับ เป้าหมายที่ยาก
มากๆ เป้าหลักในการทำงานก็ยังคงเป็น
การพัฒนาธุรกิจเดิมให้มีระบบและคุณภาพ
มากขึ้นครับแน่นอนว่าเรื่องผลกำไรนั้นต้อง
มี แต่ผมคิดว่าไม่ได้ให้น้ำหนักเรื่องกำไร
เป็นอันดับแรกอยากเน้นไปที่เรื่องของคุณ
ภาพงานซะมากกว่าและระบบการบริหารที่
ชัดเจนมากขึ้น จัดการทรัพยากรได้ดีขึ้น
แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่าควรค่อยๆปรับเปลี่ยน
ไปเรื่อยๆตามความเหมาะสมครับ คนเรา
ทำอะไรเดิมๆมานาน หากจะให้เปลี่ยน
แปลงเลยภายในระยะเวลาอันสั้น อาจจะ
ช็อคได้ส่วนใหญ่คงไม่ยอมรับ ซึ่งนั่นเป็น
ความท้าทายของผมที่จะต้องทำให้ได้ครับ
อีกเรื่องก็น่าจะเป็นการเอาโปรเจ็คเก่าๆ
ที่เคยได้ร่วมทำกับเพื่อนๆมาปัดฝุ่น จัดการ
ใหม่เพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่าง
เต็มกำลังความสามารถและเป็นการฝึกการ
บริหารจัดการงานที่เป็นไซด์โปรเจ็คไปใน
ตัวด้วยเรื่องครอบครัวก็มีเป้าว่าสิ้นปีหน้า
อาจจะพากันไปเที่ยวที่ไหนสักที่พร้อมกันทั้ง
ครอบครัวระหว่างปีก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบ
ครัวมากขึ้นครับที่ผ่านมาก็ถือว่าดีขึ้นมากจาก
การอยู่แบบบ้านแบบรังนอนอย่างสมัยก่อน
เรื่องสุขภาพผมไม่ค่อยเป็นห่วงสักเท่าไหร่
ครับ เป็นคนออกกำลังกายมาตลอดแต่ปีนี้
ได้เริ่มว่ิงอย่างมีเป้าหมายบ้าง ลองไปวิ่ง
ดูบ้างก็รู้สึกง่ายดี และท้าทาย ง่ายก็แค่
ออกไปวิ่ง ไม่ต้องมีอะไรมากมายเลย
ท้าทายก็ตอนเหนื่อยนี่แหละครับ คอยสู้กับ
ตัวเองว่าจะไปต่อหรือจะหยุดไว้แค่นี้แล้ว
เดินคอตกกลับบ้านเพราะวิ่งไม่ถึงเป้า ฮ่าๆ
เรื่องการพัฒนาตนเองนั้นก็จะพยายามพัฒ
นาให้หลากหลายมิติมากกว่าเดิม จากที่มุ่ง
พัฒนาไปด้านใดด้านหนึ่งแล้วก็มุ่งทางเดียว
นั้น ก็จะกลายมาเป็นหลายมุมมากขึ้น
การฟัง การอ่าน ภาษาอังกฤษ ยังคงมี
ความจำเป็นในการฝึกอยู่ครับ
อย่างจีนก็คิดว่าเริ่มมีความจำเป็นนะ
แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องไปถึงขั้นไหน
"อยากกล่าวอะไรปิดท้ายไหมครับ?"
-อยากครับ อยากให้ท่านผู้อ่านของผมได้รับ
รู้ว่าผมขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งที่
ได้ลองอ่าน ลองติดตามกันมาครับ
ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะเป็นนักเขียน
ผมแค่พยายามและอยากที่จะเขียนไปเรื่อยๆ
ครับ การเขียนและการอ่านยังคงเป็นความ
สุขของผมอยู่ การได้แชร์ ได้ส่งต่อสิ่งดี
ที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อไปแก่สาธารณะนั้น ยัง
เป็นความตั้งใจที่ผมอยากทำและทำมันอย่าง
มีความสุขครับ
อยากให้ท่านผู้่อ่านที่ติดตามหากพอมีเวลา
เขียนมาถึงผมบ้างก็จะยิ่งดีใจมากครับ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น