วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561
จุดที่ลงมือ
หลังจากที่ผมออกไปวิ่งมาตอนก่อนเช้า
(มืด)ผมก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากสวน
สาธารณะ ขณะนั้นอากาศเย็นสบาย แต่ร่าง
กายของผมยังชื้นและอ้าวไปด้วยเหงื่อที่ยัง
ไม่หมาดจากผิวกายสักเท่าไหร่
ระหว่างทางช่วงหนึ่งที่มีหญ้ารกและป่ากฐิน
ขึ้นเต็มอยู่ข้างทางผมมองเห็นกองไฟที่เพิ่ง
ลุกติดหญ้าแห้งได้ไม่นาน เพราะมองจาก
แนวไฟแล้วยังไม่กว้างเท่าไหร่นัก
ผมกวาดตามองรอบๆบริเวณนั้นเพื่อหาอะไร
สักอย่างที่อาจจะสามารถมาดับไฟได้ แต่ก็
ไม่พบ จึงได้ตัดสินใจจอดรถโทรไปที่ ๑๙๙
สายโทรศัพท์ดังอยู่นานจนกว่าปลายสายจะ
มีเสียงของชายผู้หนึ่งพูดจาออกมาด้วยความ
งัวเงีย หลังจากนั้นผมก็ได้แจ้งเหตุที่พบเห็น
ไปให้ปลายสายได้รับทราบ เพื่อหวังว่าจะ
ให้เขาช่วยออกมาดับไฟกองนี้หน่อย
ซึ่งขณะนั้นก็เป็นเวลาราวๆตีห้า
เมื่อวางสายแล้วผมก็ได้ขี่รถกลับ
บ้านเลย ไม่ได้รอว่าจะมีใครมาดับไฟหรือ
เปล่า ในใจคิดว่าเดี๋ยวเค้าก็ส่งคนออกมา
ดับไฟ เพราะยังไงก็รับแจ้งไปแล้ว อีก
อย่างผมก็มีงานที่รอให้ทำอยู่ทุกเช้า
ระหว่างก่อนถึงบ้านนิดเดียว อีกใจหนึ่งก็
คิดว่า เสียงงัวเงียขนาดนั้นและน้ำเสียง
ระหว่างสนทนาก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะกระตือ
รือร้นรับทราบแต่อย่างไร เค้าจะมาหรือ?
หากปล่อยนานไป แล้วเกิดมีลมกรรโชก
หรือแค่พัดมาเบาๆ ไฟกองนี้ก็พัฒนากลาย
เป็นมหาเพลิงได้อย่างไม่ยากเย็นเลย
หากเป็นอย่างนั้น จะสร้างความเสียหาย
และทำให้คนส่วนมากได้รับผลกระทบแน่ๆ
คิดได้ดังนี้ก็ตัดสินใจอย่างเฉียบพลันดิ่ง
หัวรถเข้าไปที่หน้าตึก(ที่บ้าน)เอาถังสีที่อยู่
ตรงก๊อกน้ำพอดี ใส่น้ำได้เก้าลิตร กลับ
ไปที่ต้นเพลิงนั้น
ซึ่งตอนที่ผมไปถึงนั้นกองไฟได้เริ่ม
พัฒนาตัวเองเป็นกองไฟที่โตและกว้าง
กว่าตอนที่ผมพบเจอตอนแรกไปเท่าตัว
แล้ว จึงได้ดิ่งหัวรถจอดริมถนน ฝั่งกอง
ไฟ ติดเครื่องไว้เพื่อยังให้ไฟหน้ารถส่อง
เตือนรถที่จะสวนมาว่าอย่าเข้าใกล้
จากนั้นก็ไล่วักน้ำอย่างประหยัดเพิื่อดับไฟ
ไม่ให้ลามขึ้นไปบนเขา กวักไปจนน้ำหมด
ถังตัวเปลวไฟนั้นหมดไป แต่ถ่านแดงๆ
นั้นยังคงอยู่ มองหาก๊อกน้ำของชาวบ้าน
ในละแวกนั้นก็ไม่มี ดูสักพัก คาดการณ์
ได้ว่าคงไม่มีลมพัดให้ติดได้แล้วก็ขี่รถ
กลับบ้านครับ
ที่มาเล่าให้ฟังก็คิดว่ามันจะมีจุดนึง
สำหรับผมนะ จุดที่ภายในใจนั้นต่อสู้กัน
จุดที่คิดว่าจะจอดหรือไม่จอดรถลงไปเก็บ
ดีไหม เมื่อเห็นเศษไม้ตกอยู่กลางถนน
ซึ่งมองแล้วอาจจะเกิดอันตรายแก่คนอื่น
ได้ จุดที่มันก้ำกึ่งว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี
เท่าที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยเลย
ตามเลย เพราะมองว่ามันไม่ได้สำคัญ
อะไรกับเราขนาดนั้น จิตสำนึกของตัว
ผมเองนั้น ยังมีไม่มากพอ แต่พอปลาย
ปีนี้ผมตั้งใจจะทำอะไรดีๆหลายๆอย่าง
อย่างที่ได้คุยได้กล่าวไว้ไปแล้วที่ผ่านๆ
มา เหตุการณ์นี้ก็เป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ผม
มีความกล้า จะทำ แม้มันจะไม่มีใคร
มอบอะไรให้ก็ตาม เป็นสถานการณ์ที่
ทำให้ผมได้ฝึกจิตของตัวเองอีกครั้ง
ทุกครั้งหากมีโอกาส ผมจะทำครับ
ทำดีอย่างที่กษัตริย์เราเคยเป็นแบบ
อย่างให้ดำเนินรอยตามโดยที่ไม่ต้อง
บอกครับ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น