วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การเรียนรู้


    ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั้นหันเหความสนใจ
มาที่เรื่องของการเรียนตอนไหน เรียกว่า
สนใจเรียนเพราะอยากได้ความรู้จริงๆ
เพราะเท่าที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยเด็กๆจนผม
เรียนจบไปช่วงหนึ่ง ผมรู้ตัวเองเลยว่า
ผมเรียนไปก็เพื่อให้จบเท่านั้น
ไม่ได้หวังว่าจะมีความรู้อะไรเพิ่มเติมเพื่อ
เสริมทักษะให้การประกอบอาชีพเลยแม้แต่
น้อย ถึงจะมีก็แค่เอาไป "สมัครงาน"

    ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าพอผมไม่ได้สนใจที่จะ
เรียน ผมก็ทำไปแค่พอผ่าน ไม่ได้ใส่ใจอะ
ไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ไม่เข้าเรียน
การบ้านไม่ทำ โครงงานไม่สน เพราะไม่
รู้ว่าจะทำไปทำไม เพราะคิดว่ายังไง จบไป
ผมก็ไม่ได้เอาไปใช้อยู่ดี เช่น ถ้าผมรับจ้าง
ขายของก็ไม่จำเป็นต้องนั่งทำแคลคูลัส หรือ
ฝึกตะไบเหล็ก จริงไหม?
พอผมมองไม่เห็นความสำคัญของการเรียน
ก็เป็นเรื่องปกติครับ ที่ผลการเรียนมันจะออก
มาแย่ เพราะที่บ้านผมเลี้ยงดูมาแบบให้อิสระ
ทางความคิดและการเรียน อาจจะมีบังคับ
บ้างตอนเด็กๆ
แล้วก็คงไม่มีที่ไหนเค้ารับนักศึกษาต่อหรอก
ใช่ไหมครับ หากผลการเรียนไม่ดี
ชีวิตการเรียนตอนนั้นผมก็เลยจบไว้เพียงแค่
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงเพียงเท่านั้น
ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่เห็นจะได้สูงอะไรเลย
เพราะผมเพื่อให้มันจบๆไป

    คำถามของการเรียนรู้จึงอยู่ที่ว่าผมทำ
อย่างไร จึงจะสนใจ ใส่ใจ ในการเรียนรู้
เหมือนกับว่าไปถามเด็กๆว่าโตขึ้นแล้วอยาก
เป็นอะไร เด็กๆก็ตอบไป ตอบมา ได้ความ
เท่าที่เค้าเคยเห็น เคยรู้ พอผมตั้งคำถามกับ
ตัวเองแบบนี้ เน่ืองจากว่าการออกไปทำงาน
โดยมีใบผ่านขั้นแรกแค่นี้ ก็อาจจะได้งานน่า
เบื่อคล้ายๆกันแค่นี้ ผมก็ถามว่าอยากจะทำ
อะไร จุดเปลี่ยนจึงอยู่ที่ว่า แล้วผมจะไปทำ
แบบนั้น ต้องไปทางไหนก่อน ซึ่งสมัยนั้น
อินเตอร์เน็ทไม่สามารถเข้าถึงได้อย่าง
ปัจจุบันทันด่วนแบบนี้ สิ่งแรกที่จะให้ความรู้
เราได้ก็คงเป็นเพื่อนๆ จังหวะชีวิตช่วงนั้น
ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็ติดเพื่อนมากๆครับ
ช่วง 15-20 นี่กำลังสนุกสนานเลยครับ
มีเพื่อนๆหลายคนได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาต่อ
ในระดับมหาวิทยาลัย ก็แนะนำตามแบบฉบับ
ของเพื่อนแหละครับ ว่าอยากให้ไปเรียนที่
เดียวกัน ซึ่งความเป็นจริงนั้นก็คงเป็นไปไม่
ได้หรอก เพราะว่าค่าเล่าเรียนของสถาน
ศึกษาเอกชนนั้นแพงมากๆ แล้วครอบครัว
ผมก็ไม่ได้มั่งมีเงินมากมายอะไรขนาดนั้น
มีโอกาสได้เรียนต่อก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว
จึงมีรุ่นน้องอีกคนหนึ่งแนะนำไปที่มหาลัย'
รัฐที่ใกล้ที่สุด สามารถนั่งรถสาธารณะไป
ได้ ก็ไม่ได้เชิงแนะนำหรอกครับ น้องเค้า
ศึกษาอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว ก็เลยขอไปเรียนด้วย
ฮ่าๆ หลังจากนั้นผมก็ตั้งใจเรียนมากกว่า
เดิมครับ พยายามไม่ขาด สนใจในการเรียน
แต่การใฝ่รู้จริงๆก็ยังไม่เริ่มนะครับ

    ผมคิดว่าอาจจะเริ่มจากการที่ผมได้
อ่านหนังสือกระมังผมถึงได้เริ่มเบี่ยงเบน
ความสนใจต่างๆมารวบรวมอยู่ที่การเรียน
รู้อย่างจริงจัง ผมคิดว่าหนังสือมีมนต์ขลัง
ของมันนะครับ บอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร แต่
พอสัมผัสแล้วจะรู้สึกว่ามันใช่ มันคือสิ่งที่จะส่ง
ต่อสิ่งดีๆออกมาให้เราเมื่อเราได้ทำความรู้จัก
มันมากขึ้นๆ จากเล่มแรกจนผ่านไปแบบนับเล่ม
ไม่ได้ความรู้ที่คุณมีก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ซึ่งต้องพยายามจับใจความของสารที่เค้าสื่อมา
นั้นให้ได้ ก็ต้องมีความใฝ่รู้อีกนั้นแหละ

    ซึ่งท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆ
ที่อ่านมาถึงจุดนี้ได้ทราบก็จะเป็นโควตสั้นๆ
ขออนุญาติเป็นภาษาอังกฤษนะครับ
"Learn How to Learn"

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
สวัสดี

    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น