ในสถานการณ์จริงๆแล้ว ช่างต้องมุด
เข้าออกใต้รถอยู่หลายรอบเพื่อปลดเกียร์
ให้เป็นเกียร์ว่าง เพื่อให้รถนั้นเข็นได้
และก็ต้องมุดกลับไปทำให้เป็นเหมือนเดิม
เพื่อให้รถนั้นกดปุ่มสตาร์ทได้
(สตาร์ทเกียร์ว่างไม่ได้)
และพอจะขึ้นรถสไลด์ก็ต้องปลดเกียร์อีก
ลงอู่แล้วก็ต้องทำให้เกียร์เป็นปกติ
วนเวียนไปอยู่อย่างนี้หลายรอบ จนขนาด
ผมที่ยืนดูเฉยๆยังรู้สึกเหนื่อยแทน
กว่าจะถึงอู่ได้ก็เล่นเอาหัวหมุน
กันแทบแย่ พอถึงอู่ก็จัดการขึ้นลิฟท์ยกรถ
จัดการเกียร์ให้เข้าที่แบบเก่า
ปลดสายพานหาสาเหตุแห่งความวิบัติครั้งนี้
สุดท้ายก็พบว่า คอมเพรสเซอร์แอร์นั้น
เสียถึงขึ้นติดตาย ไม่สามารถหมุนได้
ทำให้เกิดแรงต้านที่สายพานหน้าเครื่อง
หมุนให้ตายยังไงก็ไม่ไป
ถึงมีไฟแรงๆที่ทำให้ไดหมุนไปได้
สายพานก็ต้องไหม้ภายในไม่กี่วินาที
(สาเหตุควันขึ้น)
ฉนั้น ปัญหาที่คิดว่าแบตเตอรี่อ่อนนั้น
ตัดออกไปได้ ไดชาร์ตไม่ชาร์ตก็ตัดออกไป
เหลือไว้เพียงคอมฯแอร์เจ้ากรรมเท่านั้น
ที่ก่อเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นมา
สรุปเอาเป็นว่า ถึงเวลามันจะเสีย
มันก็เสียเอาดื้อๆ
ทั้งที่ก็หาสาเหตุมานานอยู่เหมือนกันว่า
ทำไม่แอร์ถึงเย็นบ้าง ไม่เย็นบ้าง
สงสัยไปทั่วว่าอะไรมันเสียรึเปล่า
แต่ก็ยังไม่ได้เอาไปให้ช่างแอร์ดู
ให้เค้าหาสาเหตุจริงๆจังๆเสียที
คิดว่า ยังพอใช้งานได้ ก็ใช้ไปก่อน
สุดท้ายก็ออกดอกออกผลให้ต้องจมจ่อม
ติดปลักไปไหนไม่ได้
สร้างปัญหาให้ชาวบ้านอยู่คาแยกไฟแดง
ทราบปัญหาแล้วก็สบายใจ
มีหนทางแก้ไขไปตามปัญหาที่เกิด
ปิดจ็อปจบปัญหาภายในวันได้แล้ว
ก็รบกวนพี่ชายรถสไลด์ให้ขับไปส่งที่บ้าน
ถึงบ้านได้ก็เปิดดูโลกโซเชี่ยล
ดันเห็นภาพเหตุการณ์ของตัวเองในนั้น
ที่ถูกถ่ายรูปโดยผู้สัญจรผ่านไปมาอีกฝั่ง
แต่ข้อความเข้าใจผิดคิดว่ารถพี่ชายที่เขา
เข้ามาช่วยเหลือตอนแรกเป็นฝ่ายขับ
สวนทางมาชนรถผมกระมัง
อ่านแล้วก็งงๆว่าอะไรหนอ
ทำให้คนอีกโลกหนึ่ง เขาเข้าใจว่า
"โลกจริง" ของผมเป็นไปอย่างไร
คนไม่รู้เรื่องราวๆจริงๆก็แห่เข้ามาแสดง
ความคิดเห็นกันอย่างคนละเรื่อง
อ่านแล้วไม่เจริญใจจริงๆ
"โลกของเรา อยู่คนละมุม" กันจริงๆ

