วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปวดหัว 4

 


    ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงไม่ชอบการรอ
คอยสักเท่าไหร่

ยิ่งผลลัพธ์ของการรอคอยนั้นมันสามารถ
ตัดสินชะตาชีวิตเราให้เปลี่ยนทิศทาง
การดำเนินชีวิตไปตลอดกาล

สำหรับผม เวลานั้นแล้ว
ผมไม่มีความคิดอะไรมากมายไปกว่า
อยากไปให้พ้นๆเสียจากความทุกข์ทรมานนี้
จะให้ทำอะไรก็ยอม

อาการอ้วกและปวดหัวค่อยทุเลาลง
หลังจากฤทธิ์ยาฉีดที่คุณหมอสั่งให้ไปฉีด
ก่อนขึ้นลิฟท์มารอการทำสแกนหัวสมอง
ออกฤทธิ์ หลงเหลือไว้เพียงแต่ความ
หนาวสั่นที่ยากจะจืดจางไปในคลินิคแห่งนี้

ผ่านไปราวๆสิบห้านาทีหลังทำการสแกน
วิดีโอภาพการสแกนก็ถูกส่งเข้ามายังไลน์

ใช่ครับ ฟิลมเอ็กซ์เรย์ ก็ถูกส่งเข้ามา
ทางไลน์เช่นเดียวกัน
เหมือนกันกับที่ผมเคยมาเอ็กซ์เรย์ปอดที่นี่

แต่จะให้ดูยังไงก็คงดูไม่รู้เรื่อง
มองผาดเดียวก็อ่อนใจ
คิดจะสงสัยอะไรก็รังแต่จะทำให้ปวดหัว
มากกว่าเก่า นั่งทำใจรอผลที่คุณหมอจะ
บอกเล่ามาดีกว่า ผมไม่อยากพยายาม
มองหาสิ่งผิดปกติจนวิตกกังวลจนเกินไป

และแล้ว เวลาที่รอคอยก็เดินทางมาถึง
แม้ว่าระหว่างที่รอนั้น
คนเราจะมีความรู้สึกนับร้อยพันอย่างที่
อธิบายไม่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตา

หากคุณเคยถูกเรียกสอบสัมภาษณ์งาน
หรือถูกเชิญขึ้นเวลาไปพูดอะไรสักอย่าง
แม้กระทั่งการเดินออกไปจับใบดำใบแดง
ในการเกณฑ์ทหาร

ผมว่า ความรู้สึกครั้งนี้ก็คงจะคล้ายกัน
กระมัง
แต่ด้วยความทรมานทางกายที่รุมเร้า
ความตื่นเต้นก็ถูกกดให้อยู่เพียงแค่ระดับ
หนึ่งเพียงเท่านั้น

และแล้ว ความกังวลต่างๆก็เหมือนถูกยก
ออกไปโดยฉับพลัน
โดยผลที่คุณหมอบอกว่า
ผมไม่ได้มีอะไรผิดปกติอยู่ในหัวอันมืดทึบ
อาจจะมีเศษเล็กๆของขี้เลื่อยบ้างนิดหน่อย
ที่หมอไม่ได้เอ่ยออกมา

จากนั้นก็สั่งจ่ายยาให้ผมกลับบ้านนอน
พักผ่อน คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะหาย
เป็นปกติ เพียงเท่านี้...

จริงๆแล้วคนเราควรมีชีวิตแบบไหน?

ผมมองเห็นหลายๆอย่างมากขึ้นในชีวิต
ที่ผ่านมา ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลย
ว่าจะเป็นนู่นนั่นนี่

ผมว่า จริงๆแล้วพอคนเราอายุเยอะขึ้น
และหากว่า มองเห็นชีวิตมีคุณค่า
เราก็จะรักตัวเองมากขึ้น
มองความเป็นไปของโลกได้อย่างปกติ
มากขึ้น ไม่ดิ้นรนบ้าบอไปตามกระแส
สังคมที่นับวันจะยิ่งพลิกเปลี่ยนปลิ้นปล้อน
ไปเร็วยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

ผมยังรู้สึกดีใจเสมอ
ยามที่คิด และ รู้สึกได้เช่นนี้
ขอบคุณชีวิต
ขอบคุณทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น