"เจ้าของรถคันนี้เค้าอวดรวย"
แว่วเสียงเล็กๆของเด็กจิ๋วอายุห้าขวบที่เดิน
นำหน้าอยู่ด้านหน้า
ผมถามกลับไปเพื่อที่จะฟังประโยคที่แว่วเข้า
มาให้ชัดเจนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งเธอก็ยังยืนยันชัดถ้อยคำในประโยคเดิม
อะไรกันหนอที่ทำให้เด็กไร้เดียงสา
พูดประโยคนี้ออกมาได้
ทั้งๆที่ผมก็ไม่สอนในเรื่องราวประเภทนี้
หรือพูดแบบนี้ให้ฟังมาก่อน
แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ....
เจ้าของรถคันนั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้า
และคงจะได้ยินแบบชัดเจนเช่นกัน
ทำให้คนที่ต้องคอยอบรมให้โอวาทถึงขั้นหน้า
ชาพลางขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
หลังจากนั้นจึงหลีกตัว เดินเข้าไปภายใน
ของร้านอาหารเดียวกันกับที่พี่เจ้าของรถ
นั่งอยู่ด้านหน้านั่นเอง
ผมพยายามถามหาแหล่งที่มาของประโยค
ดังกล่าว แต่ก็ได้พบเพียงแต่ความเงียบงัน
ราวกับว่า ผมนั่งพูดกับหุ่นขี้ผึ้ง
ความกลัวผิด กลัวถูกดุด่า
เป็นเรื่องปกติของเด็ก เธอคงมิกล้าตอบ
มิกล้าพูดความจริง
ซึ่งก็คงไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
กับอีกหลายๆเรื่องที่ผิดพลาดไป
เธอและพี่สาวก็จะพากันปกปิด
ไม่ยอมเปิดเผยความจริงออกมา
นานเข้าจึงกลับกลายเป็นไม่ค่อยกล้าเผชิญ
หน้ากับความผิด และ ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ
ผมเองนั้น เชื่อเรื่องความผิดพลาดว่าเป็นหน
ทางสู่การเรียนรู้ในที่สุด
แต่การที่คนๆนึงผิดพลาดแล้วต้องถูกดุด่าว่า
กล่าว ดีมิดีอาจจะโดนฟาดเสียอีก
หากเป็นแบบนี้แล้ว เด็กที่ไหนจะกล้าผิด
กล้าทำพลาด แล้วทดลองทำอะไรใหม่ๆ
ด้วยตัวเอง
การสั่งสอนคน เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
หากเราโยนความรับผิดชอบไปที่คำว่า
สอนใครไม่เป็น หรือ
ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ไม่มีความอดทน
ไม่ยอมหาหนทางสื่อสาร
ในการสั่งสอนนั้นๆให้ดี
น่ันเป็นการหลีกหนีภาระที่ตัวเองนั้นต้อง
รับผิดชอบหรือไม่
ผมรู้สึกไม่สบายใจ
สำหรับเจ้าของรถผู้ที่ได้ยินแบบนั้น
กับเด็กจิ๋วผมคงไม่มีปัญหากับเธอหรอก
ผมรู้ว่าเธอไม่ทราบความหมายที่แท้จริงของ
ประโยคที่พูดออกมา
หรือมีสมองส่วนที่รังเกียจเดียดฉันพวกคนรวย
ขี่ฮาร์เล่ย์ ชิคาโน่ อะไรแบบนั้น
เธออาจจะแค่เลียนแบบคำพูดจากช่องยูทูป
ช่องไหนสักช่อง
ผมคงต้องพยายามสั่งสอนพวกเธอให้ดีกว่านี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น