ภาพรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านหน้าไป
มิทราบได้ว่าเป็นรถยนต์รุ่นอะไร ยี่ห้อไหน
จำไม่ได้จริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่า กระผมเองอาจจะ
มิได้ใส่ใจอะไรกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ออกมา
ประกอบกับช่วงนี้ที่รถยนต์เหล่านั้น ได้พรั่งพรูออกมา
กันอย่างล้นหลาม มากมายก่ายกองกันจนมองไม่ออก
ว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นไหน
หากเป็นสมัยก่อนหน้าที่จะมีรถไฟฟ้าจากแผ่นดินใหญ่
เข้ามากระทุ้งวงการรถยนต์บ้านเรา ผมก็ยังพอจะจำแนก
ออกได้บ้างว่า รุ่นอะไร ค่ายไหน ออพชั่นอะไรบ้าง
ทุกวันนี้บอกได้คำเดียวครับ งง
กลับมาที่รถยนต์คันดังกล่าวที่เพิ่งขับผ่านหน้าไป
มันอาจจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันหนึ่ง บรรทุกน้ำหนัก
แบตเตอรี่เกือบตัน แล่นได้ไกลกว่าสี่ห้าร้อยโล
จริง ไม่จริง มิอาจทราบได้
เท่าที่เห็นก็เพียงโลโก้เของครื่องดื่ม
ที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งถูกติดตั้งอย่างสวยงามด้านข้างรถ
ตำแหน่งที่วางไว้ค่อนมาทางด้านหลัง
ขนาดของเจ้าสัตว์(ในเทพนิยาย)ตัวนั้นก็สูงเกือบเท่า
หลังคารถคันนั้นเข้าไปแล้ว
พลันเห็นดังนั้นก็ทำให้นึกคิดอยู่ในใจว่า
หากมิใช่บริษัทของตัวเองแล้ว ความชื่นชอบขนาน
ใด ที่ทำให้เรายินยอมที่จะเอาความชื่นชอบดังกล่าว
มาติดตั้งเด่นหรา อยู่ภายยอกรถของตนเอง
อาจจะเช่นเดียวกันกับ สองชายหญิงที่กำลังนั่งเสวนา
กันภายในร้านกาแฟแห่งนี้ก็ได้
เขาและเธอสวมใส่เสื้อผ้าแบบที่มองอย่างตั้งใจก็มิอาจ
จะทราบได้ว่ามันถูกผลิตมาจากที่ไหน ยี่ห้ออะไร
เนื่องจากว่า มันไม่มีการบ่งบอกว่าตัวมันเองนั้นเป็นใคร
มากจากไหน มันแสดงแค่ความว่าเปล่าของลวดลาย
นำเสนอมาเพียงแค่สีสันของเนื้อผ้าที่มันเป็นจริงอยู่
อย่างนั้น
เงาสะท้อนตัวเองในกระจกใสฝั่งตรงข้ามเผยให้เห็นเงา
ของตัวผมเอง มันมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรในภาพ
เห็นแค่เพียงเงาดำเฉกเช่นภาพ ซิลฮูเอท ที่เคยชอบ
ถ่ายยามถือกล้องฟิลมเดินเท่ทำตัวอาร์ท
บางครั้ง ตัวตนเราอาจจะไม่จำเป็นต้องแสดงออก
ผ่านอะไรมากมายก็ได้ เราอาจจะรู้อยู่แล้วว่าอะไร
ทำให้เรานั้นเป็นเรา หรือเราอาจจะไม่จำเป็นต้องรู้
อะไรเลยก็ได้ หากมันมิได้สร้างหนทางแห่งความ
สว่าง ไขกระจ่างความต่างๆที่สงสัยให้แจ้ง
รถยนต์พาผมมาถึงจุดหมายแห่งการเดินทางแรก
ของเช้านี้นานแล้ว แต่ความคิดผมยังไปไม่ถึงไหนเลย
มันยังคงติดกับดักของความเป็นคนอยู่นี่เอง....

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น