เมื่อหัวค่ำได้มีโอกาสนั่งคุยกับพี่ที่สนิทกัน
นับเวลาคร่าวๆได้ก็คงเกือบๆยี่ิสิบปี
ที่รู้จักกันมา ไปมาหาสู่กันเสมอ
ระหว่างเรามากกว่าครึ่งเป็นการพบเจอ
ที่ถูกคั่นกลางด้วยเครื่องดื่มน้ำแข็งโซดา
"มึงรู้ไหม กูโดนไปเท่าไหร่"
เป็นคำถามที่สร้างความประหลาดใจได้
เหมือนกัน เมื่อพูดถึงการโดนคนอื่นโกง
"เงิน"
ผมรับทราบจากคนใกล้ตัว แม้กระทั่งตัวเอง
ก็ยังโดนโกงจากมิจฉาฉีพ
ระดับผมแล้วแค่หลังพัน หากเทียบกับพี่แก
แล้วระดับสองสามแสนก็คงถือว่าจิ๊บๆ
ยำคอหมูย่างกับซุปหน่อไม้นั้นจืดชืดลงไป
ทันที เมื่อเทียบกับความเผ็ดร้อนเรื่องการ
ถูก "โกง"
มิจฉาชีพยังไม่เจ็บใจเท่าลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง
ที่ทำงานด้วยกันมาอย่างซึ่งๆหน้าทำกันเอง
หากนับเป็นตัวเงินแล้วก็ถือว่าเยอะเอาการ
ผมต้องทำงานกินเงินเดือนกี่ปีกันนะ
กว่าที่จะหาเงินได้ขนาดนั้น
ชีวิตต้องมาพบเจอกับคนใจไม้ไส้ระกำทำ
กันเองได้อย่าลงคอ คิดแล้วก็เศร้า
แต่จะทำยังได้หล่ะ มนุษย์เราแม่งดำเนิน
ชีวิตกันด้วยความโลภกันทั้งนั้น
อยู่ที่ว่า ใครจะโลภมาก โลภน้อย
เห็นใจคนอื่นบ้าง หรือ ไม่สนใจอะไรเลย
เหล้าหมดแบนก็เล่าไม่หมดหรอก
แต่เวลาเรามีจำกัด
ต่างคนต่างรู้ว่าเราเหลือเวลากันอีกไม่นาน
จึงรำ่ลากันเพียงพอหอมปากคอ
แต่กลับได้เห็นใจกันมากกว่าที่เคย
คิดแต่เพียงว่า ระมัดระวังตัวเองไว้
ไม่เสียหลายเลย
เงินทอง ใครก็อยากได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น