อยู่ๆก็ตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่มีเหตุอะไร
เข้ามารบกวน ทุกอย่างยังปกติดี
เครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิคงเดิม
แสงจากหน้าต่างก็ไม่มีเล็ดลอดเข้ามา
และก็ไม่มีอาการอยากเข้าไปปลดทุกข์ใด
ในห้องน้ำ
แต่ร่างกายกลับถูกดึงกลับมายังโลก
หลังจากหลับใหลไปเพียงสี่ห้าชั่วโมง
พยายามจะข่มตานอนต่อไปสักเท่าใด
นิทรารมณ์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามา
มันอาจจะเป็นอาการที่คนแทบทุกคนเคย
ประสบ บางคนบอกไว้ว่า มันเป็นสัญญาณ
แห่งความชรา ที่ว่ากันว่า คนแก่มักจะตื่น
ขึ้นมาทำอะไรดึกๆดื่นๆเสมอ
แต่ไม่ว่าอย่างไร ความคิดก็แล่นไปทั่ว
ในขณะนั้นก็นอนพลิกตัวไปมานานนับเท่าใด
มิทราบได้ แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา
ว่ามันคงเป็นโอกาสดีแล้วแหละที่นอนไม่
หลับแบบนี้ เอาเวลานี้มากำหนดสมาธิ
ให้อยู่กับปัจจุบันดู เพราะวันทั้งวันก็แทบมิ
ได้มีเวลานั่งหรือนอนนิ่งๆแบบนี้
เฝ้าพิจารณาความคิดอยู่ที่ลมหายใจ
ประเดี๋ยวก็จะพาแวบคิดไปเรื่องอื่นๆ
ต้องใช้ความพยายามหลายต่อหลายหน
ดึงมันกลับมา เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง
นับไม่ถ้วน
แต่แล้วดวงตาก็เริ่มจับแสงบางอย่างได้
มันคือดวงดาวยิบยับสีม่วงเหมือนตอนที่เรา
หลับตาแล้วยังคงเพ่งมองอะไรสักอย่างอยู่
อาการนั้นวูบวาบไปมา ใจก็ยังคงรับรู้ถึง
การเตือนตัวเองให้อยู่กับลมหายใจ
สุดท้ายก็ม่อยหลับไปอีกครั้งจนได้...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น