วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2567

พักผ่อนบ้างก็ดีนะ

 



    ระหว่างในโต๊ะอาหารค่ำที่เพียบพร้อมไปด้วย
ความสรวลเสเฮฮา ดั่งวันรวมญาติเกือบๆยี่สิบคน
คลอเคล้าไปกับบรรยากาศ ทริปที่เพิ่งเดินทางมาถึง
หมุดหมายภายในวันเแรก

พี่ไม่เหนื่อยหรอ?”

    เป็นคำถามที่ผมต้องเอากลับมาครุ่นคิดอีกครั้ง
หลังจากที่รุ่นน้องในกลุ่มมอไซค์ได้ยินว่าผมจะขี่รถ
กลับ โดยไม่นอนค้างคืน
    ซึ่งประกอบกับวันนี้ที่ได้ขี่มาแล้วร่วม 400 กม
ตั้งแต่สายๆจนถึงเย็น

    คำถามแรกในหัวผมคือ ความเหนื่อยคืออะไร
หากเป็นอาการเหนื่อยล้าทางกาย ปวดเมื่อย ไม่ค่อย
มีแรง(บางจังหวะ) อยากนอนพัก อันนี้ก็ต้องบอกว่า
เหนื่อยสิครับ

แต่ครับ แต่...
แต่ แต๊ แต๋

    จิตใจเรารับรู้ความเหนื่อยได้ไม่เท่ากัน บางคน
เหนื่อยง่าย ทำอะไรนิดหน่อยก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยแล้ว
จะให้ออกไปวิ่งห้าโลสิบโล ขอยอมตายเสียดีกว่า
อะไรแบบนี้

    บางคนแค่เจ้านายโทรมาเร่งงานที่แทบจะทำ
ไม่ทันก็เหนื่อยอีก เหนื่อยใจหว่ะ อันนี้เหนื่อยหน่าย

    บางคนแม่งใช้ชีวิตราวกับมนุษย์เหล็ก มึงไม่
รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยบ้างหรือไง เห็นๆทำงานอยู่
แวบๆโผล่ไปปีนเขา อยู่ๆก็ไปคว้าเหรียญมาราธอน
ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

    ด้วยความเคยชินกับคำถามที่น้องมันถามมา
ก็ต้องรีบตอบกลับไปว่า 
เหนื่อยแหละ แต่ชิน
แล้วมั้ง ใช้แรงมาตลอดตั้งแต่เด็ก

    แต่สิ่งที่ให้เอากลับมาคิดคือว่า คนบางคน
ร่างกายไม่ครบสามสิบสองเสียด้วยซ้ำ
แต่ทำไมยังสามารถทำกิจกรรมที่เหนือกว่าคนทั่วไป
ได้โดยไม่คาดฝัน

    ทำไมความทรหด ถึก ทน รถชนไม่ตาย เดิน
ข้างควาย ควายยังยอมแพ้ เกิดขึ้นมาจากไหน?

    อยู่ดีๆพระเจ้าก็ดลบันดาลให้ผู้คนเหล่านี้มี
กรรมที่ต้องใช้แรง ใช้ความพยายามพิสูจน์ความ
สามารถอันไร้สาระที่คนอื่นๆมองเข้ามาหรืออย่างไร

    บางครั้งผมก็สงสัยจริงๆว่าเราทำไปทำไม
ทำไมกูไม่ใช้ชีวิตสบายๆแบบคนอื่นๆเขาบ้าง

    ซึ่งเอาจริงๆแล้ว บางทีเราก็ตอบคำถาม
ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน มันคงมีอะไรมากมายหลาย
อย่างเกินกว่าจะเอามาผสมกันแล้วจุดประกาย
ให้มัน ตู้มมม ออกมาเป็นคำๆเดียว

มันคงอยู่ที่ความรู้สึกแหละมั้ง
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณเหนื่อยบ้างไหม
พักผ่อนบ้างก็ดีนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น