สัปดาห์ก่อนระหว่างนั่งเช็ดเครื่องไม้เครื่องมือ
ประแจต่างๆ หลังจากซ่อมรถขุดตีนตะขาบ กันจนหาย
ป่วยไข้ไร้อาการตัวร้อนกับลูกน้อง
“เมื่อก่อนไฟเนี่ยลุกหลังรถเลยพี่”
ผมฟังไปพร้อมกับมองไปที่ตัวรถดังกล่าว
“มันลุกได้ไงว่ะ รถดีเซล” ผมถามไปด้วยความสงสัย
ด้วยความเข้าใจว่าน้ำมันดีเซลมันจุดระเบิดจากแรงอัดที่
มีส่วนผสมของน้ำมันและอากาศที่ลงตัวกันในกระบอกสูบ
ต่อให้เอาดีเซลมาจุดกับไฟแช็ค ก็ยากที่จะติดพรึ่บพรับ
เหมือนน้ำมันเบนซิล
“แล้วทำไงว่ะ”
ผมว่าอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่
“ช่วยกันเอาน้ำสาดดิพี่”
สองมือดำเมี่ยมใต้ก็อกน้ำถูกันไปมาจนฟองหายไป
มันเป็นจุดที่กระตุกความคิดให้เปลี่ยนไปว่ารถเครื่องยนต์
ดีเซลก็สามารถไฟลุกได้จากเหตุปัจจันอื่นๆนอกจากตัว
น้ำมันเอง ซึ่งผมเองนั้นอาจจะคิดน้อยไปหน่อย
แต่ก็ฟังๆลูกน้องมันไว้ เอาความรู้
ซึ่งจะว่าไปแล้ว สังคม วัฒนธรรมของเราเองนี่แหละ
ที่หล่อหลอมความประหยัด การซ่อมแซมเครื่องจักรกล
ต่างๆให้พอใช้งานได้
มิได้ช่วยกันให้คำนึงถึงความเป็นไปได้อื่นๆ เช่น
ความปลอดภัย มลภาวะ ฯลฯ
เราคิดเพียงแค่ทำให้มันใช้งานได้ไปก่อน
ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร มีผลกระทบกับอะไรบ้าง
อนาคตมันจะส่งผลกระทบอะไรมั้ย อย่าเพิ่งไปคำนึง
เอาความต้องการของตัวเองให้รอดไปก่อน แก้ไขงาน
เฉพาะหน้าให้ลุล่วงไปวันๆก็ลำบากแล้ว
ผ่านมาวันนี้เพิ่งรู้สึกว่า หากเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับความ
ปลอดภัยของคนอื่น เราควรคิดให้รอบด้านมากขึ้น
ระมัดระวังให้มากขึ้น อย่าปล่อยให้ความมักง่ายส่วนตัว
หรือการเอาตัวรอดไปวันๆมาเป็นข้ออ้างในการทำงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น