วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ฟังมาเล่าต่อ

 


    วันก่อนฟังรายการของคุณเอ๋ นิ้วกลม
หัวเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันอะไรประมาณนี้ครับ
จับใจความได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เหตุเพราะขับรถไป
ฟังไป หยุดรถเติมน้ำมันบ้าง มีงานโทรเข้ามาบ้าง

    แต่ก็ยังพอมีเนื้อหาที่ฟังเข้าใจอยู่บ้างแหละ(มั้ง)
ว่ากันว่า มนุษย์เราแข่งขันกันตั้งแต่ยังไม่เกิด
แข่งกันในยีนส์ ในดีเอ็นเอ ในการปฎิสนธิ นู่นครับ
จึงมีคนมักจะบอกกันว่า กว่าจะเกิดเป็นตัวเรานั้น
มันไม่ใช้เรื่องง่ายๆเลย แล้วใยเจ้าจะไม่ใช้ชีวิตที่
เหลืออยู่ไปในทางที่ดี บลาๆๆ ว่ากันไปครับ

    กลับมาที่ปัจจุบันขณะกันดีกว่าครับ เป็นที่ที่มอง
เห็นได้ทั่วไปตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอนว่ามันเป็นเรื่อง
ปกติเลย สำหรับการแข่งขันต่างๆ
    เราตื่นมาก็พบกับเวลาที่มักจะเดินนำหน้าไป
ตามเท่าไหร่ก็ยิ่งรีบ ยิ่งเร่งตัวเองเข้าไปใหญ่
    ตลอดจนเข้านอนก็ยังมีหลายแอพฯหลายราย
การแข่งกันดึงดูดเวลา หันเหความน่าสนใจของเรา
ออกไปเรื่อยๆ

    ในกิจกรรมทางธุรกิจ การแข่งขันถือว่าเป็น
เรื่องที่ดี มันทำให้เกิดการพัฒนา รีดประสิทธิภาพ
ในด้านต่างๆออกมาไม่มีสิ้นสุด ตั้งแต่ยานยนต์ไปจน
ถึงอวกาศ แม้กระทั่งลงลึกไปในอะตอมหรือปัญญา
ประดิษฐ์

    เรื่องที่จำได้แม่นเลยคือ เรื่องที่พี่แท๊ป รวิศ
ผู้บริหารผู้พลิกแบรนด์ศรีจันทร์ขึ้นมานั่นแหละครับ
เล่าว่า ในโรงงานถลุงเหล็กแห่งหนึ่ง ที่ทำงานกัน
เป็นกะ มีกะเช้า กับ กะดึก ซึ่ง ผจก.ก็ประสบกับ
ปัญญาการผลิตตกต่ำ ไม่เข้าเป้า จึงคิดหาทางที่จะ
ทำให้คนงานในโรงงาน ร่วมมือกันผลิตเหล็กออก
มาให้ได้มากขึ้น

    เย็นวันหนึ่งจึงได้เดินเข้าไปในโรงงานเพื่อ
พบกับหัวหน้าคนงานก่อนเลิกงานกะเช้า แล้วถาม
กับหัวหน้าว่า "วันนี้ถลุงเหล็กได้กี่ตัน?"และได้ให้
หัวหน้าคนงานนั้น นำชอล์กมาเขียนตัวเลขที่ถลุงได้
ลงไปที่พื้นให้คนงานกะดึกมองเห็นได้อย่างชัดเจน
    พอหัวหน้างานกะดึกในวันนั้นมาทำงาน ก็เห็น
ตัวเลขดังกล่าว จึงสอบถามไปยังคนงานก็ถึงได้รับ
ทราบว่าเป็นตัวเลขที่กะเช้าทำได้ ได้ยินดังนั้นจึง
หมายจะเอาชนะกะเช้าให้ได้ จึงเรียกแจ้งต่อคน
งาน และก่อนเลิกงานก็ได้ให้คนงานลบตัวเลขแรก
ออกไป และเขียนที่พวกเขาทำได้มากกว่าลงไป
    พวกเขาแข่งกันจนขีดความสามารถในการ
ผลิตแต่ละกะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยการกระตุ้น
ให้แข่งขันกันเองจาก ผจก.เพียงครั้งเดียว

    มันคงจะดีหากเราคิดที่จะแข่งกันพัฒนาแบบ
เรื่องข้างต้น ในบางครั้ง เราแข่งกันแบบเอา
เป็นเอาตาย ไม่คำนึงถึงอีกฝ่าย

    ซึ่งในบางครั้ง เราอาจจะหลงลืมไปว่า เรา
กำลังแข่งกันไปเพื่ออะไร?

    เพื่อทิ้งอีกคนไว้หลังเส้นชัย หรือเพื่อเรียนรู้ว่า
สิ่งใดมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับเรา และอนาคต.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น