วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เย็นนี้รู้กัน

 



ฝนตกชุกหน่อยครับช่วงนี้
งานบางคนก็ลำบากหน่อย
งานบางคนก็ดีหน่อย

แน่นอนว่ามักจะเป็นผลดีกับเกษตรกร
เสียเป็นส่วนใหญ่ พืชผลที่ไถหว่านลงแปลงไป
มีโอกาสเจริญงอกงาม มี "ความหวัง" ว่า
ผลผลิตคงจะพอแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นรายได้
ยังชีพให้รอดตายต่อไป

ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่นี้เป็นเวลาเกือบๆจะบ่ายโมงแล้ว
เบื้องหน้าเป็นวิวสะพานยกระดับของทางรถไฟ
ความเร็วสูงมีทิวเทือกเขาเป็นฉากหลัง
ประดับด้วยองค์พระขาวเด่นอยู่บริเวณกึ่งกลาง

หยาดฝนเพิ่งจะซาเม็ดหนาไปไม่นานแต่ก็ยังโปร
ยละอองเล็กจิ๋วปลิวอยู่ให้สังเกตุเห็นร่องรอยที่
แอ่งน้ำกระเพื่อมไหวยามตกกระทบ

เครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟ ณ สถานีบริการ
น้ำมันทำงานได้เป็นอย่างดี ดีจนมือผมแทบแข็ง
คงเป็นเพราะอากาศภายนอกนั้นเย็นและชุ่มฉ่ำ
ไปจากฝนที่ตกลงมาเมื่อครู่ก่อนเที่ยง

นั่งเขียนอะไรไปเรื่อย หูก็แว่วได้ยินเสียงพนักงาน
ที่ร้านคุยกันอย่างตื่นเต้นว่า
ลูกค้าที่มานั่งทานกาแฟเมื่อครู่ หยิบยื่นลอตเตอรี่
ให้ไว้จำนวนห้าใบเท่ากับจำนวนพนักงานพอดี

ครับ ลูกค้าท่านนั้นเป็นพ่อค้าลอตเตอรี่แผงลอย
ที่คอยเร่ขายไปตามสถานที่ต่างๆ

หากแต่พิจารณาผาดๆด้วยตัวเองแล้ว
ผมก็ขอบอกว่าหากเขานั้นมิได้หอบเอาแผง
ลอตเตอรี่มาด้วย
ก็คงจะคิดว่าเป็นวัยรุ่นนักท่องเที่ยวทั่วไป
ไม่มีเค้าลางเครื่องแบบเหมือนกับพ่อค้าแม่ค้า
ลอตเตอรี่ที่เราพบเจอกันทั่วๆไปเลยแม้แต่น้อย

คิดๆดูแล้วก็รู้สึกแปลกดีนะครับ
เป็นผมคงจะดีใจอยู่แล้วหากมีใครหยิบยื่นอะไร
มาให้สักอย่าง

แต่ด้วยความเป็นลอตเตอรี่นี่สิ
ผมคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งของ
แต่มันคือ "ความหวัง"
และไอ้เจ้าความหวังนี่เองที่นำพาหลายๆอย่าง
เข้ามาในชีวิตเรา
ไม่ว่าจะเป็น "ความสมหวัง" หรือแม้แต่
"ความผิดหวัง"

"ชีวิตเราต้องมีความหวัง"
ผมพูดกับพี่ชายที่นับถือกันหลังจากซิ่งมอไซค์
ไปหาแกเมื่อเช้าที่ร้านกาแฟของเขาแถวๆ
คลองม่วง พอมาถึงบัดนี้
คำๆนั้นก็กลับมากระตุกความคิดผมอีก

เอาจริงๆผมก็รู้ว่าไม่ควรจะไปคาดหวังอะไรกับ
ลอตเตอรี่ ซึ่งคำนวณความน่าจะเป็นแล้ว
การขับรถเดินทางไปข้างนอก
มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าถูกหวยเสียอีก

แต่จะทำไงได้หล่ะครับ
หากมีคนหยิบยื่นให้มาโดยไม่ได้บีบบังคับเอา
สตางค์ของเราแม้แต่บาทเดียว
เป็นผมเองก็คงต้องรับเอาไว้...

แม้จะรู้ว่าสี่โมงเย็นวันนี้
มันจะแปรเปลี่ยนเป็น "ความผิดหวัง"
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น