เป็นเวลากว่ายี่สิบวันแล้วที่ผมเองต้องมาที่นี่
แทบทุกวัน จะขาดไปหนึ่งวันก็คงเป็นวันที่หยุดทำงาน
ประจำครึ่งเดือน
ณ เวลานี้ผมกำลังนั่งเหม่อมองผู้ร่วมงานที่กำลัง
ทำงานแข่งขันกับเวลาภายใต้เต้นท์ผ้าใบ 5x10 ชิดร่ม
เงาของต้นนนทรีขนาดย่อมสามต้น บนพื้นที่เต็มไปด้วย
น้ำและโคลน
ผิวพื้นดินชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงติดต่อกันมาเกิน
สัปดาห์ แม้ว่าจะขุดดินลงไปลึกเท่าไรเนื้อดินก็ยังคง
เจือไปด้วยน้ำที่ซึมลงไป
อุปสรรคมากมายที่ไม่คาดคิดเกิดได้เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นหินขนาดเขื่องวางตัวขวางงานฐานราก
อยู่หลายหลุมจนต้องใช้บริการเพื่อนร่วมวงการให้นำรถ
ตีนตะขาบติดหัวเจาะกระแทกเข้ามาช่วยสกัดออก
งานขนถ่ายดินที่เฉอะแฉะหนึบหนับราวกับตังเม
และรถที่ใช้วิ่งขนถ่ายนั้นเกิดคลัชหมดวิ่งไม่ไปขึ้นมาใน
วันที่สอง
หากวันไหนพื้นเละมากรถบรรทุกคันน้อยก็จะวิ่งหนี
แรงดึงของพื้นดินที่ชื้นแฉะไปไม่ได้
ปัญหานานับประการหลั่งไหลกันเข้ามา....
แต่อย่างไร งานก็คืองานที่ต้องดำเนินต่อไป
เพื่อแข่งขันกับเวลา แม้จะเกิดปัญหา เราก็พยายาม
ช่วยกันแก้ ร่วมกันหาทางออก เพื่อให้ทันเส้นตายที่
กำลังเดินใกล้เข้ามา
“กินทีละคำ ทำทีละอย่าง” ยังคงเป็นประโยคที่
สัมผัสได้ถึงความมีสติ บอกให้เราค่อยๆคิด ค่อยๆทำที
ละเปาะ อย่ามัวแต่ไปกลัดกลุ้มกับปัญหาในภาพใหญ่
ฝนยังคงโปรยปรายแม้ได้เวลาเลิกงานแล้วและ
คาดว่าอีกหนึ่งถึงสองวันข้างหน้าก็คงจะยังไม่หายไปไหน
แต่เรายังพอมีเวลา
ทุกๆปัญหา ที่เข้ามา สอนให้เราหาทางแก้ไข มิใช่
ด่าทอและเราเชื่อว่ามันมีทางออกเสมอ ไม่ทางใด
ก็ทางหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น