วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2567

ทำทีละอย่าง

 




    เป็นเวลากว่ายี่สิบวันแล้วที่ผมเองต้องมาที่นี่

แทบทุกวัน จะขาดไปหนึ่งวันก็คงเป็นวันที่หยุดทำงาน

ประจำครึ่งเดือน


     เวลานี้ผมกำลังนั่งเหม่อมองผู้ร่วมงานที่กำลัง

ทำงานแข่งขันกับเวลาภายใต้เต้นท์ผ้าใบ 5x10 ชิดร่ม

เงาของต้นนนทรีขนาดย่อมสามต้น บนพื้นที่เต็มไปด้วย

น้ำและโคลน


    ผิวพื้นดินชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงติดต่อกันมาเกิน

สัปดาห์ แม้ว่าจะขุดดินลงไปลึกเท่าไรเนื้อดินก็ยังคง

เจือไปด้วยน้ำที่ซึมลงไป


    อุปสรรคมากมายที่ไม่คาดคิดเกิดได้เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นหินขนาดเขื่องวางตัวขวางงานฐานราก

อยู่หลายหลุมจนต้องใช้บริการเพื่อนร่วมวงการให้นำรถ

ตีนตะขาบติดหัวเจาะกระแทกเข้ามาช่วยสกัดออก


    งานขนถ่ายดินที่เฉอะแฉะหนึบหนับราวกับตังเม

และรถที่ใช้วิ่งขนถ่ายนั้นเกิดคลัชหมดวิ่งไม่ไปขึ้นมาใน

วันที่สอง


    หากวันไหนพื้นเละมากรถบรรทุกคันน้อยก็จะวิ่งหนี

แรงดึงของพื้นดินที่ชื้นแฉะไปไม่ได้

    ปัญหานานับประการหลั่งไหลกันเข้ามา....


    แต่อย่างไร งานก็คืองานที่ต้องดำเนินต่อไป

เพื่อแข่งขันกับเวลา แม้จะเกิดปัญหา เราก็พยายาม

ช่วยกันแก้ ร่วมกันหาทางออก เพื่อให้ทันเส้นตายที่

กำลังเดินกล้เข้ามา


    กินทีละคำ ทำทีละอย่างยังคงเป็นประโยคที่

สัมผัสได้ถึงความมีสติ บอกให้เราค่อยๆคิด ค่อยๆทำที

ละเปาะ อย่ามัวแต่ไปกลัดกลุ้มกับปัญหาในภาพใหญ่


    ฝนยังคงโปรยปรายแม้ได้เวลาเลิกงานแล้วและ

คาดว่าอีกหนึ่งถึงสองวันข้างหน้าก็คงจะยังไม่หายไปไหน

แต่เรายังพอมีเวลา

    ทุกๆปัญหา ที่เข้ามา สอนให้เราหาทางแก้ไข มิใช่

ด่าทอและเราเชื่อว่ามันมีทางออกเสมอ ไม่ทางใด

ก็ทางหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น