หลังจากนั้นไม่นาน งานกรุผ้าหลังคาที่คิดไว้
ว่าจะลงมือดำเนินการด้วยตัวเองก็ต้องถูกพัก
เอาไว้ก่อน
เนื่องจากมีอีกโปรเจ็คหนึ่งที่มีความสำคัญกว่า
สอดแทรกเข้ามา
ย้อนความไปช่วงปลายปีที่แล้ว
อันเป็นสาเหตุของความเร่งด่วนที่เข้ามาครั้งนี้
เวลานั้นราวสองทุ่ม ฝนโปรยปรายไม่หนักหนา
แต่ถนนมิตรช่วงกลางดงที่เป็นเส้นตรงยาวราว
แปดกิโลเมตรก็ชุ่มไปด้วยน้ำอยู่ทุกเส้นทางแล้ว
ขณะนั้นผมควบอิย้อยกลับมาจากเมืองสระบุรี
แล้วเกิดอุปัทวเหตุจากเลนกลาง
หัวรถเสียหลักเสือกเข้าไปหาการ์ดเรล
((Guard Rail)แผ่นเหล็กสองลอนยึดอยู่กับ
เสาเหล็กความสูงไม่เกินเอวที่ทำหน้าที่คล้าย
กับตัวซับแรงไม่ให้รถหลุดออกจากทางแต่มันก็
ช่วยได้เพียงแค่ความรุนแรงพอประมาณเท่านั้น)
กระแทกจนมุมหน้าฝั่งขวายับยู่ไปแล้วกระดอน
ออกมาหมุนกลับทางร้อยแปดสิบองศา
หันหน้ารอรถที่จะวิ่งตามมา อยู่ที่เลนกลาง
แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไรหนักหนาซ้ำเติมไปกว่านั้น
สาเหตุจากที่ผมสันนิฐาน คือ เบรคของรถที่มี
อาการดึงขวาเวลาเบรคหนักๆเป็นทุนเดิมอยู่
ก่อนแล้ว(รถเก่ากว่าสิบปี) ประกอบกับความ
ชื้นแฉะจากฝน คงทำให้คาลิเปอร์เบรคทำงาน
ไม่เท่ากัน ตอนนั้นผมไม่ได้เบรคหนักอะไรเลย
เพียงแค่เห็นไฟท้ายรถคันหน้าไกลๆราว
สามร้อยเมตรแตะเบรค ผมจึงชะลอสัมผัสเบรค
เพียงแผ่วเบาเท่านั้นสาบานได้
แต่คงเป็นคราวเคราะห์ที่ต้องหมุนติ้วเสียเงิน
เป็นแสนๆในการซ่อมรถไป โชคดีที่บริษัทประกัน
เขารับหน้าที่ตรงนี้ไป
ซ่อมเสร็จ อาการดังกล่าวก็ยังค้างคาอยู่
ไม่ห่างหายไปไหน คิดว่าไว้ว่าคงเป็นที่ลูกสูบ
ในก้ามปูเบรค ที่เราเรียกทับกันไปว่าคาลิปเปอร์
(Brake Caliper) นั่นแหละ
จึงได้มองหาทางที่ปรับปรุงดูแลในส่วนนี้ให้ดีขึ้น
อย่างน้อยก็ให้รถมันวิ่งไปตรงๆเวลาเบรคแรงๆ
ก็เป็นความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินแล้ว
ซึ่งเวลาที่กำลังไตร่ตรองเรื่องผ้าหลังคาหลัง
วันฝ้าฝนนั้น ในตลาดของมือสองมีชุดเบรคที่
หมายตาต้องใจเอาไว้ประกาศขายอยู่พอดี
จึงได้หาซื้อมาติดตั้งเข้าไปก่อน ซึ่งพอติดตั้ง
เสร็จภายในเวลาหนึ่งวัน
อีกวันจึงได้ออกไปทดลองใช้งาน
รถยุโรปพุ่งทะยานไวปานวอก วิ่งซอกแซก
ซ้ายขวาไปตามช่องทางที่พอจะมีให้ไปได้
อย่างลืมเบรค
ครั้นออกไปจากตัวเมืองได้ล่วงเข้าสู่ถนน
มิตรภาพ ก็ลิงโลดราวกับปลาที่หลุดออกจากข้อง
กระโดดลงแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว
จู่ๆก็มีอาการแปลกๆเกิดขึ้นให้ความตื่นเต้น
ระคนตกใจทำอะไรไม่ถูกเกิดขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเกิดเสียงแตกของอะไรสักอย่างเบาๆ
ดัง ปุ้ง หน้าจอแจ้งว่าความร้อนขึ้น ให้ขับช้าลง
ด้วยความกังวลใจจึงเลี้ยวเข้าปั้มใบไม้เขียว
ข้างทาง ใกล้จากปากช่องเพียงนิดเดียว
เบรคก็ยังไม่ร้อนถึงจุดที่จะทดลอง
กลับมาต้องประสบภัยใหม่อีก
โถ่ว อิย้อย มึงไม่คิดจะให้กูได้เอาเวลาไปทำ
อะไรบ้างเลยรึไง หรือว่าเห็นกุชอบงานซ่อมบำรุง
ก็เลยคิดจะสั่งสมประสบการณ์บ่มเพาะให้กุเป็นช่าง
เครื่องยนต์รึ
ผมคิดรำพึงรำพัน แต่พันลำไม่มี
หลังจากจอดรถแล้วก็ติดเครื่องเดินเบาไว้
ทำตามสูตรของคนรถเสียไว้ก่อน คือ เปิดฝา
กระโปรงหน้ามุดดู โชคดียังพบเครื่องยนต์ตั้ง
ตระหง่านอยู่ที่เดิมของมัน ไม่หลุดหายไปไหน
เปิดไฟฉายจำลองจากโทรศัพท์ส่องหาความผิดปกติ
อยู่พักใหญ่ ไอร้อนจากเครื่องก็ถูกพัดลมไฟฟ้าดูดเป่า
ขึ้นมาปะทะหน้าตาจนต้องเงยหน้าหนี
แต่แล้วก็ต้องชะงักกึกอีกที ในครั้งหนึ่งที่ส่องไป
บริเวณหน้าสายพานเครื่อง
พบรอยน้ำมันแตกกระจาย เปลอะเต็มไปทั่วบริเวณ
.....