เดินทางกลับมาสู่ห้องแห่งความงุนงงกันอีกรอบ
ผมนั่งมองผ้า กระป๋องกาว กระดานแผ่นหลังคา
พร้อมกับตัดสินใจว่า จะขอดื้อ ทดลองเอาที่มีอยู่
นี่แหละ แปลงร่างให้มันเป็นอาจารย์ หรือเรียกกัน
ว่าประสบการณ์โดยตรงเองเลย
มันจะเสียหายย่อยยับแค่ไหนก็ช่างมัน
อย่างมากก็แค่หาซื้อแผ่นหลังคาใหม่ บุใหม่
รื้อประกอบอีกรอบ ตีค่าเป็นเงินก็คงราวหมื่น
แต่คุณค่าของประสบการณ์คงมากกว่านั้น
ผมคิดได้ดังนี้ จึงตัดสินใจที่จะทำมันทั้งหมด
ด้วยตัวเอง(อีกครั้ง)
ทดลองเอากาวพ่น เศษผ้าติดกับแผ่นหลังคาดู
สักเล็กน้อยก่อน ปรากฏว่า หากพ่นกว่าเยอะเกินไป
สเปรย์กาวนั้นก็จะซึมขึ้นมาบนเนื้อผ้า ทำให้ดูไม่
สวยงาม ทางที่ดีควรพ่นให้น้อยลงแต่ใครจะไปรู้หล่ะ
ว่ามันน้อยเกินไปหรือไม่
อยากรู้ก็ต้องลอง....
ด้วยเป็นคนชอบที่จะอยากรู้นู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย
ตามแต่ใจจะสนในเวลานั้นๆจะนำพา เรื่องราวในชีวิต
ของผมส่วนใหญ่บางทีก็หมดไปกับการทดลองอะไร
เล่นๆไปนี่แหละครับ บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้
แต่ก็เป็นเวรกรรมแต่ปางไหนก็มิทราบได้ ต้องให้
ตัวเองนั้นตัดสินใจทำอะไรลงไปแบบนี้
ดื้อไงครับ....
นั่งหลังขดหลังแข็ง ค่อยๆพ่นกาวไปทีละฝ่ามือ
บรรจงติดไปเรื่อยๆ ทำไปทำไมอยู่สองวันก็ติดเสร็จ
ยืนมองดูฝีมือตัวเองก็กระยิ้มในใจว่ามันก็ไม่เลวอย่าง
ที่คิดๆไป
ระหว่างจะเอารถเข้ามาจอดประกอบหลังคาก็ทำการ
รื้อช่วงหน้า ทำความสะอาดคราบน้ำมันที่เลอะเทอะ
เต็มไปหมดให้สะอาดเสียก่อน มิเช่นนั้นปัญหาอีก
หลายอย่างจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นปั้มน้ำไฟฟ้า
อาจจทำงานผิดพลาดจากความลื่นของน้ำมันที่เปื้อน
ลูกรอกด้านหน้า สายพานก็อาจจะลื่นน้ำมัน ทำให้
การหมุนต่างๆที่อาศัยสายพานนั้นทำงานได้อย่างไม่
เต็มที่ มีแต่ผลไม่ดี จึงต้องดำเนินการก่อน
ล้างเสร็จก็เอาเข้ามาประกอบอีกราวๆชั่วโมงกว่าๆ
ก็เป็นอันเสร็จสิ้นงานหลังคาที่ยืดเยื้อมานาน
แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะติดทนไปนานแค่ไหน
ดีไม่ดี ป่านนี้มันคงกำลังห้อยลงมาอีกก็ได้ ใครจะรู้
หากมีเงินก็ไปจ้างเขาครับ
อย่าไปตระหนี่ถี่เหนี่ยวเกินไปอย่างข้าพเจ้า
ถึงอย่างไรแล้ว หากมันจะเสียหรือไม่สวยงาม
มันก็ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความสุขของผมเอง
มีเงินก็ซื้อไม่ได้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น