วันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ยี่สิบเก้ากุมภาพันธ์
วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
สุขง่ายๆ
วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ความสำเร็จ
วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ความขัดแย้ง
วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
สามนาที
วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ความไวเทคฯ
วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ความมุ่งมั่นของโย(หก)
วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
ความมุ่งมั่นของโย(ห้า)
วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567
วันขอบคุณ
ไม่ต่างกับวันนี้ กับงานซ่อมแซมฝ้าเพดาน ซึ่งอยู่ใน
ระยะเวลารับประกันผลงาน
ตอนแรกคาดไว้ว่าจะเสร็จงานจากที่นี่ก่อนเที่ยง
แล้วเดินทางกลับไปหาอะไรกินแถวๆบ้านเช่นทุกวัน
แต่ทุกอย่างๆไม่สมควรเป็นไปตามคาดเสมอ
อย่างที่สิ่งที่แน่นอนของชีวิตเราคือ "ความไม่แน่นอน"
มื้อเที่ยงของวันนี้จึงกลายเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ
ริมถนน เว้นระยะห่างด้วยคันคลองระบายน้ำท่ามกลาง
กลุ่มต้นสักวัยละอ่อน ซึ่งสามารถนำรถยนต์มาจอดใต้ร่ม
เงาได้พอประมาณ
หลังจากเดินลงจากรถ ผมสังเกตุด้านบนหลังคาของร้าน
มีป้ายเขียนไว้ว่า ผัดไท สุกี้ อาหารตามสั่ง ก้มหน้ามอง
ทางเดินเข้ามาในร้าน และได้พบกับพี่เจ้าของร้านเดิน
ตรงมารับบริการสอบถามความอยาก ความหิว ว่ามื้อนี้
ต้องการอาหารแบบไหนไประงับอาการ
ซึ่งเอาจริงๆเวลาคิดว่าจะกินอะไรวันๆหนึ่งเป็นสิ่งที่สร้าง
ความลำบากใจให้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวเช้า กลางวัน
เย็น หากไม่เชื่อลองไปถามแม่บ้านที่ทำกับข้าวดูสิครับ
ว่าวันนี้ทำอะไรกิน..
ดังนั้น ผมจึงตัดภาระของสมองออกด้วยการสั่ง ผัดไท
ซึ่งอ้างอิงจากป้ายด้านบน คิดเอาเองว่าคงเป็นของชูโรง
ของทางร้านกระมัง
ระหว่างนั้นก็เมียงมองหาที่นั่งแล้วเดินไปวางกระเป๋า
สัมภาระ พี่สาวเจ้าของร้านก็หยิบแก้วใส่น้ำแข็งยื่นให้
ระหว่างที่ผมเดินไปหยิบน้ำขวดออกจากตู้แช่
ไม่นานเกินรอ อาหารเดินทางมาถึงพร้อมเครื่องเคียง
ซึ่งบอกตรงๆเลยว่า ผมไม่ใช่นักชิม นักกินอาหาร นักวิจารณ์
และไม่ค่อยมี หรือ ไม่เคยได้ศึกษาหาความรู้เรื่อง อาหาร
การกินมาก่อน
ถ้าพอจะทำอะไรกินเองได้ ก็คงไม่พ้น ทอดไข่ กับ ผัด
กระเพราะหมู แต่ครั้งน้ีผมตั้งใจที่จะพยายามใช้สมาธิเปิด
สัมผัสต่างๆระหว่างทาน มีสติระหว่างกิน ใช้ความรู้สึก
ของฟัน ลิ้น รับรสชาตอาหารด้วยสติ ก่อนที่จะกลืนลงไป
แรกเริ่มผมได้พบว่า หน้าตาอาหารที่พี่สาวตั้งใจทำมาให้
นั้นถูกตบแต่งหน้าตามาเป็นอย่างดี ไม่ต่างอะไรกับร้าน
อาหารที่อยู่ตามศูนย์การค้าต่างๆเลย ซึ่งอันที่จริงตำแหน่ง
ที่ตั้งตรงนี้ห่างจากตัวอำเภอราวๆยี่สิบ กม. มองรอบข้าง
แล้วถือว่าเป็นเขตชนบทเลยทีเดียว พื้นที่บริเวณนี้เป็นเขต
รอยต่อระหว่าง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กับเขต
อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ไม่ใกล้ และ ไม่ไกล
ผมลองตักถั่วบดเข้าปากก่อนที่จะคลุกเคล้าซึ่งให้กลิ่นหอม
และยังคงความกรอบ รสชาตของเส้นก็ถือว่าอยู่ในระดับ
เกณฑ์ดี ไม่เละ ไม่แข็ง นุ่มเท่ากันทั้งจาน
มะนาวสดครึ่งลูกให้น้ำได้ทั่วจาน ไม่เหมือนมะนาวข้างบ้าน
ที่ปลูกมานาน จนเพิ่งรู้สายพันธ์แท้ๆว่ามาจาก "ดูไบ"
ทานไปเรื่อยจนเพลิน แล้วคิดว่าทำไมเยอะจัง กินจนแทบอิ่ม
แล้วก็ยังไม่เกลี้ยงจานเสียที
พอกินไปจนอิ่มแล้วก็ขอขอบพระคุณพี่สาวเจ้าของร้านที่มอบ
บทเรียนที่ดีให้ผมได้คิด สำหรับการลงมือทำสิ่งที่มีคุณภาพอยู่
เสมอ ไม่ว่าสิ่งๆนั้นอยู่แห่งหน ตำบลใด ห่างไกลความ
ศิวิไลซ์เพียงไหน ผู้ที่เห็นคุณค่า ย่อมมองเห็นคุณค่าและ
ความตั้งใจอยู่เสมอ
ไม่ว่าอย่างไร ความตั้งใจ จะมองได้จากงานของเรา
ผมไม่ได้บอกว่ารัานอาหารที่ผมทานร้านนี้อร่อยที่สุดเท่าที่
เคยทานมา แต่เพราะด้วยความชอบส่วนตัว จึงแค่อยาก
เขียนอะไรดีๆออกมา
เพราะคิดว่า อะไรที่ คิด พูด ทำ ให้มันดีไม่ได้ ก็อย่าไป
มัวเสียเวลา ส่วนอะไรที่สามารถ คิด พูด ทำ แล้วมันเกิด
ผลดีได้ ก็จะลงมือ
ท้ายนี้ก็ขอฝากชี้ช่องเชิญชวนผู้ที่หลงมาอ่านโดยตั้งใจ หรือ
ไม่ตั้งใจก็ตาม หากฟ้าดินบันดาลให้ท่านได้ผ่านมาอ่าน และ
ซ้ำยังได้ผ่านมาละแวกนี้ก็จะรวบกวนมาช่วยทานเมนูอื่นๆ
แล้วค่อยกระซิบบอกกันทีหลังหน่อยว่า อาหารเป็นอย่างไร
พื้นที่แถวนี้ก็ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอะไร แต่สามารถผ่านไป
ดูกังหันที่ห้วยบงได้ ผ่านไปชัยภูมิได้ ผ่านไปบ้านนักเขียน
ซีไรต์ที่ผมชื่นชอบได้
ขอบพระคุณที่หลงทาง





