วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ความมุ่งมั่นของโย

 


โย เป็นเพื่อนคนหนึ่งของผมที่รู้จักกันมาร่วมสิบปี
เป็นคนจริงใจ ไม่ชอบเอาเปรียบใครเช่นเดียว
กับที่ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ

เมื่อสมัยวัยรุ่น เรากินดื่มด้วยกันมากพอที่จะเอาไป
อาบได้ เมามากกลับไม่ไหว ก็นอนในรถได้ แต่ผม
ยกย่องให้มันเป็นปรมาจารย์การนอนรถมากกว่า
เราท่องเที่ยวไปด้วยกันหลายที่อยู่พักใหญ่ โทรหา
ชวนกันไปไหนอยู่เรื่อย จนวันหนึ่ง โชคชะตาก็ได้
ดีดเราให้ออกห่างจากกัน เช่นเดียวกันทุกคนที่เข้า
มาในชีวิตเรา

ผมไม่ได้เจอโยมาหลายปี จนเมื่อวันก่อนนี้ได้มีโอกาส
ไปพบปะกันที่ร้านฯแห่งหนึ่งในสระบุรี ซึ่งแน่นอนว่า
ระหว่างเรามักจะมีกลุ่มขวดแก้ว กระติกน้ำแข็งคั่น
กลางคอยดึงไว้ให้อยู่ในวงโคจร เพื่อให้ระหว่าง
ทางที่สนทนานั้นราบรื่นขึ้นไป ผกผันกับระดับน้ำที่ลดลง

กว่าจะสาวไส้ลากความออกมาได้หมด ใช้เวลาไปไม่
น้อยเพียงแค่เริ่มจากคำถามเดิมๆ "มึงเป็นไงบ้างวะ"

โย ยังคงความจริงใจเสมอเหมือน บอกเล่าเหตุการณ์
ได้ไม่ขาดตกบกพร่องใจความสำคัญไป และยังคงมี
ใบหน้าขาวกลมเปื้อนยิ้มระหว่างประโยคที่ดำเนินไป
เสมอ ขาดไปก็แต่เพียง ระหว่างนิ้วมือ ที่ได้ขาดเจ้า
ไมด์ เซเว่น(Me Vius)ไปแล้วสามสี่ปีหลังจากเกิด
เหตุใหญ่ "เมาหลับใน" คงอยากสัมผัสหมอนมาก
ถึงขั้นยอมใช้แอร์แบกแทน ซึ่งอีกสองสามโลก็คงถึง
บ้านแล้ว

(ตัดตอน)

เอาเป็นว่า เหตุการณ์คราวนั้นส่งผลให้คุณหมอที่รักษา
ตัวยื่นคำขาดให้เลือกว่าจะเก็บสิ่งไหนไว้ ซึ่งแน่นอนว่า
ถ้าให้ผมเลือก ผมก็ต้องเลือกเก็บเครื่องดื่มไว้ให้ชุ่มคอ
ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองคอแห้ง อมควันต่อไป

คนเรามันจะตกต่ำได้ขนาดไหนกันเชียว อย่างมากก็
ขายทรัพย์สินที่เคยมี หาเงินไปทำทุน ทำอะไรก็ว่าไป

ก่อนหน้านั้นโยเป็นลูกจ้าง sme ใช้ชีวิตแบบชักไปชักมา
ช่วยแม่ค้าขายวันหยุด วันธรรมดาก็ทำงาน ตกกลางคื
ก็เอาเงินที่หามาได้มาช่วยกันลงขันลงขวดกันมาหลาย
พรรษา จนกระทั่งเกิดเหตุที่ต้องทำให้โยตัดสินใจทิ้ง
ความเป็นลูกจ้าง ออกมาหากินด้วยตัวเอง ใช้ตนเป็น
ที่พึ่งสุดท้ายของตน หนึ่งสมอง สองมือ อดทนสู้ฝ่าฟัน
วิกฤติชีวิต คลุกฝุ่นเป็นพ่อค้าปลาทูตลาดนัด

โยรับปลาทูมาขายตามตลาดนัด และขายพร้อมน้ำพริก
ซึ่งต้องบอกว่า ประสบการณ์เรื่องอาหารการครัวของ
เขานั้นมีมากกว่าสิบปี ทำให้ขายดิบขายดีติดตลาดได้
อย่างไม่ยากเย็นนัก และด้วยความเอาใจใส่เรื่องของ
คุณภาพ

เรื่องปลาทูโยย้ำว่า อย่าไปเชื่อเจ้าของโรงปลามาก
ให้ไปฟังลูกน้องพม่าว่าเค้าทำปลากันยังไงให้อร่อย
โยล้วงเคล็ดลับต่างๆที่คิดว่าจำเป็นต่อการทำมาค้าขาย
ในช่วงนั้นด้วยการแสดงน้ำใจไมตรีให้แรงงานก่อน
และด้วยความเอื้ออารีต่อกันก็ส่งให้ความรู้ต่างๆทะยอย
ฝังเข้าสู่เส้นทางประสาทใหม่ๆที่ค่อยๆบ่มเพาะให้ผู้ประสบ
เหตุจำเป็นต้องประกอบการอย่างโย

และเรื่องที่เกิดจากปลาทูนี้เอง ทำให้โยพยายามจะพัฒนา
อาณาจักรแผงปลาตลาดนัดให้ได้อย่างที่เขาต้องการ
ห้าบาทสิบบาทก็เงิน ตลาดไท ไม่ไกลเกินไป นอนเฝ้า
ตลาดบนรถก็ต้องทำ เพื่อให้ได้ปลาที่ราคาดี คุณภาพดี
มาขาย ซึ่งปลาทูแม่กลอง คือไม้ตายที่โยคิดว่าต้องเอา
ปลาดีแบบนั้นมาวางตลาดให้ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น