“ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะคน”
สิ่งที่สำคัญกว่าความรู้ คือ การรู้แล้วลงมือทำ
การลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ทุ่มทั้งกาย ทั้งใจ
ทั้งเวลา ทำอย่างเชื่อมั่น ยอมสละความสำคัญของ
ทุกๆกิจกรรม ไปที่เป้าหมายที่ตนนั้นมุ่งมั่น
จังหวะดี โอกาสได้ จังหวะนั้น คุณต้อง ลั่นไก
ผมเชื่อว่าคนเราทุกๆคนล้วนต่างมีความใฝ่ฝัน
มีสิ่งที่เราต้องการ และฝันนั้นก็แตกต่างกันไปตามวัย
บางคนฝันใหญ่ บางคนสุขได้จากสิ่งเล็กๆ
วัยเด็กเราฝันอยากจะเป็นซุปเปอร์แมน หรือ
เป็นทหาร เป็นตำรวจ พอโตมาหน่อยเราก็อยากเป็น
ดาราบ้าง เป็นคนสำคัญๆ ในสังคมบ้าง
พอเริ่มทำงานหาเงินด้วยตัวเอง ได้พบกับชีวิตจริง
เป็นครั้งแรกๆก็เริ่มรู้ว่า สิ่งที่ฝันไว้มันช่างไกลห่าง
และ ยากยิ่งกว่าฝันเข้าไปทุกที
แล้วสิ่งที่เราฝันไฝ่ กับการลงมือทำนี่แหละ ที่จะบอก
เราว่า "เราสำเร็จความมุ่งมั่นของเราแล้วหรือยัง"
ชีวิตมันแสนเข็ญอะไรขนาดนั้น
ไม่ต่างอะไรกับความฝันของโยในเวลานั้น
ผมมองประกายตาของเขาช่างมีความสุขที่ได้บอกเล่า
เรื่องราวการเดินทางตามฝันท่ามกลางขวากหนามชนิด
บาดลงไปถึงกระดูก แต่เรื่องราวที่หนักหนาสาหัส ก็มัก
จะเป็นเพียงเรื่องตลกร้ายๆเวลาเอากลับมาเล่าใหม่
รอยยิ้มเท่านั้น ที่ยังคงแปดเปื้อนใบหน้าเขาเวลานี้
ปลาทูแม่กลองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นเท่านั้น
สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อเรามีแรงบันดาลใจแล้ว เราจะมุ่งมั่น
ลงมือ ลงแรงกระทำงานการนั้น เพื่อไปถึงจุดมุ่งหมาย
นั้นๆได้นานเท่าไหร่
มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับการลงมือทำที่นำไปสู่ความ
สำเร็จ และยังมีเรื่องไม่ได้เล่าอีกมากกว่า ระหว่าง
การลงมือทำแล้วยังมองไม่เห็นแม้แต่วี่แววอะไรเลย
ระหว่างนั้น ผมคิดว่าโยก็รู้สึกได้เช่นกัน ว่าเป้าหมายที่
เขาได้เล็งไว้มันจะเป็นจริงได้อย่างไร บ้านหนึ่งหลัง
พออยู่กับครอบครัวของเขาได้ก็ไม่น่าต่ำกว่าสามล้าน
แล้วเขาจะเริ่มต้นสร้างอาณาจักรที่มากกว่าการเป็น
พ่อค้า ซื้อขายปลาทูตามตลาดนัดได้อย่างไร
เป็นคำถามที่ผมสงสัยด้วยใจจริง
ระหว่างนั้นได้มีเสียงแทรกสอดมาจากทางด้านเวทีดนตรี
ระบุรถยนต์ยี่ห้อ บีเอ็มดับบลิว และ เลขป้าย แจ้งให้
เจ้าของรถได้กรุณาไปขยับรถ
โยบอกว่า "รถกุเอง" และรีบลุกขึ้นไปหลังจากจัดการ
กับเครื่องดื่มผสมโซดาจนหมดเกลี้ยง ซึ่งผิดกับเมื่อก่อน
ที่เขาจะผสมด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว.
(ตัดตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น