ความเงียบ...กับเสียงรบกวนที่น้อยถึงน้อยมาก
เป็นสิ่งที่ผมได้พบเจอในเวลาตื่นแทบทุกวัน
(ไม่รวมวันที่นอนดึกดื่น)
ผมมักจะตื่นราวๆตีห้าเป็นประจำ เพื่อลุกขึ้นมาทำ
กิจวัตร และพอทำบ่อยๆก็กลายเป็นนิสัยไปโดยปริยาย
หากถามว่าตื่นแต่เช้าไปทำไม ทั้งๆยังมีเวลานอนได้
อีกกว่าสองชั่วโมงค่อยลุกไปทำงานยังทัน
ข้อดีมีเยอะมากครับ
อันดับแรกเลย คุณจะพบกับความเงียบ เงียบจริงๆ
(หากคุณอยู่ในเมืองใหญ่ๆก็อาจจะไม่ใช่นะครับ)
เพราะยังไม่ค่อยไม่ใครตื่นมาทำกิจกรรมอะไรมาก
นัก เสียงรบกวนจากมนุษย์เลยน้อย แต่เรากลับได้
ยินเสียงสัตว์ต่างๆเยอะขึ้น ทำให้จิตใจสงบคล้ายๆ
ตอนที่เราได้อยู่ใกล้กลับธรรมชาติ
พอเงียบสงบ และ หากคุณไม่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา
คุณก็จะมีเวลาคิด คิดอยู่กับตัวเอง ไตร่ตรองอย่าง
ช้าๆกับตัวเองมากขึ้น สวนทางกับโลกเร่งด่วนที่
กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากเวลานี้ผ่านไป
อีกอย่างก็คือมันทำให้สดชื่นมากกว่าที่ตื่นมาแล้วต้อง
ลนลานรีบด่วนจัดการสิ่งต่างๆไปเสียหมด
ความรู้สึกเหมือนเป็นชัยชนะเล็กๆที่เราควบคุมชีวิต
ของเราเองได้ (Small win)
ใช่ครับ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากชัยชนะเล็กๆ
เมื่อปีที่แล้ว ผมมักจะตื่นขึ้นมา เข้าห้องน้ำพร้อมกับ
อ่านหนังสือไปด้วย นั่งอ่านเล่นๆไปราวๆครึ่งชั่วโมง
แล้วค่อยออกมาโฟกัสกับงานที่จะทำภายในวัน
แล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรอยากจะบันทึกไว้มากอย่าง
ไม่เหมือนกับปีนี้
แต่สิ่งที่ทำให้เป็นนิสัยไปแล้วมันจะเลิกยากครับ
ผมยังชอบที่จะตื่นเช้าๆ หากว่างจริงๆ การออกไป
วิ่งตอนเช้านี่มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขกับตัว
เองได้ง่ายมากๆ หากผมมีเวลาเช้าที่ไม่มีงาน
ผมมักจะวิ่งเรื่อยๆราวหนึ่งชั่วโมง
แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เหงื่อโทรมกายได้แล้ว
แล้วยิ่งเหงื่อออกมากเท่าไหร่ ความพึงใจก็เพิ่ม
ขึ้นผกผันกันมากเท่านั้น
หากท่านใดยังไม่เคยลองตื่นเช้ามากๆก็อยากจะ
ขอร้องให้ได้ทดลองครับ ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่อ
ตัวของท่านเอง และหากท่านใดมีเคล็ดดีๆในกิจ
กรรมยามเช้าที่คิดว่าถูกใจท่านก็ส่งจดหมายเข้า
มาบอกกันได้ครับ
ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น